
‘โต้ง-ก้อ’วง พี.โอ.พี ชีวิตที่เชื่อมต่อกันด้วยดนตรี
เพิ่งปิดฉากกันไปกับการมารวมตัวอีกครั้งในคอนเสิร์ตรอบ 10 ปี เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมเพิ่มสมาชิกใหม่วง พี.โอ.พี
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
เพิ่งปิดฉากกันไปกับการมารวมตัวอีกครั้งในคอนเสิร์ตรอบ 10 ปี เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมเพิ่มสมาชิกใหม่วง พี.โอ.พี แห่งอดีตค่ายเพลงดังเบเกอรี่มิวสิค ซึ่งแต่ละคนแม้จะต่างไปทำงานของตัวเอง ทั้งผลิตผลงานเพลงเดี่ยว การเป็นโปรดิวเซอร์หรือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักร้องอีกหลายคน ทว่าสมาชิกแต่ละคนยังคงเจอะเจอตามประสาพี่น้องคนดนตรี โดยเฉพาะ “โต้งมณเฑียร แก้วกำเนิด” มือกีตาร์ของวง และ “ก้อณฐพล ศรีจอมขวัญ” มือเบสของวง เพราะหลังเบเกอรี่ปิดตัวไปทั้งคู่ได้มาอยู่ที่สไปซี่ดิสก์
โต้ง‘ก้อคือน้องรักและน้องที่น่ารัก’
ความจริงเห็นเด็กผู้ชายตัวยาวคนนี้และแฝดน้องผู้หญิงของก้อมาตั้งแต่ตอนเด็กเพราะเพื่อนสนิทเป็นญาติกับก้อ แต่ก็ไม่ได้สนิทกัน จนเขาโทรมาขอคำแนะนำเมื่อต้องการเปลี่ยนมาเรียนดนตรีสิ่งที่เขาชอบอย่างจริงจังหลังไม่อยากฝืนเรียนด้านธุรกิจแล้ว แต่เราก็สวนทางกัน เพราะเมื่อก้อมาเรียนที่ Berklee College of Music โต้งก็เรียนจบ แต่ก็เจอกันบ้างตามประสาคนไทยในสหรัฐ
เมื่อมือเบสวงโมเดิร์นด็อกขาด ก้อบอกว่าอยากจะลองมาเล่นดู จนได้ตะลอนออกทัวร์คอนเสิร์ตกับโมเดิร์นด็อก และเข้ามาเจอกันบ่อยในค่าย เรียกได้ว่าช่วงนั้นเบเกอรี่เป็นบ้านที่สองของพวกเราเลย เพราะต่างก็ยังเป็นวัยรุ่น สนุกที่จะได้คุย ได้เล่น และทำดนตรีด้วยกัน จนวันหนึ่งมีโครงการทำวง พี.โอ.พี ขึ้นมา เพื่อมาช่วยเบเกอรี่ที่เริ่มต้นเป็นช่วงวิกฤตของค่าย
วง พี.โอ.พี กลายเป็นที่รู้จักและประสบความสำเร็จพอสมควรเพราะเป็นสไตล์เพลงป๊อปร็อกที่ในตลาดยังไม่มีใครทำ ทั้งที่แต่ละคนก็มีแนวเพลงที่ชอบส่วนตัวกัน โดยโต้งจะออกไปทางร็อกหน่อย ส่วนก้อจะเป็นโซล พังก์ อาร์แอนด์บี และพอ พี.โอ.พี ผ่านไป เราก็ต่างมาทำงานของตัวเอง จนก้อทำวงกรู๊ฟไรเดอร์สขึ้นมา และเชื่อมั่นในวิธีการก้าวมาเป็นโปรดิวเซอร์ของเขาเต็มที่
“เห็นหน้าค่าตามากว่า 20 ปี แต่รู้จักกันจริงจังประมาณ 16 ปีได้ โดยมีเรื่องดนตรีเป็นตัวเชื่อมจนกลายเป็นพี่เป็นน้องกัน ถึงวันนี้ต้องถือว่าเขาไม่ใช่แค่เพื่อนทำงานคนหนึ่ง แต่ก้อมันเป็นน้องรักและน้องที่น่ารักของผมคนหนึ่ง มันจะคอยช่วยเหลือผมทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านดนตรี งาน หรือชีวิต งั้นขอยืมเงินหน่อย (พร้อมแบมือไปทางก้อ) ยิ่งตอนนี้ต้องไปซ่อมหลังคาบ้าน” โต้งหยอดมุขใส่เพื่อนซี้
ปัจจุบันทั้งโต้งและก้อมาอยู่ที่ค่ายสไปซี่ดิสก์ด้วยกัน แม้แต่ละคนจะมีโครงการของตัวเอง และต่างก็มีเพื่อนฝูงมาแจมกันอยู่บ่อยๆ และตอนนี้เชื่อว่าฝีมือทางด้านดนตรีและการโปรดิวซ์งานของก้อนั้นมีแต่ขึ้นกับขึ้น เพราะก้อเป็นคนที่ไม่อยู่เฉย มีอะไรที่น่าสนใจตลอดเวลา ซึ่งตอนนี้สามารถพูดได้เต็มปากว่าก้อถือเป็นคนดนตรีคนหนึ่งที่อยู่แถวหน้าของวงการเพลงไทย และเชื่อว่าหลายคนก็ต้องคิดเช่นเดียวกัน
“ตั้งแต่รู้จักก้อมาผมกับเขาไม่เคยทะเลาะกันเลย แม้ช่วงที่ทำดนตรีร่วมกันมา อาจเป็นเพราะเราต่างรู้ทางเฉพาะด้านของแต่ละคนจึงเปิดโอกาสให้แต่ละคนได้ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดอย่างเต็มที่ โดยส่วนตัวก้อเป็นคนค่อนข้างตรงและตั้งใจทำงานมาก ตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยปัจจุบัน เขาเป็นคนตรงอย่างไร ขยันทำงานอย่างไรก็ยังเป็นอย่างนั้น มีแต่ฝีมือในการทำเพลงที่มีแต่จะพุ่งขึ้น ขณะเดียวกันเขาก็เป็นผู้นำครอบครัวที่ดีมาก ซึ่งผมก็ไม่ค่อยมีอะไรห่วงเขามากเพราะเขาเป็นคนจัดระเบียบชีวิตตัวเองได้ดีในทุกด้านของชีวิต มีเรื่องเดียวคืออยากให้เขามีเวลาพักผ่อนบ้าง ขณะที่ผมก็เชื่อว่าผมกับมันจะกลายเป็นเพื่อนสนิทกันตลอดไป” โต้งกล่าวถึงน้องและเพื่อนรัก
ก้อ‘โต้งทำให้ผมเป็นนักดนตรี’
การก้าวมาเป็นนักดนตรีนั่นถือว่าโต้งมีส่วนสำคัญตลอด ตั้งแต่ที่ตัดสินใจเปลี่ยนมาเรียนดนตรีตามความฝันก็ได้เขาแนะนำ เราจะเจอกันบ้างเมื่อเวลาคนไทยในสหรัฐนัดเจอกัน จะเห็นหนุ่มผมยาวเท่ๆ ถือเครื่องดื่มมาพูดคุยเฮฮาและแลกเปลี่ยนเรื่องดนตรีมันๆ ตามประสาวัยรุ่น จนกลับมาเมืองไทย โต้งมาเริ่มงานที่ค่ายเบเกอรี่ก่อนและตัดสินใจโทรหาเขาทันทีเมื่อรู้ว่ามือเบสวงโมเดิร์นด็อกขาด
“พี่โต้งเป็นที่พึ่งของผมตลอด ชีวิตผมมีเขามาเกี่ยวข้องอย่างปฏิเสธไม่ได้ โทรไปหาเขาก็มีเรื่องให้ช่วยตลอด แต่สุดท้ายเราได้มาทำงานด้วยกันมากขึ้นจากการเกิดวง พี.โอ.พี และแทบจะเจอกันทุกวัน จนกระทั่งเบเกอรี่ปิดตัวไป เขาก็เป็นคนชวนผมทำเพลงที่สไปซี่ดิสก์ของพี่เต้งพิชัย จิราธิวัฒน์ จนปัจจุบันก็เข้ามาช่วยดูแลงานให้น้องๆ หลายคนในค่ายตามความถนัดของคนเบื้องหลัง”ก้อเล่า
จริงๆ โต้งเป็นพี่ 2 ปี แต่ด้วยความที่สนิทกันมากรู้สึกว่าเขาเป็นได้ทั้งพี่และเพื่อนที่ดีตลอดมาและน่าจะตลอดไปด้วย คือเราสองคนถือว่าผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะมากทั้งช่วงรุ่ง ร่วง หรือปัจจุบัน ไม่ว่าใครจะทำอะไร ก็จะมีโต้งยืนอยู่ข้างๆ ตรงนี้กันเสมอ
แม้ระยะหลังต่างคนจะมีครอบครัวกันหมด เราก็ยังแลกเปลี่ยนเจอกันบ้าง แต่จะรู้ความเป็นไปของอีกฝ่ายได้มากขึ้นจากโลกโซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม รู้ว่าลูกๆ เราแต่ละคนเป็นอย่างไรกันบ้าง เพราะแต่ละคนชอบจะเอารูปและเรื่องของลูกขึ้น ในที่สุดต้องหาเหตุให้มาเจอกันบ่อยมากขึ้น จึงตัดสินใจทำอัลบั้มชุดที่ 2 และมีสมาชิกใหม่มาอีก 2 คน เพราะปกติถ้านัดทานข้าวกันจะมาไม่ค่อยครบ
“ตั้งแต่ทำวง พี.โอ.พี ด้วยกันมา จริงๆ แอบชื่นชมอยู่เงียบๆ ในฝีมือพี่โต้งกับพี่นภ พรชำนิ (สมาชิกเก่า พี.โอ.พี อีกคน) ที่เป็นครูเพลงของผมชั้นดี ตอนนั้นผมถือว่าห่วยสุดในวง เพราะพี่สองคนเขาแต่งเพลงได้สุดยอดมาก แต่เราก็ค่อยๆ เรียนรู้วิธีการแต่งเพลงจากพี่สองคน แต่สิ่งที่ผมต้องยกนิ้วให้โต้งมากคือเรื่องทางคอร์ดดนตรี ซึ่งเชื่อว่าหาคนอื่นเหมือนยาก จนมั่นใจว่าเพลงสไตล์เบเกอรี่ตั้งแต่ยุคแรกและหลายคนชอบมาถึงปัจจุบัน ต้องยอมรับว่ามีใบอนุญาตของพี่ผมคนนี้อยู่ ส่วนเรื่องที่ผมห่วงเขาตอนนี้คือสุขภาพ เพราะเขายังคงมีดื่มหรือไปปาร์ตี้ช่วงกลางคืนอยู่บ้าง แต่ก็ต้องปรบมือให้เขาในฐานะคุณพ่อที่รักลูกสาวและดูแลลูกสาวได้เป็นอย่างดี” ก้อ กล่าว
สุดท้ายทั้งคู่เห็นด้วยว่า แม้เติบโตมาด้วยกันตลอดเส้นทางดนตรี จนวันนี้ต่างคนมีครอบครัวและงานของตัวเอง และไม่ได้เจอหน้ากันทุกวันที่ค่ายเพลงเหมือนเมื่อก่อน แต่ทุกครั้งที่เรามาเจอกัน ไม่ต้องพูดกันมาก มันต่อกันติดมาก เพราะทั้งสองคนถือว่าต่างเป็นทั้งเพื่อนและพี่น้องที่รักและสนิทกันมากทีเดียว







