posttoday
เมื่อ ‘คุณอัศว์’ กลายเป็นโค้ชผู้บริหาร

เมื่อ ‘คุณอัศว์’ กลายเป็นโค้ชผู้บริหาร

11 พฤศจิกายน 2556

แม้ว่าโลกใบนี้มันจะมีความสับสนวุ่นวายน่าเบื่ออยู่หลายเรื่อง แต่มันก็มีความน่าอภิรมย์ มีอะไรใหม่ๆ

โดย รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / ภาพ เอเอฟพี

แม้ว่าโลกใบนี้มันจะมีความสับสนวุ่นวายน่าเบื่ออยู่หลายเรื่อง แต่มันก็มีความน่าอภิรมย์ มีอะไรใหม่ๆ ที่ทำให้ชีวิตของเรามีเรื่องน่าสนใจ มีสิ่งท้าทายมาให้เราได้ลับสมองประลองเชาวน์กันอยู่เสมอ ชีวิตมันถึงไม่จำเจน่าเบื่อหน่าย ผู้เขียนรู้สึกขอบคุณอาชีพอาจารย์ที่ต้องสวมหมวกอื่นๆ อีกหลายใบ เช่น หมวกนักวิจัย ที่ปรึกษา นักเขียน ฯลฯ เป็นต้น การอยู่ในอาชีพดังกล่าวนี้ทำให้ผู้เขียนต้องกวดขันตนเองให้หมั่นแสวงหาความรู้อยู่ตลอดเวลา มิฉะนั้นก็จะตกข่าว ตกเทรนด์ การแสวงหาความรู้สำหรับผู้เขียนมีอยู่หลายหนทางและเรียนรู้ได้ตลอดเวลาจากบุคคลรอบข้างจากการอ่าน ฟัง สนทนา และสังเกตการณ์

ผู้เขียนไม่มีอคติว่า คนที่ให้ความรู้แก่ผู้เขียนได้จะต้องมีปริญญาเท่านั้นเท่านี้ใบ ต้องอายุมากกว่า หรือต้องเป็นใครคนใดคนหนึ่ง ผู้เขียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ว่าทุกเหตุการณ์และทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา ล้วนมีบางสิ่งบางอย่างที่เราเรียนรู้ได้หมด สำคัญที่ว่าเราจะฉลาดพอที่จะสกัดเอาบทเรียนจากเหตุการณ์หรือบุคคลต่างๆ เหล่านั้นได้มากแค่ไหน และสามารถนำความรู้นั้นมาใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ได้เหมาะสมหรือไม่

และนอกจากเราไม่ควรจำกัดว่าเราจะต้องเรียนรู้กับบุคคลคนใดคนหนึ่งแล้ว เรายังควรเปิดใจเรียนรู้จากเพื่อนร่วมโลก เช่น สัตว์ ด้วยเช่นกัน เป็นเวลาหลายพันปีแล้วที่มนุษย์เรามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดผูกพันกับสัตว์ต่างๆ เช่น สุนัข แมว ม้า หมู นก วัว ควาย ฯลฯ แต่ที่ดูเหมือนจะสนิทกับมนุษย์เรามากที่สุดก็คือสุนัขและแมว รองลงมาก็น่าจะเป็นม้าที่มนุษย์เราเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนและฝึกไว้ใช้งานต่างๆ สัตว์เหล่านี้ต่างก็มีมันสมอง มีความจำ และมีอุปนิสัยเฉพาะที่หากคนเรารู้จักสังเกตสังกาพฤติกรรมของพวกเขา เราก็จะสามารถเข้าใจเขา สามารถสร้างสัมพันธภาพกับเขา และสามารถ “ทำงานร่วมกัน” กับพวกเขาได้

ยิ่งไปกว่านั้นนักจิตวิทยายังสามารถสังเกตพฤติกรรมและปฏิสัมพันธ์ที่คนแสดงกับสัตว์เพื่อนำไปวิเคราะห์จุดเด่นและจุดด้อยของคนเราในเรื่องของทักษะในการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม ทักษะในการเป็นผู้นำ ตลอดจนบุคลิกภาพโดยรวม จะว่าไปแล้วการวิเคราะห์บุคลิกภาพของคนเราโดยพิจารณาจากปฏิสัมพันธ์ที่เรามีต่อสัตว์ต่างๆ ยังดูจะมีความแม่นยำมากกว่าข้อมูลที่เราได้จากการประเมินหรือจากปากคำของบุคคลอื่นๆ เสียอีก เพราะอะไรน่ะหรือ? เพราะสัตว์มีความจริงใจและมีมายาน้อยกว่ามนุษย์น่ะสิคะ สัตว์โกหกไม่เป็น เขารู้สึกอย่างไรกับคุณเขาก็แสดงออกซึ่งความรู้สึกนั้นออกมา ไม่เหมือนมนุษย์ที่ปากไม่ตรงกับใจ ความกลัว ความเกรงใจ ความโกรธเกลียด และแม้กระทั่งความรัก ทั้งหมดนี้มีผลทำให้คนเราทำการประเมิน จุดเด่น จุดด้อย ของคนอื่นคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงไปไม่มากก็น้อย

แต่สำหรับสัตว์ที่โกหกไม่ได้ เวลาที่เขาไม่ชอบคุณเขาก็จะไม่เข้าใกล้คุณ ไม่ยอมให้คุณเข้าใกล้และสัมผัสเขา แต่บางทีเขายอมก็เพระเขากลัวคุณ เช่น กลัวถูกตี ถ้าเขาไม่ชอบหรือเกลียดคุณเขาก็จะแสดงออก เช่น เห่า คำราม และอาจพยายามทำร้ายคุณ สัตว์ไม่สนใจหรอกค่ะว่าคนที่เดินเข้ามาหาเขานั้นมีตำแหน่งเป็น CEO หรือเป็นพนักงาน รปภ. หากเขาชอบ รปภ.มากกว่า CEO เขาก็จะเข้าไปคลุกคลีเล่นกับ รปภ.ไม่สนใจกับ CEO เชื่อเถิดค่ะว่างานนี้ CEO และคนใหญ่คนโตหลายคนเคย “หน้าแตก” มาแล้วเวลาที่ต้องไปปฏิสัมพันธ์กับสัตว์

หลายท่านคงเคยได้ยินเรื่องราวที่นักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญบางท่านทำการ “บำบัดรักษา” (Therapy) เด็กพิเศษ เช่น ผู้ที่มีอาการออทิสติกหรือเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูก กล้ามเนื้อ และสติปัญญา โดยใช้ม้าเป็นผู้ช่วยโค้ชที่มีประสิทธิภาพ บางท่านเรียกการบำบัดโดยใช้ม้าเป็นสื่อหรือเครื่องมือนี้ว่า “อาชาบำบัด” ขณะนี้มีสถานที่หลายแห่งในหลายจังหวัดของประเทศไทยที่ดำเนินงานนี้อยู่ สำหรับในหน่วยงานทหารเท่าที่ทราบก็มีกองพันทหารม้าที่ 29 รักษาพระองค์ที่มีโครงการเช่นนี้อยู่ ผลลัพธ์ที่ใช้ม้าหรือ “คุณอัศว์” (อัศวะ แปลว่า ม้า ผู้เขียนขอเรียกม้าว่า “คุณอัศว์” ก็แล้วกัน ฟังดูน่ารักดีนะคะ) ในการเยียวยาบำบัดเด็กพิเศษดูดีมากทีเดียว จึงมีผู้นิยมดำเนินโครงการนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

คุณอัศว์สามารถโค้ชผู้บริหารได้เช่นกัน!

สำหรับคุณอัศว์ที่มีอายุสมองเทียบเท่าเด็กอายุประมาณ 810 ขวบนั้น เขามิได้มีความสามารถในการเยียวยาเด็กพิเศษให้สามารถสื่อสารและปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นๆ ในสังคมได้ดีขึ้นเท่านั้น คุณอัศว์ยังเป็นผู้ช่วยของโค้ชที่ทำการโค้ชผู้ใหญ่ที่เป็นคนทำงานในองค์กร ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงและคนธรรมดาทั่วไปในการพัฒนาคนเหล่านี้ให้มีความตระหนัก (Self Awareness) ในบุคลิกภาพและสไตล์การทำงานของตนเองว่ามีผลกระทบในทางบวกหรือทางลบกับมนุษย์คนอื่นๆ ในครอบครัว ในองค์กร ในสังคม ในวงกว้างอย่างไร

ขณะนี้ในสหรัฐอเมริกาและยุโรปกำลังนิยมใช้คุณอัศว์เป็นผู้ช่วยโค้ชในการพัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหาร โค้ชผู้บริหารระดับสูงหลายท่าน รวมทั้ง ดร.แอนเดรียส ลีฟูกห์ (Dr.Andreas Liefooghe) แห่งวิทยาลัยเบอร์คเบ็ค มหาวิทยาลัยลอนดอน ซึ่งเป็นคู่หูของผู้เขียนในการโค้ชผู้บริหารและในการทำวิจัยต่างๆ เกี่ยวกับการบริหารบุคลากรและการพัฒนาภาวะผู้นำ ได้กล่าวว่า “นี่คือก้าวใหม่ของการโค้ชผู้บริหาร ที่เราเรียกว่า ‘Equine (แปลว่าม้า)’ – Assisted Coaching”

ดร.แอนเดรียส ผู้นี้นอกจากจะเป็นนักวิชาการในมหาวิทยาลัยแล้ว เขายังเป็นเจ้าของกิจการรถม้าและคอกม้าในลอนดอนอีกด้วย 23 ปีที่ผ่านมาที่ผู้เขียนเดินทางไปลอนดอนเพื่อทำวิจัยและเสนอผลงานของเราต่อมหาวิทยาลัยลอนดอนแล้ว ผู้เขียนยังมีโอกาสแวะไปเยี่ยมชมกิจการรถม้าและคอกม้าของเขาที่อยู่ใกล้ๆ กับพระราชวัง Hampton Court ที่เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์เฮนรี่ที่ 8 อีกด้วย ผู้เขียนได้ช่วย ดร.แอนเดรียส ให้อาหารม้าและกอดคอม้าที่น่ารักเหล่านั้นอยู่บ่อยๆ ยอมรับว่าในครั้งแรกที่อยู่ใกล้ม้า ผู้เขียนกลัวว่าจะโดนม้าเตะมาก ผู้เขียนคุ้นเคยกับสัตว์เช่นสุนัขมากกว่า แต่ไม่เข้าใจและไม่รู้จักม้า

ดร.แอนเดรียส บอกว่า “เธออย่าทำท่าแหยงหรือกลัวม้าสิ ทำใจสบายๆ ม้าเขารู้นะว่าใครกลัวเขา ถ้าเธอยอมให้ม้ารู้สึกเหนือกว่า เธอจะทำงานกับม้าและควบคุมม้าไม่ได้” ผู้เขียนนึกเถียงในใจว่า “ปัดโธ่! ดูไซส์ของม้าซะก่อนสิ ตัวใหญ่กว่าชั้นตั้ง 4 เท่า จะไม่แหยงได้ยังไง?” อย่างไรก็ตาม พอผู้เขียนใช้เวลาอยู่กับม้ามากขึ้นและเราเริ่มไว้ใจซึ่งกันและกัน ผู้เขียนก็สามารถลูบแก้ม ลูบตัว และเดินอยู่รอบๆ ตัวม้าได้ โดยที่ทั้งม้าและผู้เขียนไม่เกร็ง ดร.แอนเดรียส บอกวิธีสังเกตว่า เวลาม้าเครียดหรือกำลังมีอารมณ์ไม่ค่อยดี เขาจะทำกิริยาอย่างเช่น ทำหูลู่ไปข้างหลัง กระสับกระส่าย เป็นต้น

เมื่อผู้เขียนมีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น เข้าใจว่าม้าเขาก็คงได้ “กลิ่นความมั่นใจ” และ “กลิ่นความเป็นมิตร” ตลอดจนสังเกตพฤติกรรมของผู้เขียนว่าผ่อนคลายและไม่เป็นอันตรายกับเขา เขาก็ผ่อนคลายกับผู้เขียนเช่นกัน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างเราก็เริ่มพัฒนาขึ้นในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

ดร.แอนเดรียส ได้ทำการใช้คุณอัศว์ในการพัฒนาภาวะผู้นำให้กับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำในยุโรปมาแล้วหลายบริษัท เร็วๆ นี้ก็เพิ่งทำการโค้ชผู้บริหารของบริษัทไมโครซอฟท์ในอังกฤษ ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้ ผู้เขียนจะเดินทางไปลอนดอนอีกครั้ง โดยจะใช้เวลาประมาณ 10 วัน ในการเข้าร่วมทีมโค้ชของ ดร.แอนเดีรยส โดยผ่านการใช้คุณอัศว์ และจะได้ฉลองรางวัลที่ ดร.แอนเดรียส ได้รับพระราชทานม้ารูปงามชื่อ แฮร์ริงตัน จากสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ในฐานะที่เขาได้ช่วยบำบัดเด็กพิเศษโดยใช้วิธี “อาชาบำบัด” ให้แก่สังคมอังกฤษอย่างประสบผลสำเร็จสูงมาหลายปีติดต่อกัน

กลับมาแล้วจะมาคุยให้ฟังว่าเราสองคนจะมาอัพเดตวงการโค้ชชิ่งผู้บริหารผ่านคุณอัศว์อย่างไรค่ะ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท