
3 คืนในคฤหาสน์โบราณ
โดย...หนูดีวนิษา เรซ
โดย...หนูดีวนิษา เรซ
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วหนูดีเล่าเรื่องเมืองสไตล์วินเทจหวานที่ปีนัง ที่เปลี่ยนแปลงไปมากจากสมัยที่หนูดีไปเที่ยวตอนเด็กๆ จากเดิมปรับมาเป็นลุคใหม่ เก็บบ้านและคฤหาสน์โบราณไว้ตามสภาพเดิม แต่ปรับปรุงใหม่ให้สวยงามและสะอาดขึ้น แถมฝ่ายรัฐที่ดูแลการท่องเที่ยวได้ทำแผนที่เมืองใหม่ให้เที่ยวสะดวก มีแผนที่นำเที่ยวหลายแบบ ทั้งนำเที่ยวเพื่อไปทานอาหาร หรือนำเที่ยวเพื่อไปดูงานศิลปะในเมือง หรือนำเที่ยวเพื่อไปดูวัดวา ทั้งหมดนี้แยกแผนที่กันหมด เราสามารถหยิบเฉพาะอันที่รักที่ชอบ และเอาติดตัวเข้าเมืองไปได้แบบเบาๆ
สำหรับหนูดีแล้ว ไปอยู่ปีนังมา 4 วัน รู้สึกไม่พอ ทั้งๆ ที่น้องสาวแนะนำให้ไป 4 วัน ตอนแรกหนูดีไม่ยอมค่ะ เสียดายเวลาทำงาน อยากไปแค่ 2 วัน 1 คืน กลัวเบื่อ ที่ไหนได้ ทั้งอาหาร ทั้งบ้านเก่า พิพิธภัณฑ์ เมืองริมทะเล อาหารทะเลสดๆ ที่ใช้แค่เกลือกับน้ำทะเลต้มเท่านั้นกลับอร่อย น่ารัก มีเสน่ห์ จน 4 วันรู้สึกเหมือนไม่พอ ต้องเตรียมกลับไปอีกครั้งเร็วๆ นี้ คือกลับมาถึงบ้านปั๊บรีบจองทริปกลับไปอีกทันที
เราเดินทางไปพักกันที่คฤหาสน์เฉิงฟัตเจ๋อ หรือเฉิงฟัตเจ๋อแมนชั่น เป็นบ้านโบราณสร้างในปี ค.ศ. 1880 โดยมหาเศรษฐีเฉิงฟัตเจ๋อ ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็นโรงแรม 4 ดาว ที่มีห้องพักเพียง 16 ห้องเท่านั้น หนูดีพักอยู่ 3 คืน และตกหลุมรักโรงแรมแห่งนี้แบบถอนตัวไม่ขึ้น
มีเรื่องช็อก ณ วันเช็กอินก็คือ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น New Strait Times ลงข่าวสามีภรรยา ที่ภรรยาเป็นเจ้าหน้าที่แบงก์ และเธอโทรมาหาสามีตอน 17.15 น. ถามเสียงสั่นว่า “เธอยังรักฉันอยู่ไหม” สามีตอบไปว่า “ผมขับรถอยู่คุยไม่ได้” แล้ววางหูทันที พอถึงที่หมาย 18.18 น. รีบโทรกลับไปหาภรรยา ปรากฏว่าเธอไม่รับสายอยู่นานมาก พอรับ กลับเป็นเพื่อนร่วมงานของเธอ ซึ่งแจ้งข่าวร้ายและให้รีบมาทันที เรื่องกลายเป็นว่าวันนั้นธนาคารถูกปล้น และภรรยาของเขาถูกเอาปืนจี้ให้เดินไปเปิดเซฟ เธอมีเวลาแอบโทรหาสามีแป๊บเดียวเพื่อถามเขาว่า “ยังรักเธออยู่ไหม” เพียงไม่กี่นาทีหลังจากเธอโดนวางหูใส่ เธอก็โดนจ่อยิงที่หน้าผากเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ทั้งคู่มีลูกสาววัยรุ่นน่ารัก และเธอเป็นแม่และภรรยาที่ดีมาก ตอนที่เป็นข่าวนั้น สามีร้องไห้เสียใจรับตัวเองไม่ได้ เขาพูดซ้ำๆ ว่า ทำไมผมไม่แค่บอกเธอไปสั้นๆ ว่า ผมรักคุณมาก รักคุณเสมอ และตลอดเวลา แต่ตอนนี้มันก็สายไปเสียแล้ว เธอจากไปแบบไม่มีวันกลับแล้ว และที่น่าสงสารไปกว่านั้นก็คือ มีคนนำวิดีโอวงจรปิดขณะที่เธอโดนจ่อยิงศีรษะมาเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต เรื่องนี้ทำให้ลูกสาวทั้งสองของเธอเสียใจมากๆ
เป็นอุทาหรณ์ให้คนที่ไม่ค่อยชอบบอกรักนะคะ จริงๆ คำว่า “รัก” มันฟรี บอกๆ ไปเรื่อยๆ เถอะค่ะ ขนาดคนที่รักไม่จริงยังเอามาโกหกบอกกันได้ แล้วถ้าเรารักจริงๆ ทำไมจะบอกบ่อยๆ ไม่ได้ละคะ
กลับมาเรื่องเมืองปีนังอีกครั้งหนึ่ง
หากใครคิดจะไปเดินเที่ยวเมืองเล็กๆ น่ารัก จองไปอยู่โรงแรมในเขตเมืองเก่าจอร์จทาวน์ แค่นี้ก็อยู่ได้เป็นสัปดาห์ไม่เบื่อแล้วค่ะ และถ้าใครจะอยู่ เฉิงฟัตเจ๋อแมนชั่น ให้ลองไปทานร้านอาหารจีนเล็กๆ ใกล้ Cititel ชื่อร้าน Kho Swee Kee นะคะ อาหารอร่อยมาก
ส่วนในเฉิงฟัตเจ๋อแมนชั่น มีผู้จัดการแผนกพีอาร์เป็นแมวเปอร์เซียตัวอ้วนกลม ชื่อ คุณนาย Zara ที่เดินกรายไปมา ให้แขกอุ้มเล่น เกาคาง ว่างๆ เธอก็จะมานั่งเล่นเรียกแขกตลอดวัน ใครรักแมว ห้ามพลาดเล่นกับเธอค่ะ
ในช่วงนี้เป็นเทศกาลเล่นไฟ ประดับไฟของชาวอินเดีย ชื่อ Deepawali หนูดีไปเดินเล่นทานอาหารแขกในลิตเติลอินเดีย เลยได้โอกาส ทำเฮนน่าทั้งมือตลอดมาถึงทั้งแขนจนถึงข้อศอก เป็นลายเจ้าสาวอินเดีย หนูดีชอบมาก เขาว่าอยู่ได้หนึ่งเดือน เป็นอีกประสบการณ์ที่ประทับใจ ยังคิดว่าใครที่คิดจะสักน่าทำเฮนน่าก่อนสักพัก เพราะหนูดีดูไปมาแค่สี่ห้าวันยังเริ่มเบื่อๆ สวยแต่ลายเยอะเลยเบื่อง่าย
ส่วนการสระผม หากใครไปร้านซาลอน ต้องได้เจอในสิ่งแปลกใหม่ คือ “การสระผมแนวตั้ง” คือนั่งบนเก้าอี้แล้วเอาแชมพูลงกลางศีรษะสดๆ แล้วเอาน้ำเปล่าในขวดซอสมะเขือเทศแล้วบีบลงผมเลย สระกันทั้งๆ นั่งนั่นล่ะค่ะ ประหลาดและสนุกประทับใจเช่นกัน
ส่วนกาแฟ หนูดีได้ไปทานที่ร้าน Coffeelane เจ้าของร้านต้องชงเองทุกแก้ว คัดกาแฟทุกประเภทด้วยตัวเอง และที่น่าตกใจก็คือ เพื่อนหนูดีมีการชวนว่า “ทานกาแฟลูวักไหม อร่อยมาก” หืมมมม โชคดีนะที่เป็นคนชอบอ่าน หนูดีกรี๊ดใส่เล็กๆ ว่า “เธอจะให้ฉันทานอุจจาระชะมดเหรอ อร่อยแค่ไหน ก็ไม่เอาจ้า ได้ไม่คุ้มเสีย” เพื่อนเลยหัวเราะแหะแหะ หนูดีว่าอร่อยมากแค่ไหนจิตใจก็ไม่ไหวค่ะ เพื่อนกะลักไก่ ไม่บอกเราเล้ย ใครไประวังด้วยนะคะ ยกเว้นชอบก็อีกเรื่องหนึ่ง
และสำหรับคนที่รักการไปเดินเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ต้องไม่พลาดไปดู “บ้านเขียว” หรือ Peranakan Museum ซึ่งเป็นบ้านโบราณของมหาเศรษฐีไร่ฝิ่นและเหมืองดีบุก สวยงามไม่แพ้ “บ้านน้ำเงิน” หรือคฤหาสน์เฉิงฟัตเจ๋อเลยเช่นกัน บ้านพารานากัน เป็นบ้านแบบจีนโบราณที่มีสวนกลางบ้านและเดินไปไม่จบไม่สิ้น บ้านใหญ่แบบไม่รู้จบ และสวยทุกมุม คุ้มค่าที่ได้ไปเห็นจริงๆ
ส่วนร้านอาหารส่วนใหญ่ อร่อยทุกร้าน ทั้งร้านหรูๆ ร้านคนแน่นๆ และร้านข้างถนน อร่อยไปหมดจริงๆ ไม่รู้จะแนะนำที่ไหนดีที่สุด แต่สรุปว่า ไม่ว่าจะไปเพื่อกิน หรือไปเพื่อดูเมือง ก็คุ้มค่า
อ้อ แต่หากใครอยากดูร้านอาหารที่น่าประทับใจ หนูดีแนะนำที่นี่เลยค่ะ China House เข้าไปดูได้ที่เฟซบุ๊ก ChinahousePenang หรืออินสตาแกรม chinahousemy เป็นตึกแถวที่ลึก 25 เมตร ตกแต่งแบบแนวสุดๆ ใครอยากได้ไอเดียดีๆ ในการทำธุรกิจร้านอาหาร น่าแวะไปดูค่ะ หนูดีได้ไอเดียดีๆ มาเพียบ
เมืองดีๆ อยู่ใกล้ๆ ไทย ลองแวะไปดูแล้วจะรักค่ะ







