posttoday
ปีน่าจำจดของ ‘มาชะ’

ปีน่าจำจดของ ‘มาชะ’

23 พฤศจิกายน 2556

ไม่เปลี่ยนไปเลย “มาซาฮารุ ฟุคุยามะ” หรือ “มาชะ” ยังเท่และหล่อเหมือนเดิม มากกว่านั้น

โดย...โจคุง

ไม่เปลี่ยนไปเลย “มาซาฮารุ ฟุคุยามะ” หรือ “มาชะ” ยังเท่และหล่อเหมือนเดิม มากกว่านั้น มาชะยังคงโลดแล่นวงการบันเทิงแดนปลาดิบ ด้วยคุณภาพที่อัดแน่นในตัวตน

จากนักร้องขวัญใจวัยรุ่นสู่นักแสดงฝีมือเยี่ยม มาชะยังคงเส้นคงวา รักษามาตรฐานการเป็นซุป’ตาร์แถวหน้าได้อย่างภาคภูมิวัย 44 ปี มาชะมีผลงานออกมาให้แฟนๆ ได้ดูได้ฟังไม่ขาด ล่าสุดคือ ซิงเกิล Tanjobi niwa Mashiro na Yuri o ขณะที่งานแสดงปีนี้ปีเดียว เขามีหนังถึง 3 เรื่อง รวมทั้งหนังล่ารางวัล Like Father, Like Son และละครโทรทัศน์ Galileo ซึ่งเขารับแสดงมาตั้งแต่ปี 2007 ต่อเนื่องจนถึงปี 2013

จากหนุ่มบ้านนาแห่งเมืองงาซากิ เรียนจบไฮสกูลก็พาตัวเองมุ่งหน้าเข้าโตเกียว เพื่อไล่ล่าความฝันการเป็นนักดนตรี แต่มันกลับไม่ง่าย กว่าจะได้สัมผัสกับโลกมายา มาชะก็ต้องทำงานหนักและผ่านมาหลายอาชีพ มาชะไม่ได้โชคร้ายเกินไป พลันค่ายยักษ์วงการบันเทิง Amuse ประกาศรับแสดงหน้าใหม่ มาชะไม่มีรอที่จะขอไปออดิชั่น แล้วเขาก็ได้บทสมทบในหนัง Honno 5 g. ปี 1988

ผลลัพธ์ของงานแสดงเรื่องแรกแป้กสนิท ทว่า มาชะกลับไม่ยอมแพ้ ยืนยันจะทำงานบันเทิงต่อ โดยมีเป้าหมายใหญ่ คือ การออกอัลบั้มเพลงที่เขาฝันไว้ ปี 1990 มาชะก็สมใจ เมื่อซิงเกิลแรกถูกปล่อยออกมา ซึ่งก็ไม่ฮิตติดลมบนเท่าไหร่ เพราะไม่ใช่ผู้ชายขี้แพ้และคิดจะหันหลังกลับ มาชะจึงลุยงานเพลงต่อด้วยหัวใจที่เด็ดเดี่ยว โดยมีวลีเด็ดที่เขาท่องเป็นยาชูกำลัง “ขายไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ได้ทำสิ่งที่ตัวเองรักก็พอแล้ว”

ปี 1993 คือปีแห่งความสำเร็จได้มาเยือน เมื่อ Hitotsu Yane no Shita ละครที่เขารับแสดงโกยเรตติ้งสูง เพลงประกอบ Melody ที่ร้องโดยมาชะ ยังพุ่งทะยานติดอันดับต้นๆ และทำยอดขายกว่าล้านก๊อบปี้ มาชะรุ่งโรจน์เป็นดาวจรัสแสงเรื่อยมา ยิ่งเฉพาะปี 2005 ครบรอบ 15 ปีของการอยู่ในวงการบันเทิง มาชะมีทั้งงานโฆษณาและทัวร์คอนเสิร์ตยาวเหยียดจนสิ้นปี Yogisha X no kenshin หรือ Suspect X ปี 2008 ถือเป็นงานแสดงที่น่าจดจำของมาชะ หนังคว้ารางวัลและเข้าชิงที่บ้านเกิด รวมทั้งเอเชียนฟิล์ม อวอร์ด และฮ่องกง ฟิล์ม อวอร์ด

จนมาถึง Soshite chichi ni naru หรือ Like Father, Like Son (เข้าฉายไทย 5 ธ.ค.นี้) มาชะรับบทนำ พ่อผู้เพิ่งได้รับการแจ้งข่าวจากโรงพยาบาลว่าลูกชายที่วัย 6 ขวบ ไม่ใช่ลูกชายเขาแท้ๆ แต่เป็นเด็กที่เกิดจากการสลับเด็กกันเมื่อแรกคลอด

“ผมว่าสิ่งที่สำคัญมันอยู่ที่ว่าโตขึ้นเราจะเป็นคนแบบไหน ใช้ชีวิตอยู่อย่างไร การเลี้ยงดูถือเป็นเรื่องสำคัญมาก คนที่เลี้ยงดูเรามา คนที่เราผูกพันในวัยเด็ก มีส่วนสำคัญมากนะในการดำเนินชีวิต

ฉากที่ยากมากที่สุดในหนัง คือ ฉากที่เราต้องถ่ายรูปรวมกันระหว่าง 2 ครอบครัว และตอนนั้นเองลูกชายที่ผมเลี้ยงเขามาถามขึ้นมาว่า ‘พ่ออีกคนจะรักผมได้มากเท่ากับที่พ่อรักมั้ย’ ฉากนั้นแทบจะทำให้ผมร้องไห้กลางกองถ่ายเลยล่ะ”

หนังเรียกน้ำตาและความซาบซึ้งแบบไม่โฉ่งฉ่าง ตามสไตล์การกำกับ “ฮิระคาสึ โคเระเอะดะ” กวาดคำชมและคำวิจารณ์เชิงบวกอย่างท่วมท้น การันตีด้วยรางวัลจูรีไพรส์ เมืองคานส์ ปีล่าสุด รางวัลขวัญใจผู้ชม ซาน เซบาสเตียน แถมตอนนี้กำลังเดินสายเข้าชิงเทศกาลหนังอีกเพียบ เช่น ลอนดอนและออสโล รวมถึงความหวังสูงสุดที่จะผงาดบนออสการ์ ในฐานะแชมป์สาขาหนังภาษาต่างประเทศ

แน่นอน ความดีงามและความน่าดูของหนังเรื่องนี้ มาชะคือแรงขับเคลื่อนสำคัญ

“ปีนี้เป็นปีที่น่าจดจำในอาชีพของผม เป็นครั้งแรกที่ผมได้ เดินพรมแดงที่เมืองคานส์ ที่สำคัญ Like Father, Like Son ที่ผมนำแสดง ก็ไปคว้ารางวัลจูรีไพรส์มาได้ ต้องขอบคุณ ผู้กำกับ โคเรเอดะ ที่ให้โอกาสผม ถ้ามีบทดีๆ ที่ทำให้ชีวิตมีสีสัน มันก็คุ้มค่าที่จะได้ลองแสดงดู แล้วการได้ทำงานอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองกระชุ่มกระชวยเหมือนได้กลับเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท