
7,000 ปีที่มีการใช้เครื่องประดับ
โดย...สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์กรมหาชน)
โดย...สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์กรมหาชน)
อารยธรรมอียิปต์ 3,000 ปี ก่อนคริสตศักราช ในลุ่มแม่น้ำไนล์ ความตายมีบทบาทสำคัญในชีวิตของมนุษย์ โดยเฉพาะเรื่องการเก็บรักษาศพ จากการค้นพบและเปิดสุสานตุตันคาเมน ทำให้รู้เรื่องเครื่องประดับในสมัยนั้นมากยิ่งขึ้น กล่าวได้ว่า ชาวอียิปต์เป็นช่างทองชั้นเยี่ยม หินสีที่นิยมใช้ ได้แก่ คาร์เนเลี่ยน ลาพิสลาซูลี แจสเปอร์ แอเมทิสต์ และอำพัน
ยุคของชาวอีทรัสคัน ปรากฏขึ้นในตอนเหนือของอิตาลี มีการนำเทคนิคขดลวด Filigree Technique และการหยกเม็ดทอง Granulation มาใช้ในการทำเครื่องประดับ
สมัยเฮลเลนิสติก กรีกแผ่อิทธพลไปถึงแถบเอเชีย เปอร์เซีย และอียิปต์ เพราะเป็นแหล่งทองคำใหญ่ จึงเป็นยุคที่ร่ำรวยที่สุดของงานเครื่องประดับและงานทอง นำเอาโกเมนแดง และเทคนิคการลงยามาใช้ มีลวดลายหรูหราตามแบบของเปอร์เซียปะปนอยู่
ยุคโรมัน ยุคที่ทองขาดแคลน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ความละเอียดและอ่อนช้อย เปลี่ยนรูปตามรสนิยมของชาวโรมัน คือ เรียบง่าย รูปทรงหนา มีปริมาตร งานไม่ได้พัฒนามากนักจนศตวรรษที่ 27 มีการทำ Inlay โลหะ นำเอาทองเกลี้ยงมาตกแต่งด้วยมรกตหรือมุก มีการทำวิธีการแบบเครื่องถม มีการใช้เพชรดิบ มุก มรกต และหินสีอื่นๆ เครื่องประดับเป็นตัวแทนของสถานะทางสังคมและเป็นรางวัล
ยุคสมัยกลาง (Middle Age) อาณาจักรไบแซนไทน์ มีความเชื่อทางศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง อิสตันบูล (คอนสแตนติโนเปิล) ในตุรกีมีความมั่งคั่งมากครอบคลุมอิทธิพลไปจนถึงอียิปต์และอิตาลี ส่งอิทธิพลของรูปแบบต่อศิลปะทุกแขนง ช่วงทำงานเพื่อชนชั้นสูง ขุนนาง และศาสนาเป็นส่วนใหญ่ มีการใช้เข็มกลัด Cameo กันมาก ดังนั้นจึงมีราคาแพง และกลายเป็นของเก็บสะสมที่นิยม







