
300 ปี ต้นดอกไม้แห่งศรัทธา
...กาญจนา อายุวัฒน์ธรชัย
จินตนาการว่ากระดาษแผ่นนี้สามารถส่งเสียงได้ ความอึกทึกของเสียงกลอง เสียงแคน และเสียงร้องรำทำเพลงของชาวบ้าน ต.แสงภา นับร้อยคนที่กำลังบรรเลงประสานเสียงกันอย่างครื้นเครง ความดังของเสียงดนตรีและเสียงคนสนั่นดังทั้งโสตประสาท แต่ความดังนั้นหาใช่ความรำคาญ แต่มันคือเสียงของความสุขและความศรัทธาที่ดังก้องในงานประเพณีบุญแห่ต้นดอกไม้ยักษ์
“งานบุญ 300 ปี” ณ วัดศรีโพธิ์ชัย จ.เลยงานแห่ต้นดอกไม้กำเนิดขึ้นตั้งแต่ก่อสร้างวัดศรีโพธิ์ชัยเสร็จ หรือเมื่อประมาณ 300 กว่าปีที่ผ่านมา โดยจะจัดขึ้นในช่วงเดือน เม.ย. จากความเชื่อที่ว่า ดอกไม้ที่นำมาแห่เป็นการบูชาพระรัตนตรัยเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ไทยเพื่อความเป็นสิริมงคล อยู่ดีมีสุข ฝนตกตามฤดูกาล ให้ข้าวกล้าในภูมินาอุดมสมบูรณ์ บ้านเมืองร่มเย็น ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ พืชสวนพืชไร่ขยายดอกออกผลสมบูรณ์ ในยุคเริ่มแรกชาวบ้านจะเก็บดอกไม้ที่สวยงามที่สุดมาบูชา แต่ต่อมาได้พัฒนามาเป็นพานพุ่มพานบายศรีขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ จนถึงขนาดยักษ์ที่ต้องใช้คนหามมากถึง 10 คน
โครงสร้างของต้นดอกไม้ประกอบขึ้นด้วยไม้ไผ่นำมาสานเป็นพานพุ่มทรงเหลี่ยมคล้ายนาฬิกาทราย และตกแต่งด้วยช่อดอกไม้ที่หาได้ในท้องถิ่น เช่น ดอกฝาง ดอกคูน ดอกลีลาวดี สร้างสีสันให้กับพานพุ่มมากกว่า 100 ช่อ ต้นดอกไม้ 1 ต้น มิใช่การลงแรงของบ้านเพียงหนึ่งบ้าน แต่เกิดจากความร่วมมือของเพื่อนบ้านใกล้เคียงที่ต้องช่วยกันหาดอกไม้ ช่วยกันสานไผ่ ช่วยกันประดับ ลงแรงกันประดิษฐ์ต้นดอกไม้ที่มีความสูงประมาณตึก 2 ชั้น ให้สำเร็จภายใน 1 วัน เพื่อที่จะคงความสดสวยงามของดอกไม้ไว้
เสียงดนตรีของงานบุญจะดังขึ้นตั้งแต่วันที่ 1316 เม.ย. โดยต้นดอกไม้จะเปลี่ยนทำใหม่กันทุกวัน รวมไปถึงทุกคืนวันพระตลอดเดือน เม.ย.ด้วย การแห่จะเริ่มขึ้นหลังพระอาทิตย์ตกดินราว 13 ทุ่ม บริเวณรอบพระอุโบสถจำนวน 3 รอบ รอบที่ 1 เป็นการบูชาพระพุทธ รอบ 2 บูชาพระธรรม รอบสุดท้าย บูชาพระสงฆ์ การแห่ผู้หามต้นดอกไม้ต้องโยกตัวประกอบจังหวะเสียงกลอง ฆ้อง ฉิ่ง ฉาบที่บรรเลงให้ต้นดอกไม้หมุนซ้าย ขวา เมื่อแห่ครบ 3 รอบแล้วต้องวางต้นดอกไม้ทุกต้นไว้รอบพระอุโบสถ เพื่อบูชาพระรัตนตรัยตลอดทั้งคืน
ลองจินตนาการต่อกันอีกนิดว่า ท่ามกลางเสียงดนตรีพื้นบ้านและเสียงโห่ร้องภาษาอีสานกำลังครึกโครม ต้นดอกไม้ขนาดใหญ่ยักษ์ก็กำลังส่ายสะโพกซ้ายขวาตามจังหวะอยู่กลางอากาศ เสมือนกับเป็นการเต้นระบำของต้นดอกไม้ที่ร่วมสนุกสนานไปกับชาวบ้านทุกคน พร้อมกับแสงไฟจากแท่งเทียนที่ตั้งอยู่ในต้นดอกไม้ที่สว่างไสววูบวาบส่ายไปมาอยู่กลางท้องฟ้าสีกาฬ ช่างเป็นภาพที่เหมือนอยู่ในดินแดนมหัศจรรย์ที่ต้นดอกไม้ถูกเสกให้เต้นรำแบบลอยตัว และเหล่าชาวบ้านทุกคนที่ไม่สามารถหยุดนิ่ง แต่ต่างยกไม้ยกมือก้าวเท้ารำไปกับต้นดอกไม้จนดนตรีสงบ
ความสุขสนุกสนานดำเนินไปพร้อมกับความศรัทธา ในขณะการแห่ ด้านในพระอุโบสถวัดศรีโพธิ์ชัยก็เต็มไปด้วยผู้คนที่เข้าไปขอพรและบูชาพระพุทธรูป พร้อมด้วยผู้เฒ่าผู้แก่ที่กำลังตั้งเสาธงมงคลรอบพระอุโบสถทั้ง 4 มุม ทุกมือที่พนมและเสียงขอพรที่ดังแทรกจากริมฝีปากไม่ได้แสดงถึงเพียงแรงศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาและผีสางเทวดา แต่ยังแสดงถึงความคิดถึงผู้อื่น ผู้ที่เจ้าของเสียงขอพรเหล่านั้นกล่าวถึงบุคคลที่ตนรักให้ได้พรเสมอตัวเอง
นอกจากการแห่ต้นดอกไม้ ยังมีการเล่นน้ำกันอย่างน่ารักตลอดการแห่ทั้ง 3 รอบ คนหนุ่มคนสาวจะถือขันกันคนละใบ พรมน้ำให้พรกันและกัน ส่วนคุณปู่คุณย่าที่เดินไม่ไหวก็จะนั่งให้ลูกหลานได้รดน้ำขอพร ประเพณีสงกรานต์ที่อ่อนโยนในอดีตเกิดขึ้นในปัจจุบันที่นี่
งานประเพณีบุญแห่ต้นดอกไม้ยักษ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะถูกจัดขึ้นเกือบทุกวัดใน จ.เลย และมีความเชื่อคล้ายกันกับวัดศรีโพธิ์ชัย แต่อาจจะต่างกันที่ขนาดของต้นดอกไม้ เวลาในการแห่ และกิจกรรมเสริมต่างๆ ที่บางตำบลจะมีการประกวดต้นดอกไม้ชิงถ้วยรางวัล สร้างความตื่นเต้นแก่แต่ละหมู่บ้านที่ส่งเข้าประกวด
แม้ว่าสงกรานต์จะเลยมาแล้ว แต่อย่าลืม
“เลย” สงกรานต์ปีหน้าพร้อมต้นดอกไม้ต้นใหม่จะหวนกลับมาสร้างความสนุกสนานและรอฟังเสียงศรัทธาที่จะไม่เป็นเพียงเสียงของชาวบ้าน แต่หมายรวมถึงเสียงกึกก้องของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ






