
Drive To Success...
ผมว่าชีวิตของเราเหมือนกับการขับรถนะ พอเราเกิดมาก็เหมือนกับเราได้เข้ามาอยู่ในรถคันนึงแล้วล่ะ
โดย...นพดล ตังวัชรินทร์ SUCCESS Coach ([email protected] ) ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
ผมว่าชีวิตของเราเหมือนกับการขับรถนะ พอเราเกิดมาก็เหมือนกับเราได้เข้ามาอยู่ในรถคันนึงแล้วล่ะ ตอนแรกๆ ที่เรายังเป็นทารกอยู่ ก็อาจจะเป็นพ่อแม่ที่ขับรถคันนี้ของเรา คอยดูให้ว่ารถคันนี้ควรจะมุ่งไปที่ไหน และพอโตขึ้นมาก็ได้เวลาที่เราต้องกำหนดเองแล้วว่าเราอยากจะขับรถคันนี้ไปที่ไหน
แต่บางคนพอโตขึ้นมาก็ใช้เวลาส่วนมากยุ่งอยู่กับภารกิจต่างๆ เช่น เช็ดรถให้สะอาด เช็กน้ำมันเครื่องให้พร้อม อ่านคู่มือในการขับรถ ศึกษาแผนที่ โดยที่ลืมไปว่าสิ่งเดียวที่ยังไม่ได้ทำคือการสตาร์ตเครื่องแล้วเริ่มขับออกไป (หรือแม้แต่ขับออกไปแล้ว แต่มัวกังวลใจอยู่กับรถคันอื่นบนถนนกลัวว่าเขาจะมาเฉี่ยวเรา หรือมุ่งอยู่กับการหลบหลุมบ่อต่างๆ จนลืมว่าแล้วเรากำลังจะขับไปไหน) รถคันนี้มันก็เลยยังอยู่แถวๆ ที่เดิม พอขับแล้วไม่ไปไหนเราก็กลับมานั่งบ่นเหนื่อย “ทำไมชีวิตเรามันยุ่ง แต่ไม่เห็นมีอะไรคืบหน้าเหมือนคนอื่นเลย”
หากคุณรู้สึกเช่นนี้ เป็นไปได้สูงว่าคุณขาดจุดหมายปลายทางที่ชัดเจนว่าคุณอยากจะขับรถของคุณไปที่ไหน ชีวิตคนเรามันจะสดใสมีพลังต่อเมื่อเรามีความหวังและได้เห็นความคืบหน้าของชีวิตเราครับ ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงานที่เติบโต ฐานะที่ดีขึ้น สุขภาพที่ดีขึ้น ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่แช่มชื่นขึ้น หากวันนี้คุณรู้สึกว่าตัวเองหยุดอยู่กับที่เพราะมัวแต่ยุ่งกับภารกิจวุ่นวายประจำวันจนลืมถามตัวเองว่า “จริงๆ แล้วฉันอยากจะเห็นอะไรดีๆ เกิดขึ้นในชีวิตฉันอีกบ้าง”
ได้เวลาแล้วล่ะครับที่คุณจะให้เวลากับตัวเองเพื่อเริ่มกำหนดเป้าหมายหรือจุดหมายปลายทางที่ชัดเจนให้กับรถของคุณ
พอมีจุดหมายแล้ว เราจะไปถึงเร็วหรือช้า หรือแม้แต่ตัดสินใจว่าเราจะไปหาจุดหมายนั้นหรือเปล่า มันก็ขึ้นอยู่กับความมั่นใจที่เรามีต่อรถคันนี้แล้วล่ะ ถ้าเราอยากไปเที่ยวเชียงใหม่ แต่กลับคิดว่ารถเรามันเก่ากำลังก็น้อย เราอาจจะถอดใจไม่กล้าไปเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็อาจจะตัดสินใจไปแค่สนามหลวงก็ได้
ความเชื่อมั่นที่เรามีต่อรถของเราเป็นหัวใจสำคัญเลยครับว่าเราจะกล้ากำหนดเป้าหมายให้ไปได้ไกลแค่ไหน หากเราเชื่อว่ารถเราเจ๋งพอ เราจะกล้ากำหนดเป้าหมายที่สูงส่งทรงพลังสำหรับเรา แต่ถ้าเราคิดว่ารถเราไปไม่ไหวหรอก เราจะเลือกจุดหมายที่ธรรมดาและปลอดภัย จากนั้นก็มาปลอบใจตัวเองว่า “แค่นี้ก็พอแล้ว” ... แต่ถามจริงๆ เถอะครับ ระหว่างเป้าหมายที่สูงส่งทรงพลังกับเป้าหมายที่ “แค่นี้ก็พอแล้ว” อันไหนจะทำให้คุณตื่นเต้นและมีความหวังกับอนาคตสดใสที่รออยู่มากกว่ากัน
ผมเชื่อว่ารถของเราไม่ได้มีของใครด้อยกว่าใครเลยครับ รถของเราทุกคนถูกสร้างขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ แม้จะออกมาไม่เหมือนกัน แต่เราก็มีความเจ๋งในแบบของเราเองที่ไม่เหมือนใคร และคนอื่นก็ไม่มีความเจ๋งของเรานี้ด้วยเช่นกัน เพียงแต่ที่ผ่านมา ความเจ๋งของรถคันนี้อาจถูกซ่อนไว้หรือไม่มีใครเห็น และเราอาจจะมัวแต่ไปมองความเจ๋งของรถคันอื่นที่เราไม่มี ก็เลยรู้สึกว่ารถเราไม่เจ๋งไปซะนี่ หรืออาจจะมีเสียงจากช่างบางคนที่คอยมาจูนรถเราแล้วอาจจะพูดออกมาว่า “มันยังไม่เจ๋งพอว่ะ” เราก็เลยหลงเชื่อไปว่า “เราคงเป็นรถที่ไม่เจ๋งแล้วล่ะ”
ถึงเวลาแล้วล่ะครับที่เราจะหันกลับมามองตัวเราด้วยความชื่นชมและภาคภูมิใจว่าเราเองก็มีความเจ๋งและมีของดีมากมายอยู่ในตัวเรา มันไม่ทำให้เราเหลิงหรอกครับ แต่มันกลับจะเป็นพลังให้เรากล้าที่จะขับเคลื่อนชีวิตไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นต่อไปทั้งกับตัวเราเองและคนรอบข้าง
ทีนี้พอเราขับรถออกไป เคยมั้ยครับที่รู้สึกว่าทำไมรถมันอืดๆ ตื้อๆ เราก็เหยียบคันเร่งใหญ่เลย แต่มันก็ยังไม่ค่อยวิ่ง ดูไปดูมาถึงเจอว่า “อ๋อ เราขึ้นเบรกมือไว้แล้วดันลืมปลดเบรกมือลงนั่นเอง” และเพียงแค่ปลดเบรกมือลง รถก็จะวิ่งได้ฉิวปรู๊ดปร๊าดดังใจ ไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างสบายในที่สุด
ชีวิตเราก็มีเบรกมือครับ หากเรากำลังจะมุ่งหน้าสู่เป้าหมายที่ต้องการ แต่รู้สึกว่ามันติดขัดไปหมด ติดเงื่อนไขมากมาย จะตัดสินใจทำอะไรก็ลังเลใจ หรือทุ่มเททำไปแล้วแต่ยังไม่เห็นคืบหน้าเท่าไร มันเป็นสัญญาณบอกว่าเรากำลังเจอเบรกมือเข้าให้แล้ว
“เบรกมือ” ในชีวิตส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นจากความเชื่อของเรา ความเชื่อคือสิ่งที่เราเชื่อว่าจริง (สำหรับเรา) แต่จริงๆ แล้วความเชื่อเป็นแค่มุมมองเฉพาะตัว ที่เกิดขึ้นจากการตีความของเราเองจากประสบการณ์ที่ผ่านมา และหากเราเชื่ออย่างไรเราก็จะทำอย่างนั้น ทีนี้บางความเชื่อจะเป็นความเชื่อที่เสริมส่งให้เราเดินไปข้างหน้าได้ แต่บางความเชื่อกลับทำให้เราถูกบล็อกและติดอยู่กับที่ ซึ่งเราเรียกว่า Limiting Beliefs และเจ้านี่แหละคือ “เบรกมือ” ตัวอย่างความเชื่อที่เป็นเบรกมือ เช่น “เราคงทำไม่ได้หรอก ยังเด็กเกินไป” หรือ “ชีวิตฉันวุ่นวายเกินกว่าที่จะทำอะไรดีๆ ได้” หรือ “งานกับชีวิตส่วนตัวมันไปด้วยกันไม่ได้หรอก” หรือ “ถ้าฉันเปิดใจรักใคร เดี๋ยวเค้าก็จะมาทำร้ายฉันอีก” และอื่นๆ อีกมากมาย
ข่าวดีคือเจ้าเบรกมือเหล่านี้มันสามารถที่จะปลดลงได้ แม้มันจะอยู่ในความคิดเรามานาน!!! เมื่อคุณเคลียร์ความคิดตัวเองและสร้างความเชื่อใหม่ให้กับตัวเองได้ คุณจะเห็นทางเลือกหรือวิธีการแก้ปัญหาใหม่ๆ อีกมากมาย รวมทั้งสิ่งที่เคยทำให้คุณกังวลใจและหาทางออกไม่ได้จะหายไปอย่างน่าประหลาดใจเพียงคุณเปลี่ยนวิธีคิดของคุณใหม่ มาช่วยกันสร้างความเชื่อดีๆ ที่เสริมส่งให้คุณก้าวเดินไปข้างหน้ากันเถอะครับ แล้วเบรกมือคุณจะถูกปลดลงทันที
หมายเหตุ ผมอยากให้ทุกคนมีโอกาสที่จะขับเคลื่อนชีวิตไปสู่จุดหมายปลายทางที่เราปรารถนาได้อย่างสำเร็จและมีความสุขกันตลอดการเดินทาง จึงอยากเชิญมางาน “Drive to Success – ปลดล็อกชีวิตพิชิตความฝัน” ในวันที่ 4 ธ.ค. 2556 ที่ไบเทค บางนา โดยในงานนี้จะได้ค้นพบเป้าหมายที่ทรงพลังให้กับชีวิต และจะไปค้นหาเบรกมือชีวิตแล้วปลดมันลง หากคุณเชื่อว่าคุณสามารถมีชีวิตที่สุดยอดจริงๆ ได้ ขอเชิญให้ทุกๆ คนมารวมพลังกันในงานนี้เพื่อเริ่มเดินทางบนเส้นทางของชีวิตที่ใช่ในแบบที่คุณเลือก www.MaxPotentials.com หรือ facebook.com/YourMaxPotentials หรือโทร. 081-620-4220







