posttoday
ผลิตภัณฑ์ ‘ไอไรซ์’ จากข้าวกล้องลืมผัว

ผลิตภัณฑ์ ‘ไอไรซ์’ จากข้าวกล้องลืมผัว

08 พฤศจิกายน 2556

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

การผลักดันสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ข้าวไทย เป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่ออนาคตของข้าวไทยอย่างมาก ส่งผลให้เอกชนไทยกำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวไทยให้เป็นสินค้าหลากหลาย รวมถึง “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มชาข้าวก่ำ” (ข้าวลืมผัว) จ.พะเยา ที่พัฒนาและแปรรูปข้าวกล้องลืมผัวเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ “ไอไรซ์” (i Rice)ข้าวกล้องลืมผัวอบกรอบพร้อมทาน

สำหรับข้าวกล้องลืมผัว มีแหล่งปลูกจำนวนมากอยู่ใน จ.พะเยา โดยความพิเศษของข้าวสายพันธุ์ลืมผัว เป็นข้าวเหนียวที่ได้รับการยกย่องว่า มีโภชนาการสูง มีรสชาติอร่อย และหอม รวมทั้งมีประโยชน์และสารอาหารต่อร่างกายมากมาย

ดังนั้น กลุ่มวิสาหกิจชุมชน จึงมีแนวคิดนำข้าว มาสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้น และทำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้แก่ข้าวกล้องได้หลายเท่า เนื่องจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนชาข้าวก่ำ ได้ปลูกข้าว สีข้าว และพัฒนาข้าวขายเองทั้งหมด ซึ่งใช้การปลูกและดูแลตามวิธีธรรมชาติ

วิธีการแปรรูปนั้น ได้ผ่านวิธีการนึ่งและทอดด้วยน้ำมันจนเมล็ดข้าวสุกพอง จากนั้นปรุงรสด้วยเครื่องปรุงแล้วนำไปผ่านกระบวนการอบด้วยไมโครเวฟเพื่อไม่ให้ข้าวอมน้ำมัน จนได้เป็นผลิตภัณฑ์ข้าวอบกรอบพร้อมรับประทานที่เหมาะสำหรับเป็นอาหารว่างเพื่อสุขภาพและสะดวกในการรับประทาน

ทั้งนี้ เมื่อแปรรูปแล้วจะสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวกล้องลืมผัวได้ถึง 7 เท่า จากปกติมีราคาเพียง 5,500-1.2 หมื่นบาทต่อตันเท่านั้น จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ประจำปี 2556 จัดโดยมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. ในรางวัลประเภทชมเชย ทั้งนี้ไอไรซ์มีราคาจำหน่ายปลีกที่ 35 บาทต่อซอง มีหลายรสชาติ ทั้งสาหร่าย บาร์บีคิว ต้มยำ และชีส

“อุไรวรรณ ภู่วัตร” เจ้าของโครงการและผู้พัฒนาสินค้า “ข้าวกล้องลืมผัวอบกรอบพร้อมรับประทาน ไอไรซ์” ได้วางเป้าหมายจะขยายตลาดและเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าไปในห้างค้าปลีกทั่วประเทศ เพราะผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพกำลังเป็นที่ต้องการในตลาดสูงและเป็นการปลูกตามวิถีเกษตรธรรมชาติด้วย รวมทั้งมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์จากข้าวกล้องให้มีสินค้าหลายประเภท เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มตั้งแต่เด็ก คนรุ่นใหม่ รวมถึงกลุ่มลูกค้าต่างชาติด้วย

หากชาวนาไทยเปลี่ยนมาใช้การพัฒนาข้าวแบบวิสาหกิจชุมชนกลุ่มชาข้าวก่ำ ก็จะทำให้ข้าวไทยมีคุณค่าสูง และทำให้กลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นในระยะยาว ขณะเดียวกันตลาดสินค้าอาหารว่างที่แปรรูปจากข้าวนั้น มีแบรนด์ในตลาดไม่มากนัก

ดังนั้น หากสามารถขยายตลาดได้มากขึ้น จะสามารถสร้างยอดขายเติบโตและเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดได้มหาศาล ช่วยให้ชาวนามีรายได้มากขึ้น และหลุดพ้นจากปัญหาความยากจนได้ในระยะยาว เป็นหนึ่งในทางออกแก่อุตสาหกรรมข้าวไทยและชาวนา ที่ไม่ต้องพึ่งพานโยบายรับจำนำ

เป็นหนึ่งในทางออกให้แก่อุตสาหกรรมข้าวไทยและชาวนา สามารถพัฒนาข้าวและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ โดยราคาข้าวที่ขายแบบธรรมดา มีราคาเพียง 5,500-12,000 บาทต่อตันเท่านั้น ยังไม่ช่วยให้ชาวนา มีรายได้เพิ่มขึ้น และหลุดพ้นจากปัญหาความยากจนได้ในระยะยาว ท้ายที่สุด ชาวนาไทย ยังต้องใช้การพึ่งพาจากภาครัฐผ่านนโยบายรับจำนำ อย่างไม่มีวันจบสิ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท