
จีนยุคใหม่ภายใต้กระแสโลก
มหาอำนาจทางเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่แห่งเอเชียอย่างประเทศจีน คือผู้นำและผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกให้เดินหน้าต่อไปได้
มหาอำนาจทางเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่แห่งเอเชียอย่างประเทศจีน คือผู้นำและผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกให้เดินหน้าต่อไปได้ ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่หลายประเทศในยุโรปกำลังเผชิญ ในขณะเดียวกันความมั่งคั่งของจีนกลับเพิ่มพูนอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะชะลอไปบ้าง ภายใต้วิสัยทัศน์และการวางรากฐานโดยผู้นำรุ่นต่างๆ จนทำให้จีนทุกวันนี้ เป็นจีนยุคใหม่ภายใต้กระแสโลก ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ โลก 360 องศา เดินทางกลับไปยังปักกิ่งอีกครั้งในรอบ 10 ปี เพื่ออัพเดตสถานการณ์
ฝุ่นควันและมลพิษที่ปกคลุมปักกิ่งในเวลานี้ คือสิ่งสะท้อนถึงการพัฒนาอย่างขีดสุดของจีน ที่เดินหน้าขับเคลื่อนประเทศอย่างเต็มกำลัง ด้วยภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้างโครงการใหญ่ๆ หลากรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมรอบๆ ชานเมืองปักกิ่ง และการก่อสร้างถนนหนทางบาทวิถี โดยเฉพาะบริเวณวงแหวนรอบนอก CBD หรือ Beijing Central Business District เพื่อให้เกิดความสวยงาม และเป็นระเบียบทัดเทียมเขตวงแหวนภายใน จึงทำให้ปักกิ่งในวันนี้ยังคงต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่นละอองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่ช้าไม่เร็วเราคงได้เห็นความสวยงามของเมืองปักกิ่งอย่างสมบูรณ์แบบแน่นอน
เพราะปักกิ่งคือศูนย์กลางการบัญชาการประเทศ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นนับตั้งแต่ท่านประธานเหมาเจ๋อตุง ประกาศสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้นครั้งแรกในปี 1949 จากนั้นจีนก็เข้าสู่ยุคการปฏิวัติทางวัฒนธรรมอันเข้มงวด จนกระทั่งเข้าสู่ยุคผ่อนคลายลงในสมัยของ เติ้งเสี่ยวผิง ผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งทำให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นประเทศที่พัฒนาเศรษฐกิจเร็วที่สุดในโลก ภายใต้แนวคิดสุดอมตะ “แมวสีอะไรก็ได้ ขอให้จับหนูได้ก็เป็นพอ” ที่เป็นแรงผลักดันให้แนวคิดแบบระบอบสังคมนิยมของจีนปรับตัวเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้น จนกลายเป็นต้นแบบสำคัญของการวางรากฐานทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับจีนจนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้ถูกสานต่อโดยผู้นำรุ่นต่อๆ มา ได้แก่ เจียงเจ๋อหมิน หูจิ่นเทา และสีจิ้นผิง
ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้นำรุ่นหลัง ที่เน้นและให้ความสำคัญด้านเศรษฐกิจเป็นพิเศษ ทำให้ผู้นำยุคนี้มีมาดของนักธุรกิจ มากกว่ามาดของผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ แบบที่คนภายนอกรู้สึกกับผู้นำรุ่นก่อนๆ แต่นั่นก็ช่วยทำให้จีนสามารถแสดงบทบาทสำคัญ และได้รับการยอมรับในเวทีโลกมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง คนปัจจุบัน ซึ่งมีทีท่าผ่อนคลายมากกว่าผู้นำรุ่นก่อนๆ
ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ได้รับการยอมรับว่ามีความเข้าใจโลกตะวันตกมากกว่าผู้นำรุ่นก่อนๆ เพราะเคยใช้ชีวิตในประเทศสหรัฐอเมริกา จึงสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีและมีแนวคิดสากล ด้วยเหตุนี้จึงคาดการณ์กันว่าในยุคของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง จีนจะเข้าสู่ยุคของการพัฒนาการศึกษา สังคม สุขภาวะและนวัตกรรม อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้จีนก้าวสู่ความเป็นสากลยิ่งขึ้น ดังจะเห็นได้จากหนึ่งในตัวอย่างที่กำลังถูกพูดถึง นั่นก็คือทางการจีนออกหนังสือคู่มือนักท่องเที่ยวจีนเพื่อหวังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและเสริมสร้างอารยะตามหลักสากลให้กับชาวจีนที่ออกเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ
ความเป็นสากลนี่เองที่มีส่วนผลักดันให้จีนหันมาพัฒนานวัตกรรมสินค้ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน จากเดิมที่จีนเคยเป็นเพียงผู้รับจ้างผลิตสินค้า จนกระทั่งจีนสามารถสั่งสมองค์ความรู้จนสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมด้วยตนเองได้ จึงทำให้ในเวลานี้ ชื่อของ Lenovo หรือ Huawei กลายเป็นสินค้าเกรดพรีเมียมที่กำลังบุกตลาดทั่วโลก แถมยังแว่วมาอีกว่ามีนักธุรกิจจีนอีกจำนวนมากกำลังทุ่มทุนใช้กลยุทธ์รุกคืบซื้อกิจการต่างๆ ทั่วโลกเพื่อหวังต่อยอดและพัฒนาสินค้าโดยใช้จีนเป็นฐานการผลิต ด้วยเหตุนี้เราจะเห็นจีนกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศที่มุ่งวิจัยและพัฒนา (R&D) เฉกเช่นเดียวกับประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว
เศรษฐกิจคือสิ่งที่ไม่แน่นอน มีขึ้นมีลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจีนนั้นรู้ดีว่าไม่ช้าไม่เร็วเมื่อจีนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมถึงขีดสุด จีนจะไม่ใช่ฐานในการผลิตอีกต่อไป ดังเช่นที่เกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศที่กลายเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งภาคอุตสาหกรรมเกิดการยักย้ายถ่ายเทไปยังประเทศที่มีต้นทุนการผลิตและแรงงานที่ถูกกว่า ดังนั้นการสร้างและเป็นเจ้าของนวัตกรรม ที่ผ่านการคิดค้นและพัฒนาด้วยตัวเอง ย่อมที่จะรักษาสถานภาพทางเศรษฐกิจและคงไว้ซึ่งอำนาจของจีน ท่ามกลางกระแสโลกที่ไหลเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว







