
เบื้องหลังความคิด...ทำไมผู้หญิงไม่หนี?
โดย...หนูดีวนิษา เรซ
โดย...หนูดีวนิษา เรซ
ทำไมผู้หญิงหลายๆ คน อยู่กับผู้ชายที่ทำร้ายเธอทั้งร่างกายและจิตใจ แต่เธอก็ยังไม่ไปไหน ยังคงทนอยู่ ทั้งๆ ที่หลายๆ คนคงคิดว่า “อยู่ทำมั้ย ถ้าเป็นฉัน ฉันไปนานแล้ว”
เรื่องแบบนี้ คนนอกคงไม่รู้ดีเท่าคนใน
หนูดีเอง สมัยเป็นเด็กก็เคยมองปรากฏการณ์แบบนี้ด้วยความงง โดยเฉพาะกรณี “อย่ามายุ่งกับเรื่องผัวเมีย” ที่ฝ่ายชายประกาศก้อง ก่อนจะตบตีผู้หญิงคนหนึ่งต่อหน้าธารกำนัลหลายสิบคน ...และก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่ง เพราะสองคนนั้นเป็นสามีภรรยากัน
สารภาพว่า หนูดีเห็นเหตุการณ์ประเภทนี้ครั้งแรก ตอนยังเป็นเด็กตัวเล็กนิดเดียว สมองเล็กๆ ของหนูดีบอกตัวเองว่า “นี่มันไม่โอเคนะ แม่เราสอนมาว่าคนห้ามใช้กำลังใส่กัน แล้วผู้ชายก็ห้ามรังแกผู้หญิง แต่นี่ทำไม ผู้ชายตัวใหญ่ตบตีผู้หญิงตัวเล็กนิดเดียว...แล้วก็ไม่มีใครช่วย แต่มีคนยืนมองเยอะเลย” และสมองเล็กๆ ก็บอกต่อไปอีกว่า “คนที่ยืนมองน่ะ ใจร้ายมาก ทำไมไม่ช่วย”
ตอนหลังผู้ใหญ่ต้องมาอธิบายว่า “เขาเป็นแฟนกัน คนอื่นๆ ถึงไม่ช่วย” ซึ่งก็ไม่ได้ช่วยให้หนูดีเข้าใจได้เลยสักนิด ยิ่งงงหนักไปใหญ่ว่า “อ้าว คนเป็นแฟนกันเขาต้องรักกันไม่ใช่เหรอ แล้วนี่เขาตบตีกัน คนทำร้ายกันเขาไม่รักกันหรอก”
แต่ก็นั่นละค่ะ การทำร้ายกันระหว่างคนที่รักกันมากสองคนไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นไม่ได้ มันเกิดมาไม่รู้เท่าไหร่ จนสถิติผู้หญิงที่ตายเพราะน้ำมือสามีหรือแฟนนั้น มีมากมายในทุกประเทศ
ในบางประเทศที่ปกป้องผู้หญิงมากเป็นพิเศษ เช่น สหรัฐอเมริกา ที่สามารถมีหมายศาลห้ามแฟนหรืออดีตสามีเข้าใกล้ผู้หญิงได้ไม่เกิน 100 เมตรบ้าง อะไรบ้าง แต่การณ์ก็ปรากฏว่า หญิงเหล่านั้นก็โดนสามีหรือแฟนบุกเข้ามาทำร้ายหรือฆ่าในสถานที่ส่วนตัวได้ในเวลาที่ไม่มีตำรวจอยู่คุ้มกัน และกระดาษแผ่นเดียว แม้มีผลทางกฎหมายแต่ก็ไม่สามารถคุ้มกันพวกเธอได้ หากอีกฝ่ายรักแรงแค้นแรง
ทำไมผู้หญิงไม่หนี ทั้งๆ ที่ถ้าจะหนีกันจริงๆ ก็หนีได้ หลายคนให้อภัยซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนคนรอบข้างเอือมระอา
เรื่องนี้หนูดีไม่เข้าใจ ...จนได้มาเรียนในห้องเรียน “ครอบครัวศึกษา” ที่อาจารย์ตีแผ่วิธีคิดของผู้หญิงกลุ่มนี้ และวิธีการครอบงำของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้กระทำ
วงจรมันเข้าใจได้ง่ายๆ
และเมื่อเราเข้าใจวงจรนี้ เราจะชัดเจนเลยว่า ทำไมผู้หญิงไม่หนีเสียที
สามีหรือแฟนที่ซ้อมภรรยานั้น อยู่กันด้วย “ข้อตกลง” ที่ไม่มีการพูดหรือเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร แต่เข้าใจกันเงียบๆ ระหว่างคนสองคน โดยที่คนนอก แม้กระทั่งพ่อแม่ของฝ่ายหญิงหรือเพื่อนรักที่สุดก็ไม่มีวันได้เห็นข้อตกลงนี้
ปกติแล้ว ผู้ชายที่ซ้อมคนรัก มักเป็นผู้ชายที่มองดูภายนอกแล้วเป็นคนที่มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม เพราะคนที่จะอารมณ์ขึ้นได้รุนแรงถึงขั้นลงมือกับผู้หญิงนั้น มักมีอารมณ์ทุกๆ อย่างรุนแรง ขึ้นสูงลงต่ำสุดได้อย่างถึงพริกถึงขิง พวกเขามักเป็นผู้ชายที่ใครได้รักแล้วลืมไม่ได้ง่ายๆ ไม่ใช่ผู้ชายจืดๆ น่าเบื่อ ที่ไม่สามารถผูกใจผู้หญิงได้
ดังนั้น ผู้หญิงมักรักผู้ชายแบบนี้มาก
แต่อย่าไปขัดใจเขาเข้าเชียว ขัดใจปุ๊บ มักจะมีการขึ้นเสียง อาละวาด โยนของ พังสารพัด และท้ายสุด ลงมือกับผู้หญิงข้างตัว
และเวลาลงมือแต่ละครั้ง ไม่เบาเลยค่ะ ส่วนใหญ่แล้ว ไม่ใช่แค่ตบ แต่มักจะถึงขั้นเตะ ต่อยท้อง กระทืบ ผู้หญิงหลายคนมาถึงมือหมอในห้องฉุกเฉิน มักมีอาการฉีกขาด เลือดโทรมเสมอๆ รายหนึ่งที่เป็นพี่สาวแท้ๆ ของเด็กที่หนูดีดูแลสมัยฝึกงานอยู่ที่อเมริกานั้น โดนสามีจับโยนออกมานอกหน้าต่าง จนถึงกับทำให้เธอแท้งลูก น้องสาวของเธออยู่ชั้นประถมสี่ มาเล่าให้หนูดีฟังแบบหน้าตาเฉยๆ ว่า พี่เขยก็เป็นแบบนี้ล่ะ เวลาโมโห ซึ่งทำให้หนูดีเสียใจไม่เพียงเพราะเธอต้องแท้งลูก แต่เพราะลูกศิษย์ของหนูดีซึ่งเป็นเด็กสาวละตินเริ่มมองเห็นพฤติกรรมแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาๆ ไปแล้ว ซึ่งเป็นนิสัยที่เราไม่ควรให้เด็กสาวๆ เริ่มเพาะเลย
เธอควรต้องเติบโตขึ้นอย่างรู้ว่า ผู้ชายไม่มีสิทธิทำร้ายผู้หญิง ทั้งทางกิริยา วาจา การกระทำ และจิตใจ
อย่างไรก็ตาม
ทำไมผู้หญิงไม่หนี
ความลับมันอยู่ที่ “หลังซ้อม” ค่ะ
เพราะตอนโดนซ้อมนั้น ผู้หญิงทั้งเจ็บทั้งกลัว ในใจมักสาบานว่า “พอกันที ฉันไม่ไหวแล้ว ฉันจะไม่ทนอีกแล้ว”
แต่เมื่อถึงมือแพทย์ หมอรักษาหาย หรือเธอทนรักษาตัวเองจนหาย คราวนี้ละ สามีตัวดีจะมางอนง้อ และง้อแบบเอาจริงเอาจัง สบถสาบาน คราวนี้จะกลับตัว ผมมันเลวมาก ผมเมา ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมจะปรับปรุงตัว ฯลฯ
ประโยคเด็ดสุดที่ผู้หญิง 99% ที่โดนซ้อมจะได้ยินแน่ๆ คือ “ผมสัญญาว่า ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย”
และมหกรรมสำนึกผิดจะเริ่มขึ้น
เธอจะได้ดอกไม้ ได้ออกไปกินร้านอาหารอร่อยๆ ได้กระเป๋าใบใหม่ ได้ไปช็อปปิ้ง ได้รับการโอบกอด ได้รับคำหวานวันละหลายรอบ จนเธอเริ่มคิดว่า เขาจะปรับปรุงตัวได้
นี่คือ ขั้นที่สองของวงจรนี้ เราเรียกมันว่า “ช่วงสร้างความหวัง”
ความหวังนี่ละค่ะ น่ากลัวที่สุด
เพราะมันจะร้อยรัดให้ผู้หญิงไปไหนไม่ได้
และถามว่า ผู้ชายเหล่านี้ปรับปรุงตัวได้จริงไหม ตามสถิติแล้ว ไม่ได้ค่ะ เมื่อเขาเริ่มลงมือกับผู้หญิง โอกาสต่ำมากที่เขาจะหยุดได้เอง ส่วนใหญ่มักต้องการความช่วยเหลือจากจิตแพทย์อย่างจริงจัง
และมีไหม ผู้หญิงที่ให้อภัยซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนครั้งหนึ่งเขาเผลอลงมือทำรุนแรงจนเธอพิการหรือตาย
มีค่ะ มีมากกว่าที่เราคิด
หนูดีเอง เมื่อเรียนวิชานี้ บอกตัวเองอย่างเดียวว่า หากแต่งงานไปและมีการใช้กำลัง จะไม่มีการเริ่มต้นใหม่ แม้เราจะให้อภัยได้เพื่อผ่อนเบาภาระในใจตัวเอง แต่จะเดินออกจากชีวิตสมรสนั้นไม่ให้เกิน 24 ชั่วโมง
เพราะคนรักกัน เขาไม่ทำร้ายกัน
และครั้งนี้ไม่ตาย แต่ครั้งหน้า...ใครจะรู้







