posttoday
ชีวิตบวกเมื่อคิดบวก

ชีวิตบวกเมื่อคิดบวก

18 พฤศจิกายน 2556

คนเราบางคนไม่อยากทำงานอื่นเพิ่มเพราะกลัวขาดทุน (แบบว่าทำงานมากกว่าเงินเดือน) ไม่อยากไปช่วยคนอื่นเพราะไม่มีผลประโยชน์ตอบแทน

โดย...วรธาร/ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

คนเราบางคนไม่อยากทำงานอื่นเพิ่มเพราะกลัวขาดทุน (แบบว่าทำงานมากกว่าเงินเดือน) ไม่อยากไปช่วยคนอื่นเพราะไม่มีผลประโยชน์ตอบแทน ไม่อยากเสี่ยงกับเรื่องใหม่ๆ ที่ยังไม่คุ้นเคย ฯลฯ มักจะมองเพียงผลประโยชน์ในระยะสั้นมากกว่าประสบการณ์ชีวิตในระยะยาว มัวแต่คิดถึงแต่คำว่า “คุ้มหรือไม่คุ้ม” และ “ได้หรือเสีย” ซึ่งความคิดในเชิงลบเหล่านี้ทำให้ใครต่อใครเสียโอกาสที่ดีในระยะยาวมานักต่อนัก

ดร.ณรงค์วิทย์ แสนทอง กรรมการผู้จัดการ วิทยากรและที่ปรึกษา บริษัท พีเพิล แวลูว์ ได้แนะนำเทคนิคการคิดเชิงบวกเพื่อเปลี่ยนปัญหา ความเสี่ยงและความท้าทายในชีวิตมาสู่ประสบการณ์ชีวิตที่มีมูลค่าเพิ่มในระยะยาว โดยให้พยายามคิดหาเหตุผลเชิงบวกมาหักล้างกับความคิดเชิงลบ หรือหาเหตุผลเชิงบวกมาสร้างแรงจูงใจให้กับตัวเอง เป็นต้นว่า ถ้าหัวหน้าให้ทำงานหนัก (แต่เงินเดือนเท่าเดิม) จงคิดว่าถ้าเราทำงานหนักในวันนี้และทำให้มีประสบการณ์เพิ่มขึ้น เราจะไปหาเงินเดือนที่สูงกว่านี้คงจะไม่ยาก และคิดเสียว่าเมื่ออายุงานเราผ่านไปนานจะขอกลับมาทำงานที่ผ่านไปแล้วไม่ได้ หรือคิดว่ายังมีคนอีกหลายคนที่อยากมีงานทำทั้งคนตกงานหรือแม้กระทั่งคนร่ำรวยที่อยากจะมีอะไรทำในชีวิตในขณะที่เรามีโอกาสทำงานที่มากกว่าคนอื่น จึงน่าจะรีบฉวยโอกาสนี้ให้กับตัวเอง

“ถ้าต้องเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ที่ยากๆ แต่ไม่มีใครบอกว่าจะได้อะไรจากสิ่งนั้น จงคิดว่าการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จะช่วยให้เราก้าวทันโลกทันสังคมมากขึ้น ถึงแม้จะรู้เรื่องใหม่เพียงน้อยนิด แต่ก็ยังดีกว่าคนที่ไม่ยอมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อะไรเลย ลองนึกถึงเรื่องใหม่ๆ ในอดีตที่เราเคยผ่านมา ณ วันนี้กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว ดังนั้นจงคิดว่าเรื่องใหม่วันนี้ พรุ่งนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว จะเห็นว่าทุกครั้งที่เราเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ก็จะได้ความรู้ใหม่เพิ่มขึ้น 100% แต่ถ้ามัวจมอยู่กับสิ่งเก่าๆ จะไม่มีความรู้ใหม่เพิ่มขึ้นแน่นอน”

ดร.ณรงค์วิทย์ กล่าวต่อว่า ถ้าครอบครัวมีปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ จงคิดว่าดีกว่าคนที่เป็นเด็กกำพร้า ไม่มีพ่อแม่ ไม่มีครอบครัว จงคิดบวกว่าดีเหมือนกันถ้าเรารู้ว่าปัญหาครอบครัวสร้างผลกระทบต่อจิตใจอย่างไร เราจะได้จำไว้เตือนใจตัวเองว่าจะไม่ทำกับครอบครัวเรา ถ้ารับจ้างทำงานให้ใครแล้วเขาไม่จ่ายค่าจ้าง ก็ให้คิดเสียว่าชาติที่แล้วเราคงเป็นหนี้เขามาก่อน ชาตินี้จึงต้องมาชดใช้คืน หรือคิดเสียว่าถึงแม้เราจะไม่ได้เงินแต่ก็ได้ประสบการณ์ อย่างน้อยๆ ก็ประสบการณ์ในการเลือกทำงานให้กับคนอื่นที่รอบคอบมากขึ้น และประสบการณ์ที่ไปทำงานให้เขาก็จะช่วยให้เรามีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้น และสามารถนำประสบการณ์ที่ได้นี้ไปสร้างประโยชน์ให้กับตัวเองและผู้อื่น เผลอๆ อาจจะได้ผลตอบแทนมากกว่าที่เราเสียไปก็ได้

“ถ้ามีเรื่องผิดใจกับเพื่อนสนิท ก็ให้คิดว่าดีเหมือนกันจะได้มีเวลาทบทวนตัวเอง และเป็นข้อควรระวังว่าถ้าเราจะคบใครนั้น ยิ่งสนิทสนมมากเท่าไหร่ เวลาผิดใจกันแล้ว จะรุนแรงกว่าเพื่อนคนอื่น ถ้ามีคนนำเอาความรู้ของเราไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ก็คิดเสียว่าความรู้ของเรามีคุณค่ามากเพียงพอที่คนอื่นต้องการนำไปใช้ และคิดเสียว่าไม่มีอะไรในโลกนี้เป็นของเราที่แท้จริง เป็นเพียงสิ่งสมมติเท่านั้นว่ามันคือของเรา คิดว่าดีเหมือนกันที่เราจะได้มีพลังในการพัฒนาความรู้ใหม่ๆ ขึ้นมาทดแทนความรู้ที่ถูกถ่ายทอดไปให้คนอื่น”

เป็นเทคนิควิธีที่มีคุณค่าและควรแก่การนำไปประยุกต์ใช้อย่างยิ่ง อย่างน้อยๆ ก็น่าจะช่วยทำให้เรามีประสบการณ์กับเวลาผ่านเข้ามาในชีวิตได้อย่างมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท