
อิฐดินเผา
“อิฐมอญ” ของคุ้นเคยที่เราเห็นมาอย่างยาวนานจนผมไม่สามารถหาข้อมูลถึงที่มาได้ว่าเกิดในยุคสมัยใด
โดย...นพพล ชูกลิ่น
“อิฐมอญ” ของคุ้นเคยที่เราเห็นมาอย่างยาวนานจนผมไม่สามารถหาข้อมูลถึงที่มาได้ว่าเกิดในยุคสมัยใด แต่ถ้าเราลองสังเกตจากสิ่งก่อสร้างและโบราณสถานสำคัญๆ ใน จ.พระนครศรีอยุธยา สุโขทัย จะเห็นก้อนอิฐที่สำหรับผมแล้วช่างเหมือนกับอิฐที่มีนามสกุลว่ามอญ
ผมได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมโรงงานเผาอิฐมอญแห่งหนึ่งใน จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นโรงงานแบบดั้งเดิมที่ทำโดยชาวบ้าน และยังใช้ขั้นตอนการผลิตแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมา สิ่งแรกที่ผมเห็นคือการทำโรงงานต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่มากๆ เมื่อเทียบกับขนาดของผลผลิตที่ได้ เฉพาะลานที่ต้องใช้ตากอิฐที่นำมาจากดินที่ผ่านขบวนการคัดสรรดินและนวดดินแล้วมาเทลงบล็อกที่ลานตาก แล้วอาศัยพลังงานทางธรรมชาติ คือแสงอาทิตย์ในการทำให้อิฐเริ่มต้นแข็งตัว นั่นก็คือลานตากต้องใช้พื้นที่มากมาย
แต่สิ่งที่ผมสงสัยมากๆ คือ การรอพลังงานทางธรรมชาติเป็นผู้กำหนดความอยู่รอดของผู้ที่ประกอบอาชีพนี้ ซึ่งผมอยากวิงวอนหน่วยงานรัฐหรือสถาบันการศึกษาใดมาช่วยคิดค้นนวัตกรรมเตาอบ เพื่อให้เกิดผลผลิตที่แน่นอนและเกิดคุณภาพที่ดีกับวงการอิฐมอญ นอกจากนั้นขบวนการเผาอิฐยังใช้แกลบในการเผา ซึ่งต้องใช้สถานที่ในการจัดเก็บแกลบอีกมากมาย ขั้นตอนการเผาเริ่มต้นจากนำอิฐที่ตากแดดจนแข็งตัวมาเรียงซ้อนกัน แล้วนำแกลบมากลบเผาจนกว่าอิฐจะแข็งตัวมีสีแดงอมชมพู ไม่บิดเบี้ยว ทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาถึง 15 วัน กว่าจะได้ผลผลิตในแต่ละรอบ
เท่าที่ผมดูจากประสบการณ์ในเชิงธุรกิจของผม แค่มีผู้สนับสนุนงานวิจัยลดขั้นตอนการนำอิฐไปตากแดด เป็นการใช้ตู้อบแทนการเผาอิฐโดยใช้แกลบ และต้องใช้เวลานานก็ใช้ตู้อบเปลี่ยนแหล่งที่มาของพลังงานใหม่ก็น่าจะทำให้ได้ผลผลิตที่ดีขึ้น หรือการพัฒนาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ทำให้อิฐมอญยังคงมีน้ำหนักเบาลง แต่มีคุณสมบัติที่มีความแข็งแกร่งเหมือนเดิม มีรูปลักษณ์เช่นเดิม เราก็น่าจะส่งออกไปแข่งขันกับต่างประเทศได้
เพราะเท่าที่ผมเคยสังเกตเห็นประเทศในเขตยุโรปก็นิยมใช้อิฐแบบนี้ในการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรมอยู่แล้ว ฝากให้รัฐบาลลองให้ความช่วยเหลือกลุ่มวิชาชีพเหล่านี้หน่อยนะครับ เราก็น่าจะได้นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อใช้ส่งออกได้ ไม่ใช่เร่งคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อฆ่าผลิตภัณฑ์เก่าๆ อย่างอิฐมอญให้สูญหายไป ช่วยกันอนุรักษ์ไว้นะครับ







