
วิถีจิตวิถีธรรม ในสติปัฏฐาน...ตามแนวอานาปานสติ (ตอน ๑๘)
ถ้าวางทิ้งได้อย่างเป็นสมุจเฉทปหาน ขาดสะบั้น มันก็สิ้นซึ่งเครื่องร้อยรัดมัดยึดหรือสังโยชน์
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ถ้าวางทิ้งได้อย่างเป็นสมุจเฉทปหาน ขาดสะบั้น มันก็สิ้นซึ่งเครื่องร้อยรัดมัดยึดหรือสังโยชน์ นั่นหมายความว่า ถ้ามันเข้าถึงขั้นนั้นได้ มรรคญาณ ผลญาณ เกิดขึ้น ปัจจเวกขณญาณก็ไปกำหนดรู้ทันทีว่า... บัดนั้น จิตดวงนั้นเข้าถึงภูมิธรรมอริยบุคคลชั้นไหนแล้ว... ก็ขึ้นอยู่กับตามสภาพธรรมที่เป็นภูมิปัญญานั้นๆ ของการพัฒนาในอีกแนวหนึ่งของอริยจิต ที่เป็นไปตามลำดับของสภาพธรรมทั้ง ๔ ของจิตในภูมิของอริยะ ที่จะสลัดไปตามลำดับจนสลัดสิ้นแห่งความยึดติดยึดถือในโลกนี้ทั้งปวง จนถึงขั้นสูงสุด พ้นจากความเกี่ยวข้องกับโลกอย่างสิ้นเชิง เข้าถึงอรหัตผล อันเป็นธรรมเป็นไปเพื่อที่สุดคือพระนิพพาน...
นี่คือกระบวนการการศึกษาปฏิบัติในพระพุทธศาสนา
ดังนั้น เราทั้งหลายควรถือประพฤติปฏิบัติ และเรียนรู้ให้เข้าใจเพื่อการปฏิบัตินั้นให้มีผล ซึ่งจะมีผลได้นั้นสำคัญ... ความศรัทธา ความศรัทธาอันนำมาสู่ความเพียรปฏิบัติ ศรัทธามันเป็นพลัง... ศรัทธานี้เป็นอำนาจจิตที่เกิดจากความเชื่อ เชื่ออย่างรู้เข้าใจก็เป็นศรัทธาธรรม ศรัทธาธรรม... ศรัทธาคือเชื่อในการกระทำ เมื่อเชื่อแล้วก็นำมาสู่การปฏิบัติ...
ศรัทธาที่มีความรู้ความเข้าใจ จึงให้ปฏิบัติถูกต้องชอบโดยธรรม... เมื่อปฏิบัติถูกต้องชอบ มันก็มีความรู้ชอบในการปฏิบัตินั้น... ความระลึกรู้ชอบในการปฏิบัติที่ถูกต้องชอบนั้น นำไปสู่ความตั้งมั่นเห็นชอบจากความระลึกรู้ชอบนั้น จนให้เกิดปัญญาเห็นชอบจากความตั้งมั่นชอบนั้น และอบรมให้ศรัทธา ความเชื่อนั้น ในการกระทำนั้น ความระลึกรู้ชอบ หรือความเพียรชอบนั้น ความตั้งมั่นชอบนั้น รวมตัวเป็นหนึ่งเดียว เป็นหนึ่งเดียวเรียกว่าอำนาจธรรมเรียกว่า อินทรีย์ คือ ความเป็นใหญ่ในการทำงานของจิต ให้จิตมีสติปัญญาถึงขั้นรู้จักเปลื้อง ละ วาง เป็นการเปลื้องออก ละวางออก ซึ่งการเข้าไปเกี่ยวข้องยึดถือยึดติดในอารมณ์ทั้งปวงอันก่อให้เกิดกิเลสรดราดแห่งจิต...
ผู้มีอินทรีย์สังวร จึงมีสติปัญญาที่เป็นขั้นองค์ความรู้ สามารถวิจัยธรรมได้อย่างละเอียด จนเกิดการหยั่งรู้เข้าไปในสภาพธรรมนั้น ลำดับญาณตามการหยั่งรู้นั้น จนที่สุดแห่งญาณ เป็นญาณที่ให้ถึงความหมดจดแห่งการรู้นั้น คือถึงความสิ้นทุกข์ตามที่กล่าว
(อ่านต่อฉบับหน้า)







