posttoday
บทธรรมพิเศษน้อมอุทิศถวายแด่สมเด็จพระสังฆราชฯ(ธรรมบรรยาย ณ นครมุมไบ๒๓ ต.ค. ๒๕๕๖) (ตอน ๔)

บทธรรมพิเศษน้อมอุทิศถวายแด่สมเด็จพระสังฆราชฯ(ธรรมบรรยาย ณ นครมุมไบ๒๓ ต.ค. ๒๕๕๖) (ตอน ๔)

22 พฤศจิกายน 2556

ขอให้ท่านทั้งหลายได้นั่งอยู่ในความสงบและตั้งใจฟัง...

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ขอให้ท่านทั้งหลายได้นั่งอยู่ในความสงบและตั้งใจฟัง...

พระพุทธศาสนา หรือคำสั่งสอนของพุทธะมุ่งที่การพัฒนาจิตเพื่อให้จิตมีความรู้ความเข้าใจในความจริงที่มีอยู่ในธรรมชาติ ความจริงที่มีอยู่ในธรรมชาติเป็นสิ่งที่เป็นอมตะไม่มีใครเคยเปลี่ยนแปลงได้ อมตธรรมตัวนี้จึงเรียกว่า สัจธรรม หรือให้ลึกซึ้งกว่านั้นเรียกว่า อริยสัจ ถ้าพูดถึงอริยสัจต้องกลับมากล่าวถึง...พระธรรมคำสั่งสอนที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน และเป็นพระธรรมคำสั่งสอนที่ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง ความรู้ใดที่เกิดขึ้นในจิตของพระพุทธเจ้า สิ่งใดที่ทรงเห็น เข้าใจ และเกิดปัญญารู้รอบในสิ่งนั้น ปัญญานั้น ย่อมนำไปสู่วิชชาและความสว่าง... วิชชาและความสว่าง คือ ความรู้ชอบในอริยสัจ ที่เรียกว่า สัมมาญาณะ... อันนำไปสู่ สัมมาวิมุตติ.. ซึ่งเป็นที่สุดของผลแห่งการรู้แจ้ง... รู้ชอบ... รู้จริง

อริยสัจเป็นความจริงขั้นสูงสุด หรือเป็นที่สุดของความจริง ความจริงนี้มีอยู่แล้วในธรรมชาติหรือในโลกนี้ และความจริงนี้ไม่ขึ้นกับกาลเวลา ไม่ว่ากาลใดหรือสมัยใดก็ต้องเป็นความจริงที่เป็นอย่างนี้อยู่เสมอ พระพุทธเจ้าจึงทรงตรัสเป็นพระคาถาว่า...พระองค์นั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม แต่ความจริงนี้มีอยู่แล้วอย่างนี้ แสดงว่า ความจริงที่มีอยู่ในธรรมชาติดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องของความเป็นปกติที่ทุกคนเห็นได้... รู้ได้ด้วยตนเองอย่างเสมอกัน ซึ่งความจริงนี้จึงไม่ได้อยู่กับเงื่อนไขกาลเวลา กล่าวไว้ ๒,๖๐๐ กว่าปี หรือมากล่าววันนี้ ก็อันเดียวกัน

ฉะนั้น คำสั่งสอนในพระพุทธศาสนานี้จึงไม่เปลี่ยนแปลงโดยเด็ดขาดไม่ว่าจะล่วงไปอีกยาวนานเท่าไร เพราะหลักคำสั่งสอนนี้ไม่ได้คิดขึ้นมาเองโดยมนุษย์หรือเทวดา แต่เป็นความจริงที่มีอยู่จริงในธรรมชาติหรือในโลกนี้ ซึ่งค้นพบโดยมนุษย์ผู้มีปัญญายิ่งมีปัญญารู้ชอบ ตรัสรู้โดยตนเอง มนุษย์ผู้ค้นพบดังกล่าวจึงได้รับการประกาศตนด้วยอำนาจแห่งธรรมนั้นว่า...สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า (Lord Buddha)... อันก่อเกิดขึ้นด้วยอำนาจธัมมาภิเษก ใต้ควงพระศรีมหาโพธิ์ ด้วยการอบรมพัฒนาจิตจนเกิดโพธิญาณ หยั่งรู้ลงไปในอริยสัจอย่างแจ่มแจ้งหมดจด และสามารถนำมาแสดงให้ผู้อื่นเห็นตามได้อย่างมีระเบียบแบบแผน...พระพุทธศาสนาจึงไม่ใช่ศาสนาอย่างศาสนาทั้งหลาย แต่เป็นศาสตร์ที่เรียกว่าเป็น Science เป็นวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ในทุกกาลสมัย ที่เรียกว่า ทนต่อการพิสูจน์

คำว่า ศาสนา หรือ Religion เป็นความหมายแปลว่า เกิดขึ้นด้วยอำนาจภายนอกที่เป็นอำนาจที่อ้างอิงอำนาจไม่มีตัวตน ที่ถูกสร้างให้ลึกลับ ศักดิ์สิทธิ์ มองไม่เห็น พบไม่ได้ ที่เรียกว่า พระเจ้า (God) ซึ่งสวนกระแสกับพุทธศาสนา ที่ประกาศชัดแจ้งดังการปรากฏในพระสูตรชื่อ พระธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ที่แสดงความจริงว่า พุทธศาสนาซึ่งประกาศหลักอริยสัจนี้ มนุษย์เป็นผู้ค้นพบ ไม่ใช่การพึ่งพา ได้รับความรู้มาจากอำนาจภายนอกหรือเทพเทวดาทั้งหลาย

(อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด