ปั้นลูกเป็นซุป’ตาร์น้อย
กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มจริงแท้ ณ เวลานี้ จะอะไรซะอีกเล่า ก็ละคร “ทองเนื้อเก้า” นั่นไง เรื่องราวทวีความเข้มข้นขึ้นทุกขณะ แฟนๆ ดูไปก็ด่าไป
โดย...โจ เกียรติอาจิณ
กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มจริงแท้ ณ เวลานี้
จะอะไรซะอีกเล่า ก็ละคร “ทองเนื้อเก้า” นั่นไง เรื่องราวทวีความเข้มข้นขึ้นทุกขณะ แฟนๆ ดูไปก็ด่าไป และรอลุ้นว่าชะตากรรมผู้หญิงที่ไม่รู้ชั่วดีเยี่ยง “ลำยอง” จะลงเอยชีวิตตอนท้ายเช่นไร (ราวกับไม่เคยชมกันมาก่อนงั้นแหละ)
ลำยองเวอร์ชั่น “นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี” ทำให้คอละครอินไปกับตัวละคร ขณะเดียวกัน “วันเฉลิม” ลูกชายแสนดี ที่นำแสดงโดย 3 หน่อ “น้องเมลิค” เมลิค เอเฟ่ ไอย์กูน (วัย 2 ขวบ) “น้องแม็ค” ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ (วัย 7 ขวบ) “น้องยอร์ช” ยงศิลป์ วงศ์พนิตนนท์ (วัย 12 ปี) ก็ฮอตไม่แพ้กัน ด้วยรูปลักษณ์ หน้าตา น่ารัก น่าเอ็นดู อืม!!! แถมยังน่าสงสารเสียยิ่งนัก ทุกฉากทุกตอนที่ (พวกเขา) โผล่ออกมาปรากฏตัว เรียกน้ำตา (ซึม) ได้ไม่ยาก
ตอนนี้ น้องแม็ค เรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนสารสาสน์เอกตรา ย่านสาธุประดิษฐ์ ส่วนน้องยอร์ช เรียนชั้น ป.5 โรงเรียนรัตนบัณฑิตวิทยา จ.นนทบุรี จากกระแสฮิตติดลมบนในบทบาทวันเฉลิม จึงส่งให้ทั้งคู่มีงานรุมมากมาย อาทิ อีเวนต์ โชว์ตัว และละครเรื่องใหม่
เบื้องหน้าเหล่าน้องๆ ต้องประชันบทกับนักแสดงขั้นเทพ เชือดเฉือนฝีมือกันสุดฤทธิ์สุดเดช ทว่าเบื้องหลังนี่คือความท้าทายและความยากสำหรับนักแสดงรุ่นเยาว์ กว่าจะได้เล่นเป็นวันเฉลิม 3 รุ่น 3 วัย บอกเลยว่าไม่ง่ายยยยยย ทุกอย่างล้วน (ต้อง) ผ่านล้วนมาจากการปลุกปั้นของคนในครอบครัว กว่าที่พวกเขาจะกลายมาเป็นซุป’ตาร์น้อย
ฉายแวว (สตาร์) มาแต่เกิด (?)
เรามีโอกาสคุยกับแม่น้องแม็ค ฐาคณิษฐ์ นิมจิรวัฒน์
เปล่า!!! เธอยืนยันกับเรา น้องแม็คไม่ได้เกิดมาแล้วรัศมีความเป็นดาราจับเลย จริงอยู่ด้วยหน้าตาผิวพรรณ คนเห็นก็ชอบและแนะนำให้ส่งเข้าวงการ
“ก่อนหน้าแม่เคยคุยกับน้องแม็คนะคะ ว่าอยากแสดงละครมั้ย โมเดลลิ่งก็เคยมาคุยเหมือนกัน แต่น้องแม็คบอกแม่ว่าไม่ชอบ เราเป็นแม่ก็ตามใจลูก ในเมื่อลูกไม่ชอบ ก็อย่าบังคับดีกว่า
แต่ที่ได้มาเล่นทองเนื้อเก้า เรื่องของเรื่องคือแม่รู้ข่าวว่ากองละครเขากำลังมีการแคสต์นักแสดง ก็เล่าให้น้องแม็คฟังว่าละครเรื่องนี้กำลังหาคนที่เล่นบทวันเฉลิม น้องแม็คสนใจมั้ย เขาก็ยังยืนยันว่าไม่ จนวันหนึ่งน้องแม็คเป็นคนเอ่ยปากกับแม่เองว่าอยากไปแคสต์ แม่ก็โอเค พาไป ก็ไม่คิดว่าจะได้หรอก เพราะแม่รู้ว่าคาแรกเตอร์น้องแม็คไม่ค่อยตรงกับบทวันเฉลิมเท่าไหร่”
ในที่สุดบทวันเฉลิมรุ่น 2 ก็ตกในมือเด็กชายวัย 7 ขวบ ที่ชื่อน้องแม็ค...
“จริงๆ น้องแม็คซนค่ะ ไม่อยู่นิ่ง ร่าเริง ช่างพูด ซึ่งตรงข้ามกับวันเฉลิม ซึ่งบุคลิกจะต้องเป็นเด็กนิ่งๆ ไม่ใช่ซนจ๋าเหมือนตัวจริงของน้องแม็ค ตอนแรกแม่ก็กลัวว่าจะทำเสียกองละครหรือเปล่า แล้วน้องยังไม่เคยแสดงมาก่อนด้วยไงคะ ก็กลัวไปหมด แต่พอพาไปเข้ากอง น้องแม็คกลับทำได้ จนแม่ยังแปลกใจ จากเด็กที่บอกไม่ชอบ มันคนละเรื่องกันเลยค่ะ”
เตรียมตัวดี มีเฮ!!!
อีกหนึ่งรายที่เรามีโอกาสคุย พี่สาวน้องยอร์ช ประทุมวรรณ เศรษฐี ผู้พาน้องยอร์ชตะลอนไปแคสต์งานบันเทิง เริ่มจากถ่ายปกแมกกาซีนเกี่ยวกับแม่และเด็ก จนเข้าตาผู้จัด ได้ชิมลางบทเล็กๆ ในละคร “น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์” “สัมผัสพิศวง” จนถึง “ขุนศึก” และบทบาทวันเฉลิมรุ่น 3
“ถามว่าเตรียมตัวให้น้องยอร์ชเป็นดารามั้ย ก็ไม่ถึงขนาดนั้นนะ แต่เรารู้ว่าเขามีแวว เขากล้าแสดงออก ตลก ชอบคุย เลยคิดว่าก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรที่จะสนับสนุน
การเตรียมตัวปั้นน้องยอร์ชเป็นนักแสดง เริ่มชัดตอนน้องยอร์ช 9 ขวบ ที่บ้านส่งน้องยอร์ชไปเรียนร้องเพลง ตามคำร้องขอของน้องเอง
“ก็ไม่คิดว่ามันคือการเตรียมตัวอะไรล่วงหน้าหรอกค่ะ เพราะมันเป็นสิ่งที่น้องยอร์ชอยากเรียน ที่บ้านก็ไม่ได้บังคับ แต่พอเรียนแล้วก็กลับเป็นผลดีต่อตัวเด็ก เพราะจากประสบการณ์ที่พาน้องไปแคสต์งาน รู้เลยค่ะว่าคู่แข่งมีเยอะ แล้วคนที่เตรียมตัวมาดี ก็มีสิทธิ์ที่จะถูกเลือกมากกว่าคนอื่น”
ปั้น (ดาว) ด้วยใจ
ทั้งแม่น้องแม็ค และพี่สาวน้องยอร์ช ต่างพูดคล้ายกันว่า วงการมายานั้นสวยหรูจนใครๆ อยากกระโจนเข้าใส่ มีเงินทองกองตรงต่อหน้า ชื่อเสียงขจรไกล ทว่าทุกอย่างต้องรอโอกาสและจังหวะเหมาะๆ เหนืออื่นใด ความชอบใคร่ในวงการบันเทิงของเด็กก็สำคัญ
แม่น้องแม็ค : “ส่วนตัวแม่นี่ปล่อยตามใจลูกนะ อยากทำหรือไม่อยากทำ แม่ให้ลูกเลือกเอง เพราะถ้าไปบังคับหรือโน้มน้าวด้วยอะไรก็แล้วแต่ มันจะเป็นการสร้างแรงกดดันให้กับลูกเปล่าๆ อย่างน้องแม็ค ถ้าเขาไม่เอ่ยปากว่าอยากไปแคสต์ แม่ก็เฉยๆ นะ นั่นแสดงว่าเขาไม่ชอบงานด้านนี้
คิดว่าคนเป็นพ่อแม่ที่อยากให้ลูกเข้าวงการบันเทิง ก็ต้องดูลูกของตัวเองด้วยว่าลูกพร้อมมั้ย พร้อมในที่นี้ ไม่ใช่แต่หน้าตา รูปร่าง ผิวพรรณ แต่มันยังรวมถึงต้องพร้อมหรือยังที่จะให้เขาไปเผชิญโลก”
พี่สาวน้องยอร์ช : “ตอนเด็กๆ น้องยอร์ชเป็นคนขี้อายค่ะ พอไปเรียนร้องเพลงก็เริ่มจะกล้าแสดงออกมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดมันก็มาจากตัวน้องยอร์ชเอง ที่บ้านเป็นแค่แรงสนับสนุน แล้วที่บ้านก็จะไม่มีการบังคับ อยากเรียนอะไรที่ไม่ได้มากเกินไปก็จะสนับสนุน การเป็นดาราหรือเข้าวงการ ถ้าน้องชอบก็ปล่อยให้เขาทำ เหมือนที่บ้านจะคอยเป็นพี่เลี้ยงให้มากกว่าค่ะ
ไม่ได้แพลนอะไรไว้ล่วงหน้าเลยค่ะ ว่าจากนี้ไปน้องยอร์ชจะเป็นยังไง ถ้าน้องยังมีโอกาสในวงการบันเทิง ก็อยากให้เขาแสดงศักยภาพออกมา อยากเห็นพัฒนาการของน้อง อยากให้เต็มที่กับทุกงานที่ทำ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาเองด้วยละว่ามันใช่สิ่งที่น้องกำลังค้นหาหรือเปล่า”
การเป็นดาวเจิดจรัสในวงการบันเทิง ปั้นได้ ส่วนว่าใครจะอยู่นาน อยู่ทน อยู่คงกระพัน ก็ต้องให้กาลเวลาพิสูจน์


