
ทรงกลด-พรจรรย์ เพื่อนอุดมการณ์เพื่องานสังคม
ถ้าเอ่ยถึงนิตยสารอะเดย์ คาดว่าคงมีวัยรุ่นน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก เพราะเป็นนิตยสารที่เป็นต้นแบบนิตยสารทางเลือกของวัยรุ่น
โดย...รัฐพงศ์ เทียมทองใบ
ถ้าเอ่ยถึงนิตยสารอะเดย์ คาดว่าคงมีวัยรุ่นน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก เพราะเป็นนิตยสารที่เป็นต้นแบบนิตยสารทางเลือกของวัยรุ่น ถึงขั้นวงการนิตยสารไทยยกให้นิตยสารอะเดย์เป็นดั่งนิตยสาร “ขวัญใจเด็กแนว” กันเลยด้วยซ้ำ โดยเนื้อหาบางส่วนจะรวมไปถึงการเป็นหัวหอกหลักในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม มีแคมเปญหรือสัมภาษณ์คนประเด็นที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม จัดพื้นที่หรือกิจกรรมบางอย่างเพื่อสังคมมากมาย โดยมี ทรงกลด บางยี่ขัน หรือก้อง เป็นบรรณาธิการอยู่
และหากกล่าวสำหรับเพื่อนร่วมอุดมการณ์แล้ว เพื่อนสนิทด้านนี้ของก้อง คือ พรจรรย์ ไกรวัตนุสสรณ์ หรือนุ้ย รองผู้อำนวยการ ASHOKA ประเทศไทย เป็นองค์กรเพื่อสังคมที่มีอยู่ในหลายประเทศ หลักคือสนับสนุนเยาวชนให้มีประสบการณ์และทักษะในการสร้างสรรค์โครงการเพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมในแบบของตัวเอง โดยมีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก
และกล่าวสำหรับทั้งคู่แล้ว นับเป็นคู่หูที่เข้ากันได้อย่างดีในเรื่องงานเพื่อสังคม โดยทั้งคู่ต่างก็ให้ความเคารพซึ่งกันและกันโดยผ่านความสัมพันธ์จากงานเป็นหลัก
ก้อง ทรงกลด
‘โชคดีที่เจอเพื่อนร่วมอุดมการณ์’
“รู้จักนุ้ยสองครั้ง ครั้งแรกคือได้ทำสมุดทำมือให้นิตยสารอะเดย์ด้วยกันเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ผ่านไปประมาณ 4 ปี หลังจากที่นุ้ยไปเรียนกลับจากต่างประเทศได้มีโอกาศสัมภาษณ์นุ้ยในบทบาทที่เปลี่ยนไปคืองานเพื่อสังคม เป็นคนทำงานเพื่อสังคมรุ่นใหม่ที่น่าสนใจมาก คุยไปมาก็เพิ่งรู้ว่าเคยทำสมุดทำมือมาด้วยกันและยังเคยเรียนที่จุฬาฯ ที่เดียวกันด้วยและนุ้ยยังเป็นประธานสภานิสิตจุฬาฯ ถือเป็นตำแหน่งที่ใหญ่มากในตอนนั้น”
“คิดว่านุ้ยเป็นคนที่โลกต้องการมาก มีความตั้งใจทำงานเพื่อสังคม เห็นคนทำงานด้านนี้ดีๆ มาเยอะ แต่นุ้ยพิเศษกว่าคนอื่น ตรงที่มีจิตแรงในการต่อสู้ ทุ่มเทในการสร้างคนแบบไม่น่าเชื่อในการจะหล่อหลอมสร้างคนรุ่นใหม่ขึ้นมาทำงานเพื่อสังคม สำหรับนุ้ยยินดีที่จะสอนทุกคนให้ได้ดีถือเป็นงานที่เหนื่อยมาก เราถือว่าตรงนี้เจ๋ง เราก็เลยชวนนุ้ยมาทำโครงการต่างๆ ร่วมกันเสียเลย โครงการที่ว่ามีทุนให้เพื่อไปพัฒนาเด็กไปทำงานเพื่อสังคม นุ้ยจะคอยแนะสอนเด็กว่าวิธีนี้จะทำอย่างไร พัฒนากระบวนความคิดที่นุ้ยไม่ได้ไปยัดเยียดแต่ละมีวิธีสอนที่ดี ที่สำคัญนุ้ยใช้ชีวิตตัวเองอยู่กับเด็กตลอดเวลา”
“สิ่งที่คิดว่าทำให้สนิทกันคงเป็นเรื่องงาน เพราะเราอยากเห็นโลกที่ดีขึ้น คนที่อยากเห็นสังคมดีขึ้นมีเยอะ แต่คนที่ทำจริงจังมีไม่มาก พอเราเจอคนที่ทุ่มเทกับมันจริงๆ จึงทำให้มาทำงานร่วมกัน สนิทกัน นับถือเคารพกัน”
“ที่ทำให้สนิทกันคงเป็นเพราะเราสองคนมีชีวิตที่เรียบง่าย ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไปกับงาน เวลาเราเจอกันก็จะคุยเรื่องงานเป็นหลัก ใครอาจจะมองว่าซีเรียส แต่ผมมองว่าเป็นสิ่งที่สนุก เพราะเหตุผลที่อยากเจอนุ้ยไม่ได้อยากจะคุยเรื่องงานอื่น เราจะคุยเรื่องงานกัน นุ้ยเป็นจอมโปรเจกต์ที่เยอะมาก คือผมงานยุ่งมาก ยิ่งมาได้คุยกับนุ้ยทีไรจะงานงอกทุกทีกว่าเดิมอีก เป็นคนที่แบบว่าพอคุยด้วยแล้วอยากร่วมกันทำงานกันสักอย่าง เป็นคนไม่กี่คนในชีวิตที่ให้ความรู้สึกแบบนี้ตลอด แต่เป็นอะไรที่มีความสุข นับถือในความเป็นนุ้ย เป็นคนที่ครบเครื่องมากในการจัดการเขียนโครงการ ซึ่งการได้ร่วมงานกับนุ้ยมันคุ้มค่าและเหนื่อยที่จะทำออกมา บางครั้งเรามองนุ้ยตอนแรกว่าทำงานแบบนี้เหนื่อยจะตายไป พอเวลาผ่านไปก็ถึงเห็นคุณค่าในงานที่นุ้ยตั้งใจทำเพื่อสังคม มันก็ยังมีเชื้อที่เพ่นพ่านอยู่ในสังคมอยู่”
“เพื่อนน่าจะเป็นคนที่คิดอะไรคล้ายกัน สามารถแชร์ความคิดกันได้อย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นชีวิตเรื่องงาน ส่วนตัว ถ้าเรามีคนเดินไปด้วยกันจะเดินไปได้ดีขึ้น เหนื่อยน้อยลง และมีความคิดที่จะเดินไปด้วยกันได้ อยากไปในทางเดียวกัน มันเป็นความโชคดีในชีวิตที่ได้เจอคนคิดอะไรดีๆ เหมือนกันและก้าวไปด้วยกัน”
นุ้ย พรจรรย์
‘พี่ก้องทำงานง่าย มีจุดยืนชัด’
“คนอ่านหนังสือของพี่ก้องคิดว่าอาจไม่รู้จักตัวจริงเลย คือคนอาจมองพี่ก้องว่าเป็นคนประเภทผู้ชายอบอุ่นน่ารัก ฝันหวาน จริงๆ แล้วแกเป็นคนซีเรียสกับงาน แถมออกแรง มีจุดยืนที่ชัดเจน ดูมีสาระ มีหลายบุคลิก แต่เขามีทักษะในการสื่อสารกับคนหลายกลุ่ม”
“พี่ก้องเป็นคนที่ทำงานด้วยง่าย ตรงไปตรงมา ไม่ค่อยลีลา อย่างเราเสนออะไรไปสนใจก็บอกสนใจ ไม่สนก็บอกไม่น่าสนใจ แล้วแกจะอินเรื่องสิ่งแวดล้อมมาก ทำทุกทางที่จะสามารถใส่ไปในเนื้องานได้ เป็นคนที่มองขาดเรื่องสังคม อย่างจะให้คนรุ่นใหม่สนใจเราใส่สาระไปแค่ 10% น่าจะพอ ที่เหลือเป็นความสนุกสนาน แต่ก็ออกมาได้คุณภาพ เอาความป๊อปมาใส่ในการงานเพื่อสังคมได้ลงตัว การทำงานของพี่ก้องจุดแล้วมันอยู่ในใจคนอีกนาน เราทึ่งว่าทำได้ยังไง”
“เคารพในความเป็นพี่ก้องมาก ทำให้เราอยากไปคุยโปรเจกต์ต่างๆ มีกิจกรรมแคมเปญทำร่วมกัน พี่ก้องอยู่ตรงนี้จะเห็นชัดว่ามีอะไรน่าทำ เช่นประเด็นเรื่องจักรยานจะครีเอตอะไรได้บ้าง เป็นช่วงปิดเทอมจะทำอย่างไรได้บ้าง มีแพลนอะไรก็จะมาชวนพี่ก้องไปทำด้วยตลอด ส่วนใหญ่จะเป็นงานด้านสังคมที่ให้คนรุ่นใหม่เปลี่ยนตัวเองและสังคมให้ดีขึ้น”
“เวลาได้มีโอกาสมาคุยกับพี่ก้องจะคุยเรื่องมีสาระหมดเลย อาทิ แมกกาซีน ทำทีวี สิ่งแวดล้อม เช่น เฮ้ย...พี่ ประเด็นเรื่องนี้ดีมั้ย เราจึงเห็นความสนุกสนานอะไรที่เป็นไปได้แบบสนุกอยู่เสมอ ประเด็นที่เหมือนไม่มีอะไรพี่ก้องจะคอยดูคอยตบให้ลงตัว เวลามีไอเดียไม่ต้องวิ่งหาใคร พี่ก้องคนเดียวจบ พี่ก้องเป็นคนที่แคร์คุณภาพงานมาก ถ้าออกมาไม่ดีแกจะไม่ทำ มีบุคลิกที่ทำให้คนมีแรงบันดาลใจให้ทุกคนทำสิ่งที่ดี รวมถึงตัวนุ้ยเองด้วยก็รู้สึกได้ถึงพลังที่พี่ก้องมี”
“พี่ก้องเป็นเหมือนเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ไลฟ์สไตล์เราสองคนอาจไม่ได้คล้ายกัน แต่เราสองคนอยากเห็นสิ่งดีที่เกิดขึ้นเหมือนกัน ในแวดวงการทำงานเพื่อสังคมไม่ได้หาได้ง่ายๆ พี่ก้องเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่เข้าใจว่าเราจะร่วมกันทำอะไร ทำเพื่ออะไร ลองคิดเล่นๆ ว่าสู้อยู่คนเดียว ตายก็ตายคนเดียว ลำบากเหมือนกัน”







