
ฉากร้าวฉานของ..."ยายดื้อด้าน"กับ"ชายปากโป้ง"
ฉันเสียใจอย่างมาก ฉันหัวเสียมากด้วย เขาเป็นคนที่มากการศึกษา แต่ทำไมเขาหลุดคำพูดอย่างนั้นออกมา เขากำลังจะเป็นผู้นำประเทศนี้
ฉันเสียใจอย่างมาก ฉันหัวเสียมากด้วย เขาเป็นคนที่มากการศึกษา แต่ทำไมเขาหลุดคำพูดอย่างนั้นออกมา เขากำลังจะเป็นผู้นำประเทศนี้
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งในอังกฤษครั้งนี้ คาดว่า กอร์ดอน บราวน์ นายกรัฐมนตรีที่กระโดดลงชิงตำแหน่งอีกสมัยจะเข้าโค้งแรงจนเกิดอาการ “แหกโค้ง” ซะแล้ว!!!
งานนี้ต้องเรียกได้ว่า “สาหัส” เพราะกลายเป็นเรื่องครึกโครมไปถ้วนทั่วเกาะอังกฤษ
โดยความวิบัติแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่ยังไงความลับก็ไม่มีในโลก เพราะบราวน์ดันไปเผยนิสัย “หน้าไหว้หลังหลอก” กับคุณป้า กิลเลียน ดัฟฟี ที่เข้าขั้น “แฟนพันธุ์แท้” ของพรรคแรงงานมายาวนาน แต่ก็ถูกย่ำยีความจงรักด้วยพฤติกรรม “ปากดี” ของหัวหน้าพรรคสุดสะเพร่า
สื่อดังอย่างการ์เดียนถึงกับระบุว่า เหตุการณ์นี้เรียกได้เป็น “หายนะในการเลือกตั้งปี 2010” ทีเดียว
เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา เมื่อศึกการเลือกตั้งที่เมืองผู้ดีกำลังร้อนแรง ตัวเก็งเต็งเก้าอี้นายกฯ ทั้ง 3 คน ไม่ว่าจะเป็น บราวน์ เดวิด คาเมรอน และนิก เคลกก์ กำลังออกเดินสาย เคาะประตูบ้านชาวประชาอย่างไม่หยุดหย่อน แต่เรื่องที่ใครๆ ต่างก็ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
วีรกรรมของยายดื้อด้าน และชายปากโป้ง เปิดฉากอย่างน่าประทับใจ... (โดยไม่มีใครรู้ว่า ในตอนท้ายกลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมทางการเมืองขนาดย่อมๆ)
เมื่อ กิลเลียน ดัฟฟี คุณป้าปลดเกษียณวัย 66 ปี เข้ามาทักทายหัวหน้าพรรคแรงงานอย่างมิตรและแฟนตัวยง พร้อมพูดคุยฝากฝังเรื่องค้างคาใจเกี่ยวกับ การศึกษา เงินภาษี และคนอพยพจากพื้นที่ทางตะวันออกของยุโรป
แน่นอนว่า ในช่วงลงสมัครรับเลือกตั้ง นิสัยนักการเมืองชั้นดีก็ต้องยิ้ม รับฟังเรื่องนั้นอย่างตั้งอกตั้งใจ ภาพจากผู้สื่อข่าวที่ตามติดขอบสนามการลงพื้นที่หาเสียงก็ฉายให้เห็นถึงท่าทีและบทสนทนาของทั้งคู่ประหนึ่งมิตรชิดใกล้ บราวน์แตะไหล่คุณป้าแม่ม่ายรายนี้อย่างเป็นกันเอง ก่อนที่จะจบท้ายการสนทนาด้วยคำพูดว่า “คุณมาจากครอบครัวที่ดี”
นึกเอาง่ายๆ ว่า ใจของคุณป้าในเวลานั้นที่ได้พูดคุย
เคียงข้างนักการเมืองในดวงใจจะพองโตขนาดไหน
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ บราวน์ก็ขึ้นรถกลับออกไปจากพื้นที่นั้น แต่ด้วยความเร่งรีบ หรือโชคชะตาฟ้าไม่เข้าข้างก็ไม่ทราบ บราวน์ไม่ได้ปิดไมโครโฟนที่ติดอยู่ที่ปกเสื้อสูทด้านซ้าย
ดังนั้น บทสนทนาบนรถระหว่าง “นักการเมืองที่รัก” และผู้ช่วยคนสนิทจึงกลายเป็นคำพูดที่มากรีดโกยคะแนนเสียงของบราวน์ทิ้งฮวบไปแบบที่คู่แข่งไม่ต้องแม้แต่จะขยับ
บราวน์ : เป็นเรื่องหายนะชัดๆ ที่ให้ผมเจอกับผู้หญิงคนนั้น นี่มันความคิดของใครกัน
ผู้ช่วย : ผมก็ไม่รู้ครับ ผมไม่เคยเห็นเธอมาก่อนเลย
บราวน์ : ต้องเป็นความคิดของ ซู (ผู้ช่วยคนหนึ่ง) แน่ๆ เลย ไร้สาระจริงๆ
ผู้ช่วย : ผมไม่แน่ใจว่าพวกสื่อ จะเลือกเธอไปออกอากาศหรือเปล่า
บราวน์ : พวกเขาเลือกเธอแน่ๆ
ผู้ช่วย : เธอพูดอะไรหรือครับ
บราวน์ : ทุกเรื่องเลย เธอมันพวกผู้หญิงหัวดื้อ ผมว่ามันงี่เง่ามากเลย ที่ซูดันให้เธอมาคุยกับผม
เป็นช่วงเวลาหลายชั่วโมงด้วยกันทั้งในวันพุธและพฤหัส จนกระทั่งวันนี้ที่ทางสถานีโทรทัศน์ของอังกฤษได้แสดงภาพของดัฟฟีที่เกือบน้ำตาตก จนแทบไม่ต้องบรรยายขยายความรู้สึกเบื้องลึกของเธอเลย เมื่อผู้สื่อข่าวบอกกับเธอว่าบราวน์ได้พูดถึงเธอไว้ว่าอย่างไรบ้าง
“ฉันเสียใจอย่างมาก ฉันหัวเสียมากด้วย เขาเป็นคนที่มากการศึกษา แต่ทำไมเขาหลุดคำพูดอย่างนั้นออกมา เขากำลังจะเป็นผู้นำประเทศนี้ และเขาก็เรียกผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่เพียงออกมาถามเขาด้วยคำถามอย่างที่คนส่วนมากอยากจะถาม... และเขาก็เรียกฉันว่าคนดื้อด้าน
“เมื่อตอนที่เขาเป็นนายกฯ เขาทำสิ่งดีๆ ไว้มากมายสำหรับประเทศนี้ แต่ตอนนี้มันจบแล้ว ทุกสิ่ง ฉันไม่อยากที่จะพูดถึงเขาอีกแล้ว อะไรคือความดื้อด้านที่พูดถึง เพียงเพราะว่าฉันถามเรื่องหนี้ของประเทศเหรอ ฉันช็อก ซ็อกมากด้วย” ดัฟฟี กล่าว
ทันทีที่ทางสถานีวิทยุของบีบีซีได้นำคำพูดของบราวน์มาออกอากาศ และบราวน์ได้ยินเสียงตัวเองนั้นถึงกับต้องนั่งกุมขมับ และได้แต่กล่าวคำขอโทษ พร้อมกับรีบโทรศัพท์กลับไปคุยกับดัฟฟีเป็นการส่วนตัวทันที
อีกราว 3 ชั่วโมง เขาก็เร่งย้อนรถกลับไปยังบ้านของดัฟฟีเพื่อที่จะขอพูดคุยเป็นการส่วนตัวราวกว่า 45 นาที ภายในบ้านของเธอ และขอให้ “ยายหัวดื้อ” ยกโทษให้
ปีเตอร์ ดัฟฟี หลานชายของดัฟฟีออกมาเปิดเผยผ่านทางรายการวิทยุแห่งหนึ่ง ว่า ทีมงานของบราวน์พยายามที่จะมาชักชวนให้ดัฟฟีออกมาร่วมถ่ายภาพร่วมกับบราวน์ที่หน้าบ้าน และก็จับมือ ต่อหน้าสื่อที่มาเกาะติดการขอโทษ เพื่อที่ช่วยยืนยันด้วยภาพว่าเธอได้ให้อภัยชายบาปรายนี้แล้ว
แต่สิ่งที่ทีมงานของบราวน์ได้รับก็คือคำปฏิเสธ และคำเชิญให้ออกจากบ้าน ไปเผชิญหน้ากับสื่อโดยลำพัง
ภาพที่ปรากฏจึงเป็นเพียงนายกฯ เมืองผู้ดี ยิ้มแหยๆ ออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว พร้อมกับคำพูดที่หลุดออกมาจากปากว่า
“ผมก็เป็นคนบาปที่สำนึกผิด”
แน่นอนว่าเรื่องราวของ “ยายดื้อด้าน” และ “ชายปากโป้ง” ท่าจะจบลงแบบไม่แฮปปี้เอนดิงซะแล้ว เพราะยายดื้อด้านคงจะขอเป็นเส้นคู่ขนานที่ต่างคนต่างเดิน และไม่มีทางมาบรรจบกับนายปากโป้งได้อีกแล้ว
อย่างไรก็ดี ก็มีโพลสำรวจความคิดเห็นออกมาหลังจากเหตุการณ์ผู้นำปากโป้ง ในครั้งนี้แล้วก็ไม่ได้มีผลมากนักกับคะแนนเสียงของบราวน์
แต่โพลของเดอะซันระบุว่า บราวน์ถูกตราหน้าว่าเป็น “นายกฯผู้เสแสร้ง” ไปแบบดิ้นไม่หลุด
“เมื่อวานก็คือเมื่อวาน วันนี้ผมอยากที่จะพูดเกี่ยวกับอนาคตทางเศรษฐกิจ” บราวน์ กล่าวกับบรรดาพนักงานของโรงงานแห่งหนึ่ง ในเมืองที่ตั้งอยู่พื้นที่รอบนอกของรัฐเบอร์มิงแฮมเมื่อวันพฤหัสหนึ่งวัน หลังจากเดินหน้าหาเสียง
แน่นอนว่า ซาราห์ บราวน์ สตรีหมายเลขหนึ่งผู้เคียงข้างสามีและผ่านเรื่องทุกข์ร้อนมากมายร่วมกับบราวน์มาโดยตลอด ออกมายืนหยัดทำหน้าที่สตรีหลังบ้านผู้นำอย่างเคย เธอระบุว่า แน่นอนว่าบราวน์รู้สึกอับอายและรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“คนทั่วไปอาจจะพูดถึงหลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับกอร์ดอน แต่พวกเขาพูดไม่ได้หรอกว่า เขาไม่แคร์กับเรื่องที่เกิดขึ้น
“เขาโทร.มาหาฉันทันทีที่เกิดเรื่อง และแน่นอนว่ามาด้วยความรู้สึกละอายใจ เขากลับไปพบเธอเพราะเขากลัวความจริงที่ว่า เขาได้ทำร้ายจิตใจของใครบางคน คำขอโทษของเขามาจากใจ” ซาราห์ กล่าว
อันที่จริงแล้ว บราวน์มีเรื่องพฤติกรรมอื้อฉาวออกมาก่อนหน้านี้แล้ว เมื่อมีข่าวว่านายกฯ ของอังกฤษรายนี้มีอารมณ์ฉุนเฉียว และมักจะฟาดงวงฟาดงาใส่ลูกน้องและคนใกล้ชิดเป็นปกติวิสัย
หนังสือเล่มหนึ่งออกมาเขียนระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ซึ่งทำงานอยู่ภายในบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิงสตรีต โทร.มาร้องเรียนว่า “ตกเป็นเหยื่ออารมณ์” ของบราวน์อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งโดนแม้กระทั่งถูกผลัก ถูกระเบิดอารมณ์ใส่ หรือฉาวแม้กระทั่งทำร้ายลูกน้อง
สิ่งที่เกิดขึ้นคราวนี้ ทำให้ข่าวฉาวของบราวน์ดังกลบนโยบายของพรรคไปอย่างเห็นได้ชัด
งานนี้คงได้แต่ลุ้นว่าชาวอังกฤษจะให้อภัย และมอบโอกาสให้ผู้นำปากโป้งรายนี้อีกหรือไม่ ... แต่สิ่งที่บรรดานักการเมืองทุกชาติต้องเรียนรู้จากเหตุฉาวในครั้งนี้ คงหนีไม่พ้นที่ว่า นิสัยหน้าไหว้หลังหลอก ต้องถูกฉีกและเปิดโปงมาได้ในวันใดวันหนึ่ง ฉะนั้นทำอะไรอย่าคิดว่าจะไม่มีใครรู้ ที่สำคัญอย่าปล่อยให้คำพูดนำสมอง...







