
บริหารความเสี่ยง บริหารความสุข
ธุรกิจธนาคารจัดเป็นธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารความเสี่ยง
โดย...ดำรงเกียรติ มาลา / ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช
ธุรกิจธนาคารจัดเป็นธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อที่ต้องควบคุมหนี้เสียให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้เมื่อเทียบกับผลตอบแทน ความเสี่ยงจากภาวะตลาดที่ผันผวนไปตามเศรษฐกิจโลก รวมทั้งความเสี่ยงอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
ดังนั้น การระบุความเสี่ยงเพื่อวิเคราะห์ประเมินผลจนนำไปสู่การแจ้งเตือนเพื่อหาแผนรับมือให้ทันท่วงที จึงถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจธนาคาร ทำให้ผู้บริหารธนาคารที่รับผิดชอบหน้าที่นี้ ส่วนใหญ่จะต้องเผชิญกับความตึงเครียดแทบจะตลอดเวลา และมักจะไม่ค่อยยอมเปิดตัวออกสื่อมากนัก
ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว “คนหลังบ้าน” เหล่านี้ ถือเป็นผู้ปิดทองหลังพระ และอยู่เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรอย่างแท้จริง
คอลัมน์ My Space ฉบับนี้ เราจึงขอพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับพื้นที่ส่วนตัวของ “พูลพัฒน์ ศรีเปล่ง” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานบริหารความเสี่ยง ธนาคารกรุงไทย ว่า นอกเหนือจากการบริหารความเสี่ยงซึ่งเป็นงานประจำแล้ว เขามีวิธีบริหารความสุขให้กับตัวเองอย่างไรในวันว่างๆ
พูลพัฒน์ หรือ “พี่บอย” ของน้องๆ ในธนาคารกรุงไทย เล่าว่า งานด้านบริหารความเสี่ยงที่เขารับผิดชอบอยู่ในขณะนี้ แทบจะต้องเผชิญกับความเครียดแบบ 24/7 เพราะตั้งแต่เช้ายันค่ำ จันทร์ศุกร์ เขาและทีมงานจะต้องติดตามข้อมูลข่าวสารและคลุกอยู่กับข้อมูลมหาศาล เพื่อรวบรวมและแปลงตัวเลขต่างๆ ให้ออกมาเป็นความเสี่ยง ก่อนจะส่งต่อไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ
โดยข้อมูลในที่นี้จะครอบคลุมตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจในประเทศ ภัยธรรมชาติ เช่น ตอนนี้มีน้ำท่วมก็ต้องส่งทีมติดตามดู วัดระดับน้ำ จับเวลาความเร็วของน้ำ เพื่อต้องประเมิณผลกระทบทั้งทางตรง ทางอ้อม ความพร้อมในกรณีต้องนำแผนฉุกเฉินมาใช้ สร้างเป็นโมเดลออกมา
ซึ่งจุดที่เขามองว่ายากที่สุดสำหรับงานบริหารความเสี่ยง คือ การตัดสินใจ เช่น ในภาวะหนึ่งเราควรจะไปซ้ายหรือขวา บางครั้งเริ่มเห็นสัญญาณความเสี่ยง แต่ถ้าเตือนเร็วไปคนจะหาว่าพารานอยด์ คนอาจรู้สึกว่าไปทำให้เขาต้องปรับแผน ปรับกลยุทธ์ แต่ถ้าเตือนช้าเกินไปก็อาจไม่ทันการณ์ ความเสียหายที่ตามมาอาจมหาศาล
“เราต้องตื่นตัวตลอดเวลา เวลาเจ้านายเจอหน้าจะชอบแซวว่าคุณยังพารานอยด์อยู่หรือเปล่า หรือวันนี้ไปสร้างความรำคาญให้เพื่อนๆ หรือยัง จนบางทีรู้สึกเหมือนคนโรคจิต ต้องเกาะติดสถานการณ์ วิเคราะห์และเก็บสถิติตลอดเวลา” พูลพัฒน์ เล่าปนหัวเราะ
ด้วยเนื้องานที่ต้องแอ็กทีฟตลอดเวลานี้เอง ทำให้เมื่อมีเวลาว่าง หรือวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ผู้บริหารหนุ่มโสด วัย 46 ปีรายนี้ จึงมักเลือกทุ่มเทเวลาให้กับครอบครัว โดยเฉพาะกับคุณพ่อและหลานๆ ซึ่งกิจกรรมสุดโปรดที่ฟังดูแล้วอาจขัดกับภาพลักษณ์การเป็นนายธนาคารมาดเนี้ยบเล็กน้อย คือ การสวมบทเชฟกระทะเหล็กลงครัวทำกับข้าวด้วยตัวเอง
“ผมชอบทำอาหาร ทำทานกับคุณพ่อ เปิดสูตรจากอินเทอร์เน็ตแล้วทดลองทำ แต่ที่ทำบ่อยหน่อยจะเป็นพวกของหวาน เช่น แพนเค้ก ไอศกรีม เฟรนชโทสต์ ถ้าเป็นไปได้ผมอยากหาเวลาไปเรียนทำอาหารที่ เลอ กอร์ดอง เบลอ” เขาบรรยาย
พูลพัฒน์ แอบเผยความฝันให้ฟังว่า ในอนาคตหากเขาเกษียณตัวเองจากงานธนาคารแล้ว เขาอยากจะลองมีร้านอาหารของตัวเองดูสักครั้ง แต่ร้านของเขาจะเป็นร้านที่ประสบความสำเร็จด้วยใจรักเพียง 50% อีก 50% จะมาจากการวางแผนและเทคนิคที่ดี ซึ่งเขาสั่งสมจากงานบริหารความเสี่ยงมาค่อนชีวิต
“ความสุขในวันว่างของผมก็ง่ายๆ เท่านี้เอง ความเสี่ยงบริหารได้ ความสุขก็บริหารได้ ถ้าช่วงไหนเครียดมากจะใช้วิธีปลีกตัวเองไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อน หรือหาหนังสือธรรมะมาอ่าน เมื่อพร้อมแล้วก็กลับมาสู้ใหม่ คิดให้บวกเข้าไว้ แล้วทุกปัญหาจะง่ายนิดเดียว” พูลพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย







