
อุไรรัตน์ โรจจ์นานนท์ สรรคสร้าง (งานเขียน) เพื่อเยาวชน
ผ่านงานนิตยสารมาหลายฉบับ ทั้งนิตยสารผู้หญิงและไลฟ์สไตล์ เรื่อยถึงนิตยสารท่องเที่ยว งานเขียนสคริปต์รายการโทรทัศน์ กระทั่งนิตยสารบันเทิง เธอก็เคยทำมาก่อน
ผ่านงานนิตยสารมาหลายฉบับ ทั้งนิตยสารผู้หญิงและไลฟ์สไตล์ เรื่อยถึงนิตยสารท่องเที่ยว งานเขียนสคริปต์รายการโทรทัศน์ กระทั่งนิตยสารบันเทิง เธอก็เคยทำมาก่อน
มากกว่านั้น เธอเคยออกพ็อกเกตบุ๊กท่องเที่ยวมาแล้ว อาทิ “ปาย ปลายพู่กันจากปลายฟ้า” “โลกหมุนช้า...ที่อัมพวา” “7 เส้นทางโรแมนติก” (นามปากกา ผลิตะวัน) แต่สุดท้าย “อุไรรัตน์ โรจจ์นานนท์” (ปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปริญญาโท สาขาประวัติศาสตร์ศิลปะ มหาวิทยาลัยศิลปากร) ก็เลือกที่จะจับงานเขียนเพื่อเยาวชน
“เล่มแรกที่เริ่มเขียนคือ ปาย ปลายพู่กันจากปลายฟ้า เป็นยุคที่ อ.ปาย กำลังเริ่มเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว เขียนเล่มนี้เป็นแนวสารคดีท่องเที่ยว จะออกเพ้อๆ ฝันๆ ใส่อารมณ์ลงไปเยอะพอสมควร แต่ก็มีข้อมูลการท่องเที่ยวครบถ้วน เล่มนี้ประสบความสำเร็จค่ะ ได้จัดพิมพ์ครั้งที่ 2
ส่วนวรรณกรรมเยาวชน มันเริ่มตอนที่เขียนพ็อกเกตบุ๊กเล่มที่ 2 โลกหมุนช้า...ที่ อัมพวา โชคดีที่ตัวเองมีโอกาสศึกษาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แล้วก็เลยเกิดไอเดียว่าถ้าเยาวชนได้มาอ่านเรื่องเรื่องนี้แบบวรรณกรรมเยาวชน เพิ่มตัวละครและความสนุกสนานลงไป คงจะดีและเป็นประโยชน์ไม่น้อย ก็เลยลองเขียนวรรณกรรมเยาวชนดูค่ะ”
งานเขียนเพื่อเยาวชนเล่มแรก ที่นำมาซึ่งความภาคภูมิใจแก่ อุไรรัตน์ คงหนีไม่พ้น “หิ่งห้อยปีกบางกับการเดินทางของน้ำใส” พล็อตเรื่องสุดซาบซึ้งกินใจ แฝงแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เล่าถึงครอบครัวชนชั้นกลาง “น้ำใส” และ “ออมสิน” ที่มีโอกาสไปพักโฮมสเตย์ ทั้งคู่ได้รู้จักเพื่อนใหม่ “ใบไผ่” จนกลายเป็นความผูกพันและมิตรภาพระหว่างเด็กน้อย แม้จะกิดขึ้นช่วงสั้นๆ ทว่ากลับสามารถนำไปต่อยอดกับการดำเนินชีวิตได้ยืนยาว การันตีความน่าอ่านด้วยรางวัลลูกโลกสีเขียวปี 2552
ล่าสุด เธอกลับมาพร้อมวรรณกรรมเยาวชนสะท้อนสังคม “รามิล เด็กขายกุหลาบ” เป็นเรื่องราวการต่อสู้ชีวิตของเด็กชายฐานะยากจน ที่อาศัยอยู่กับยายและแม่ในบ้านเช่าถูกๆ ย่านชานเมืองในกรุงเทพฯ รามิลต้องหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการออกไปเร่ขายดอกกุหลาบแถวถนนข้าวสาร ที่นั่นทำให้เด็กชายได้เรียนรู้ชีวิตหลากหลายแง่มุม ยิ่งเฉพาะคำว่า “เงิน” แม้เด็กชายจะถวิลหาอย่างมาก ทว่าเงินก็อาจไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต หากเป็นความสุขทางใจต่างหากที่มีค่ากว่าสิ่งใด
“วรรณกรรมเยาวชนเป็นงานที่ไม่ใช่แค่ยากตรงการเลือกประเด็นนะคะ แต่ประเด็นนั้นต้องไม่ล้าสมัยด้วยค่ะ แม้เวลาจะผ่านไปนาน ก็ยังคงความร่วมสมัยได้ เพราะวรรณกรรมเยาวชนไม่ใช่นิยายหวือหวา ที่จะขายได้เร็วในท้องตลาด ต้องอาศัยเวลาค่ะกว่าที่จะเข้าไปอยู่ในใจคนอ่าน”
นอกจากนี้ อุไรรัตน์ ยังเผยว่าสิ่งที่ต้องระวังในการเขียนงานเพื่อเยาวชน นั่นก็คือภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร ต้องเข้าใจง่าย ขณะเดียวกันกลวิธีการเขียนต้องกระชับ ไม่เวิ่นเว้อ ซึ่งถือเป็นคีย์ให้งานเขียนชิ้นนั้นๆ น่าอ่านและน่าสนใจมากขึ้น
“ตัวเองก็มักจะลืมตลอดค่ะ เวลาเขียนต้องคอยเตือนตัวเองตลอดว่ากำลังเขียนเพื่อเยาวชนอยู่นะ ไม่ใช่งานเขียนสำหรับผู้ใหญ่ บางทีก็ต้องย้อนความคิดและจินตนาการสวมวิญญาณเด็ก อย่างการใช้ภาษาก็ต้องง่ายและเข้าใจไม่ยาก อย่าใช้คำหรือศัพท์ที่ยากเกินไป ภาษาหวือหวาก็พยายามจะเลี่ยง อะไรที่เป็นเรื่องยากๆ ก็ต้องย่อยให้มันง่าย อาจจะมีการสอดแทรกคำอธิบาย แต่ต้องไม่ยืดยาวจนน่าเบื่อ เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น บางทีก็มียกตัวอย่างด้วยค่ะ”
อุไรรัตน์ ยอมรับว่าวรรณกรรมเยาวชนเป็นงานที่ท้าทาย ละเอียดอ่อน แต่ถ้าตีโจทย์ให้แตกก็จะทะลุทะลวงกำแพงหนาที่กั้นไว้ระหว่างนักเขียน คนอ่าน และสำนักพิมพ์ได้ คนที่มุ่งจะมาจับงานเขียนเพื่อเยาวชน ต้องอดทน อดทน แล้วก็อดทน จนกว่าผลงานจะถูกตีพิมพ์ นั่นล่ะจึงจะมองเห็นแสงที่ส่องสว่างตรงปลายอุโมงค์
“มันเป็นงานที่ต้องรอเวลาค่ะ เพราะสำนักพิมพ์โดยส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับยอดขายและการตลาด แต่วรรณกรรมเยาวชนมันต้องรอ รอจนกว่าสำนักพิมพ์จะพึงพอใจในงานของเรา ถ้าไม่พึงพอใจก็ต้องหาจนเจอ เพื่อเขาจะได้นำผลงานของเราไปพิมพ์ บางทีเขียนเสร็จแล้ว 13 ปี นู่นค่ะ กว่าจะได้ตีพิมพ์ ฉะนั้นมันก็เลยเป็นงานที่ต้องรอเวลาค่ะ”







