posttoday
ปรีชา รักซ้อน เปิดสังเวียนการต่อสู้

ปรีชา รักซ้อน เปิดสังเวียนการต่อสู้

06 พฤศจิกายน 2556

สำหรับการต่อสู้บนสังเวียน ที่เรายืนมองอยู่ข้างล่างไกลๆ ก็รู้สึกสนุกไปกับลีลาปล่อยหมัดแทงเข่า

โดย...เสน่ห์จันทน์

สำหรับการต่อสู้บนสังเวียน ที่เรายืนมองอยู่ข้างล่างไกลๆ ก็รู้สึกสนุกไปกับลีลาปล่อยหมัดแทงเข่า เฮเชียร์ลั่นคึกคะนองไปตามจังหวะ ส่วนใครจะแพ้จะชนะก็ไม่ได้รู้สึกรู้สมอะไรมากนักหรอก ก็มันไม่ใช่เรื่อง ไม่ใช่ชีวิตของเรานี่ แต่ถ้าข้างบนสังเวียนนั้นเราเป็นฝ่ายขึ้นชกล่ะ จะมีใครสักกี่คนที่อยากเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ หลายคนคงเลือกสู้ยิบตาจนกว่าจะได้ชัยชนะนั้นมา บางคนแม้มองเห็นหนทางชนะเพียงมีเพียงน้อยนิด ก็เลือกที่จะสู้จนถึงเสียงระฆังสุดท้าย หรือจะมีใครไหมหนอที่ถอดใจชก หมดแรง เหนื่อยที่จะไขว่คว้าชัยชนะ...

“ปรีชา รักซ้อน” เป็นอีกหนึ่งคนที่กำลังอยู่บนสังเวียน ระหว่างทำการต่อสู้เขาตระหนัก ใคร่ครวญอยู่ทุกจังหวะลีลาสะบัด สู้เพื่อใคร สู้เพื่ออะไร สู้ไปแล้วใครได้ใครเสีย ฯลฯ และระหว่างการต่อสู้ก็มีทั้งเจ็บปวดจากปลายหมัด มีความสุขลึกๆ เมื่อสวนกลับคืนได้ การต่อสู้มีทั้งผลัดรุกผลัดรับ จนกว่าจะจบเกมนั้นล่ะ ถึงจะรู้ว่า “ชนะ” หรือ “แพ้” แต่นอกเหนือกว่าผลที่ได้รับ การได้ “คำตอบ” จาก “คำถาม” ที่เกิดขึ้นระหว่างการต่อสู้ “สู้เพื่ออะไร” นั้นดูจะสำคัญกว่ามากนัก

“Why We Fight” นิทรรศการเดี่ยวของปรีชา เขาไม่ได้สร้างสังเวียนการต่อสู้นี้ขึ้นมาเพื่อขึ้นชกคนเดียว ทว่าผู้ชมทุกๆ คนล้วนต่างเป็นคนขึ้นสู้บนสังเวียนนี้ได้

ปรีชา รักซ้อน เปิดสังเวียนการต่อสู้

“ผมเล่าเรื่องของศิลปินแก่คนหนึ่งเขียนรูป พอเขียนรูปในเฟรมแล้วรูปในเฟรมก็ออกมาต่อสู้กับตัวเขา ในส่วนตัวผมคิดว่า คนเราทำงานอะไรก็เหมือนเราสู้กับงานที่เราทำนั้นแหละ ที่ใช้เป็นศิลปินแก่เพราะถูกพิสูจน์ด้วยกาลเวลา คนแก่คนนี้เหมือนเป็นพ่อผม แล้วพ่อผมสร้างผมขึ้นมาอีกที เพราะตัวเบี้ยวๆ ที่อยู่ในเฟรมคือผมเอง ที่นำตัวเองกับพ่อเป็นแบบ เพราะสมัยผมเรียนด้านศิลปะ พ่อไม่ค่อยสนับสนุน แต่พอเขาเห็นผมตั้งใจเขาก็ยอมรับ เราดีใจที่เขาเข้าใจเรา ซึ่งพ่อผมก็เป็นภาพสะท้อนของผม

ทั้ง 20 ภาพ ก็พูดธีมเดียว เป็นเรื่องของศิลปินที่เกี่ยวกับงานจิตรกรรม แล้วงานที่เขาสร้างออกมาเป็นจริงในโลกของเขา เขาต่อสู้กับมัน เปรียบเปรยว่าเราทำงานสู้กับงานที่เราทำ เราเหนื่อย เราท้อ เราก็ต้องสู้เพื่อคนรัก เพื่อครอบครัว เพื่อเงิน เพื่อตัวเอง ด้วยเงื่อนไขอะไรก็แล้วแต่ บทสุดท้ายเราต้องสู้กับมัน แต่บทสรุปของการต่อสู้ก็คือ สู้ไปทำไม”

ในผลงานจะมีรูปหน้า ตา ปาก บนร่างกายของมนุษย์หนุ่มผู้อยู่ในเฟรม สัญลักษณ์นี้ ปรีชา บอกว่าเปรียบเสมือนกิเลส “เหมือนตัวศิลปิน ตัวผมเองนี่แหละ ผมคิดว่าศิลปินโดยมากจะหมกมุ่นกับสิ่งรอบตัว เป็นปัจเจก มีความต้องการของตัวเอง แม้กระทั่งร่างกายของตัวเองก็ยังมีแต่หน้าของตัวเอง ตา ปากของตัวเอง เปรียบเปรยคนแก่ที่วาดรูปขึ้นมา การหลงตัวเอง ตัวกูของกู เป็นกิเลสตัณหาทั้งหมด ที่เราหมกมุ่นกับตัวเอง ผมว่ามันเป็นฟอร์มที่น่าสนใจ ทำไมตัวนี้ถึงเป็นตัวประหลาดที่มีแต่หน้าตัวเอง ไม่ใช่ข้อดีทั้งหมด ศิลปินก็ต้องต่อสู้กับกิเลส สุดท้ายเราจะดับกิเลส หรือสู้กับกิเลสได้ไหม มันเป็นตัวแทนของการเบื่อ ไม่อยากทำ กิเลสของตัวเอง แต่ทำไมสุดท้ายเราก็ยังทำมันอยู่ หมกมุ่นอยู่กับตัวเองได้ขนาดนี้”

ปรีชา รักซ้อน เปิดสังเวียนการต่อสู้

 

20 ผลงานจิตรกรรมสีน้ำมันถูกเติมลูกเล่นด้วยศิลปะการวาดการ์ตูน (Comic Art) จัดเป็นไอเดียการสร้างงานและดึงดูดความสนใจของผู้ชม

“ทั้ง 20 ชิ้น สามารถร่วมเป็นงานใหญ่ชิ้นเดี่ยวได้ โดยส่วนมากจิตรกรรมจะเล่าจบในภาพเดียว ผมเลยเปลี่ยนมาเล่าเรื่องแบบต่อเนื่องกัน เป็นการสร้างความแตกต่างที่มันใหม่สำหรับผม ให้เกิดความน่าสนใจ ใช้สัญลักษณ์ในการ์ตูน เช่น ช่องคำพูด บอลลูน ให้เกิดความงามในรูปแบบใหม่ ในนิทรรศการจะจัดไล่เรียงรูปไปเลย 120 ถ้าสังเกตในภาพมีหมายเลขกำกับ ผมไม่ได้ไกด์ว่ารูปต่อเนื่องกัน แต่ถ้าดูในงานก็จะไล่ตามดูได้ ในแต่ละรูปก็มีความหมายในรูปเดี่ยวๆ แต่อาจไม่เข้าใจเนื้อหาทั้งหมดของงาน”

แม้จะครบทั้ง 20 ภาพแล้ว แต่การต่อสู้ครั้งนี้ก็ยังไม่จบ เพราะภาพที่ 20 ศิลปินตบท้ายว่า “โปรดติดตามต่อตอนหน้า” ซะนี้ “ภาพที่ 20 คนแก่โดนตัวประหลาดต่อยจนกลายเป็นภาพบิดเบี้ยว กลายเป็นว่างานหน้าจะเหนือจริงกลายเป็นตัวประหลาดสองคนสู้กัน ทั้ง 20 ภาพมีการผลัดกันรุกผลัดกันรับ แต่ตอนสองจะบอกบทสรุปได้ว่าสุดท้ายสองคนนี้ใครจะชนะ ผมตั้งใจทำตั้งแต่มาคุยกับทางแกลเลอรี่แล้วว่าจะมีงานต่ออีก 10 ชิ้น ซึ่งครั้งนั้นแหละจะเป็นบทสรุปของการต่อสู้ ผมได้ไอเดียมาจากหนังฮอลีวู้ดที่มีภาคต่อ มันน่าสนใจดี ผมต้องการคนดูที่ต่อเนื่อง คนดูชอบใจที่อยากติดตามต้องรอดูหน่อย”

ร่วมชมการต่อสู้และค้นหาคำตอบของการต่อสู้ครั้งนี้ได้ในนิทรรศการ “Why We Fight” จัดแสดง ณ ก้อย อาร์ต แกเลอรี่ ซอยสุขุมวิท 31 (ซอยสวัสดี) เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ระหว่างวันนี้-30 พ.ย. ในเวลา 11.00-19.00 น.

และอย่าลืมรอติดตามตอนต่อไป บทสรุปบนสังเวียนนี้ ใครกันจะแพ้จะชนะ โปรแกรมหน้าอีก 12 ปีโดยประมาณ

ปรีชา รักซ้อน เปิดสังเวียนการต่อสู้

ปรีชา รักซ้อน

เกิด 5 ก.ย. 2528

การศึกษา โรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ สามพราน นครปฐม

มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์

การแสดงงานกลุ่ม

ปี 2551 นิทรรศการศิลปะเพื่อสุนัข my friend เซ็นทรัลเวิลด์

ปี 2553 นิทรรศการ “นัย” ความรู้สึก เดอะแกลเลอเลียสีลม กรุงเทพฯ

ปี 2556 นิทรรศการ Metropolitan Brown Sugar : The Jazz Boutique ถนนพระสุเมรุ กรุงเทพฯ

ปี 2556 นิทรรศการ หลังจากบทสนทนาที่หายไป หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ปรีชา รักซ้อน เปิดสังเวียนการต่อสู้

 

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69