
เหตุเกิดจาก... Never Go to Thailand!
ในสภาวะที่การมุ้งการเมืองกำลังเข้มข้นอย่างดุเดือด หากมีคลิปวิดีโอที่มีชาวต่างชาติจัดทำขึ้นเพื่อรำลึกถึงความสุขที่เขาได้รับจากผืนแผ่นดินไทย
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
ในสภาวะที่การมุ้งการเมืองกำลังเข้มข้นอย่างดุเดือด หากมีคลิปวิดีโอที่มีชาวต่างชาติจัดทำขึ้นเพื่อรำลึกถึงความสุขที่เขาได้รับจากผืนแผ่นดินไทย บรรดาคลิปเหล่านี้คงทำให้คนไทยตาดำๆ อย่างพวกเรา รวมทั้งคนทั่วโลกได้เห็นว่า นอกจากการเมืองอันแสนวุ่นวาย ยังมีอะไรดีๆ ให้น่าค้นหา น่ามาท่องเที่ยวอีกมากมายจริงๆ
หากเหตุเกิดขึ้นจากคลิปวิดีโอที่มีชื่อว่า “Never Go to Thailand” (อย่ามาเลยเมืองไทย มาแล้วจะไม่อยากกลับไปถิ่นฐานบ้านเกิดของคุณ) คลิปวิดีโอนี้ก็เป็นคลิปวิดีโอที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงมากที่สุด (แม้จะจัดทำและอัพโหลดลงในยูทูบมาสักช่วงเวลาหนึ่งแล้ว) แถมยังได้ถูกแชร์และถูกพูดถึงในรายการชื่อดังทางช่องฟรีทีวีช่องหนึ่ง จนทำให้มียอดวิวทางยูทูบเพิ่มขึ้นถึง 1.5 แสนวิว ภายในเวลาเพียงแค่ 48 ชั่วโมง และมีคนมาคอมเมนต์ทั้งคนไทยและคนต่างประเทศเป็นจำนวนกว่า 700 คอมเมนต์
คำถามคือ คลิปวิดีโอนี้มีอะไรดี
นอกจากมีดีตรงที่คลิปวิดีโอนี้จัดทำโดยชาวต่างชาติที่มีชื่อว่า ไบรอัน คามูซัท ที่มาเที่ยวเมืองไทยกับครอบครัว กับเพื่อนสนิทมิตรสหาย และได้บันทึกภาพเมืองไทยจากหลากหลายสถานที่ หลากหลายวิถีชีวิต หลากหลายไลฟ์สไตล์ และหลากหลายกิจกรรมที่เกิดขึ้นทั้งจากกรุงเทพมหานคร อยุธยา สุโขทัย เชียงใหม่ เกาะสมุย และเกาะพะงัน ด้วยมุมมองและด้วยความรู้สึกที่เขาได้สัมผัสด้วยตัวของเขาเอง
คำถามที่ตามมาอีกข้อคือ คลิปวิดีโอนี้ ทำไมถึงถูกใจคนไทยมากนัก ทำไมคนไทยถึงชม แชร์ และพูดถึงจนเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ อยู่ในขณะนี้ อีกทั้งคลิปวิดิโอนี้กำลังบอกเล่าเรื่องราวอะไรให้เราคนไทยและชาวต่างประเทศได้รับรู้ และผลที่ตามมามันเป็นผลดีกับการท่องเที่ยวไทยมากน้อยแค่ไหน และเราจะทำอย่างไรให้การเชิญชวนให้คนต่างชาติหันมาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น มันมีความน่าสนใจไม่แพ้คลิปวิดีโอนี้
สกู๊ปนี้มีคำตอบ!
“อ.ขวัญข้าว พูลเพิ่ม” อาจารย์ประจำสาขาการจัดการการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้ให้ความเห็นว่า คลิปวิดีโอที่ชาวต่างชาติทำขึ้นมาเพื่อเก็บเป็นความทรงจำให้กับตัวเอง และอยากเผยแพร่ความทรงจำนั้นออกไปนั้น สิ่งที่ทำให้มันมีเสน่ห์ มีคนติดตามมากมาย โดยเฉพาะคนไทย นั่นเป็นเพราะมันดูจริงใจ ไม่ประดิษฐ์
“ความจริงใจในคลิปวิดีโอที่ชาวต่างชาติทำขึ้นมานี้นี่แหละ ที่เป็นตัวทำให้เกิดความน่าสนใจ น่าเข้าไปดู และทำให้คนที่ได้ดู อยากไปเปิดประสบการณ์ให้กับตัวเองเหมือนในคลิปวิดีโอนี้บ้างสักครั้ง ซึ่งมันน่าสนใจตรงที่คลิปวิดีโอมันดันไปถูกใจคนไทย แสดงว่าคนไทยถูกเชิญชวนให้ไปเที่ยวเมืองไทยด้วยอะไรที่ประดิษฐ์มากจนเกินไปจนเอือมระอา”
สอดคล้องกับความคิดเห็นของ “โอเปิ้ล-ภาณุพรรณ จันทรปัญญา” พนักงานการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ ที่ได้แสดงความคิดเห็นไว้ว่า คลิปวิดีโอที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ได้มาเที่ยวเมืองไทย และได้ทำคลิปวิดีโอนี้ขึ้นมาเพื่อเผยแพร่ผ่านทางโซเชียล เน็ตเวิร์กต่างๆ มันมีผลต่อคนไทยค่อนข้างมาก
“คงเป็นเพราะมันดูใสซื่อจริงใจดีค่ะ ความใสซื่อนี้เลยทำให้เกิดกระแสขึ้นมาว่า แล้วโฆษณาที่ ททท.ทำล่ะ มันไม่มีแรงดึงดูดคนไทยด้วยกันเองมากเพียงพอเลยหรือ เอาเป็นว่า ทาง ททท. เราได้จัดทำโฆษณาการท่องเที่ยวไทยที่มีทั้งเผยแพร่ในไทย เพื่อคนไทย และเผยแพร่ในต่างประเทศ เพื่อชาวต่างชาติ ซึ่งอันที่เผยแพร่ในต่างประเทศนี้ เราไม่ได้นำมาเผยแพร่ในไทย เพราะมันเป็นเรื่องของสัญญา เป็นเรื่องของลิขสิทธิ์ที่เราทำร่วมกับพรีเซนเตอร์ หรือกับทีมงานต่างชาติ ซึ่งบอกได้เลยว่า ถ้าเราได้มีโอกาสดู ดูแล้วจะรู้สึกว่ามันมีความจริงใจไม่แพ้กัน”
แต่ไม่ว่าคลิปวิดีโอแนะนำการท่องเที่ยวไทย ที่ไม่ว่าจะจัดทำโดยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็ดี หรือจาก ททท.ก็ดี ในมุมมองของภาณุพรรณ เธอเผยว่า มันมีผลต่อการท่องเที่ยวบ้านเราด้วยกันทั้งคู่
“มันเป็นอะไรที่ดีอยู่แล้ว ทำให้เกิดกระแส ทำให้คนอยากมาเที่ยวไทยมากขึ้น เพียงแต่ในฐานะของ ททท. เราก็ต้องย้อนกลับมาดูโฆษณาที่เราจัดทำ ดูเพื่อให้รู้ว่าเราจะทำโฆษณาที่เกินจริงหรือประดิษฐ์มากเกินไปหน่อยไม่ได้อีกต่อไปแล้วนะ เพราะคนในยุคสมัยนี้ เขาไม่เชื่ออะไรง่ายๆ อีกต่อไปแล้ว เขาจะเชื่อในสิ่งที่มันดูจริง และทำขึ้นมาจากความจริงใจ”
ภาณุพรรณเผยว่า แต่หากมองดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากกระแสของคลิปวิดีโอท่องเที่ยวไทยที่ชาวต่างชาติเป็นคนทำ ผลลัพธ์ที่เกิดจากภาพยนตร์เรื่อง Lost in Thailand (ภาพยนตร์จีนที่คนจีนทำและจัดฉายให้คนจีนดูจนคนไทยต้องดูตามมั่ง) กลับทำให้คนจีนมาเที่ยวเมืองไทยอย่างล้นทะลัก ซึ่งนี่น่าจะเป็นสิ่งที่เห็นผลได้ชัดเจนกว่า
“เชื่อไหมว่าคนจีนเขามาตามรอยเมืองไทยที่อยู่ในหนังเรื่อง Lost in Thailand ล้มหลามอย่างไม่น่าเชื่อ พูดง่ายๆ ก็เหมือนคนไทยไปเที่ยวเกาหลีเพื่อตามรอยซีรีส์เกาหลีนั่นแหละ นอกจากตามรอยในหนัง ยังมีกลุ่มคนจีนที่เดินทางมาเที่ยวไทยเพื่อมาตามรอยบล็อกเกอร์ชาวจีนที่เป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยน ซึ่งบล็อกเกอร์เหล่านี้ เมื่อมาอยู่เมืองไทย เขาได้ค้นพบอะไรที่น่าสนใจ เขาได้สัมผัสกับที่กิน ที่เที่ยว ที่ช็อปอย่างลึกซึ้ง จนนำไปถ่ายถอดลงในบล็อก และเมื่อมีคนอ่าน ก็ย่อมอยากมีคนมาเที่ยวตามมั่ง ซึ่งอันนี้น่าจะเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่เกิดขึ้นจากโซเชียลมีเดียอีกช่องทางหนึ่งนอกจากยูทูบ”
นอกจากการตามรอยภาพยนตร์เรื่อง Lost in Thailand ตามรอยบล็อกเกอร์จีนที่เป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยน “ป้อง-สมฤทธิ์ ไหคำ” นายกสมาคมมัคคุเทศน์ จ.เชียงใหม่ อีกทั้งยังเป็นเจ้าของ บริษัท แปซิฟิค เวิลด์ เชียงใหม่ ยังเผยอีกว่า ยังมีกลุ่มคนมาเที่ยวเมืองไทย โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ โดยเป็นการมาเที่ยวเพื่อตามรอยดารานักร้องขวัญใจของเขา นั่นคือ เติ้งลี่จวิน อีกด้วย
“คงเป็นเพราะเติ้งลี่จวินชอบมาเที่ยวที่เชียงใหม่ อีกทั้งเธอยังมาเสียชีวิตที่โรงแรมอิมพีเรียล แม่ปิง ทำให้ชาวจีนอยากมาดูห้องที่เติ้งลี่จวินพัก มาจิบไฮทีที่ห้องนี้ ทำให้ไฮทีของอิมพีเรียลแม่ปิงต้องจองข้ามปีกันเลยทีเดียว”
จากกรณีคลิปวิดีโอ Never Go to Thailand สมฤทธิ์เผยว่า ที่คลิปวิดีโอนี้กลายเป็นกระแส นั่นเป็นเพราะมุมมองการท่องเที่ยวของคนต่างชาติแตกต่างจากมุมมองการท่องเที่ยวของคนไทย
“มุมมองการท่องเที่ยวของต่างชาติเขานอกกรอบมากกว่าเรา เขาท่องเที่ยวเพื่อให้ได้สัมผัสอย่างถึงที่สุด ส่วนคนไทยสนใจแค่เรื่องเพสต์ แอนด์ โพสต์ เช่น ไปปายก็คือไปปาย ไปถึงสถานที่แล้วก็ถ่ายรูปเพื่อโชว์และแชร์ แต่ฝรั่งยอมบุกน้ำลุยป่า ภาพที่ฝรั่งถ่ายมาเลยเป็นภาพที่คนไทยไม่เคยได้สัมผัส อย่าลืมว่าโดยธรรมชาติของคนไทยส่วนใหญ่ไม่ชอบลุย ชอบอะไรที่สบายๆ”
เมื่อสมฤทธิ์ถูกตั้งคำถามว่า เราคนไทย ในฐานะเจ้าของประเทศ จะสามารถทำคลิปวิดีโอกระตุ้นให้คนต่างชาติมาเที่ยวเมืองไทยให้ได้มากขึ้นได้อย่างไร สามารถสร้างกระแสให้เกิดขึ้นได้ดั่งเช่นคลิปวิดีโอ Never Go to Thailand ได้อย่างไรบ้าง สมฤทธิ์เผยว่า เราต้องทำโฆษณาอย่างจริงใจ ไม่ประดิษฐ์ และไม่ทำโฆษณาเพื่อการท่องเที่ยวด้วยรูปแบบเดียว แต่ขายไปทั่วโลก
“เราต้องดูแต่ละตลาดว่าเขานิยมชมชอบอะไร เขามีพฤติกรรมการบริโภคเป็นอย่างไร มีความเชื่อทางศาสนา มีไลฟ์สไตล์อย่างไร เกิดเทรนด์อะไรใหม่ๆ ในบ้านเมืองเขาขึ้นมาบ้าง เพื่อที่จะได้หันมาดูตัวเราเองว่า เรามีอะไรไปนำเสนอเขา ถ้าตลาด 10 ประเทศ ชอบอะไรไม่เหมือนกัน เราต้องมาดูว่าเรามี 10 ความชอบตามแต่ละประเทศบ้างไหม ถ้ามี ก็ขายไปให้ถูกจุด อย่าขาย 1 เพื่อ 10 มันไม่เวิร์ก มันจะกลายเป็นยัดเยียดมากจนเกินไป”
หากคุณเป็นคนไทยคนหนึ่งที่อยากเดินทางท่องเที่ยวแล้วได้เป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นให้คนหันมาเที่ยวเมืองไทยกันมากขึ้น โปรดอย่าลืมคีย์เวิร์ดสำคัญ นั่นก็คือ ไม่ว่าคุณจะทำคลิปวิดีโอ ทำหนัง หรือทำอะไรก็แล้ว ขอแค่มีความจริงใจและไม่ประดิษฐ์ แล้วสิ่งที่คุณทำ มันจะมีคุณค่า มีความหมาย และทำให้ใครต่อใครสัมผัสได้ว่า สิ่งที่คุณไป สิ่งที่คุณทำ มันดูจริง!







