posttoday
ติด ตรึง ตรัง ( 2 )

ติด ตรึง ตรัง ( 2 )

30 เมษายน 2553

เรื่อง / ภาพ สุธน สุขพิศิษฐ์

 

อย่างที่บอกเมื่ออาทิตย์ที่แล้วว่า เพิ่งเที่ยวตรังจริงๆ จังๆ ในครั้งนี้เอง แล้วไปตั้ง 5 วัน ถึงจะมีแผนอยู่บ้าง แต่ก็เป็นลักษณะลอกแลกทัวร์ เห็นอะไรเข้าท่าก็ลุยเข้าไป เมื่อเจอวิวดีก็หยุดดูนานๆ เจอคนก็คุย เจอของดีก็ซื้อ เจอของกินที่ดูน่าสนใจก็กิน จึงเก็บตุนสิ่งที่พบมามาก ครั้นจะเขียนครั้งเดียวจบจะดูเหมือนชี้ชวนให้ดูดอกไม้โดยการควบม้า

เช้าวันแรกที่ตัวเมืองตรัง ต้องทำตามประเพณีการกินของคนตรัง ต้องกินติ่มซำครับ ผมเลือกร้านเรือนไทยอยู่ที่ถนนเพลินพิทักษ์ ขนาดไปถึง 7 โมงเช้ากว่าๆ คนก็แน่นเต็มร้านแล้ว แล้วแต่ละโต๊ะนี่เหมือนกินแหลก ไม่น่าเชื่อครับ ติ่มซำอร่อย บ๊ะกุ๊ดเต๋อร่อย พวกอาหารทอดก็ใช้ได้ กาแฟโบราณก็ใช้ได้เลย ส่วนน้ำชาจีนมาไม่อั้น เสร็จแล้วก็ได้ฤกษ์ออกจากตัวเมืองไปเที่ยวตามแผนคือ วันแรกไปที่ปากเมง โดยจองเลตรังรีสอร์ตที่อยู่ใกล้ท่าเรือปากเมงไว้ แต่ความที่ดูแผนที่ไม่ละเอียด ซึ่งถ้าไปปากเมงนั้นต้องไปทาง อ.สิเกา แต่กลับไปทางกันตัง แต่ที่ตั้งเข็มไปกันตังนั้นก็มีเหตุผลอยู่ 2 อย่าง อย่างแรกอยากไปดูสถานีรถไฟกันตังที่เป็นอาคารเก่าน่าสนใจ ซึ่งรูปโปสเตอร์สถานที่ท่องเที่ยวของ จ.ตรัง ต้องมีรูปสถานีรถไฟกันตังอยู่ด้วย และพอดีกับที่วันแรกไปเดินในตัวเมืองตรังคุยกับเจ้าของบ้านอาคารแบบไชนีสโปรตุกีสนั้น เขาบอกว่าถ้าอยากเห็นอาคารแบบนี้ต้องไปที่กันตัง ที่นั่นยังมีให้ดูอีก อย่างที่สองตั้งใจไปกินราดหน้าซูเปอร์หรือราดหน้าทะเล ที่โกชัยแนะนำว่าต้องไปกินให้ได้ กินแล้วจะลืมราดหน้าที่อื่นของเมืองตรังไปได้เลย

ระยะทางจากตัวเมืองตรังไปกันตังประมาณ 20 กว่ากิโลเมตรเองครับ ไปถึงก็ดิ่งไปที่สถานีรถไฟก่อนเพื่อน ตอนนี้กำลังซ่อมแซมใหญ่อยู่ครับ เห็นว่ากรมศิลปากรไปคุมการซ่อมแซม แต่ผมกลับมองบ้านพักพนักงานรถไฟมีความน่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนกัน มีสองหลังงาม ทั้งคู่แต่ ถูกปล่อยโทรมจนน่าเสียดาย สถาปนิกที่ออกแบบสถานีรถไฟเมื่อครั้งนั้นก็คงออกแบบบ้านพักพนักงานรถไฟไปด้วย เป็นอาคารใต้ถุนสูงเครื่องบนเป็นไม้ เสาชั้นล่างเป็นปูน มีระเบียงกว้าง เป็นอาคารเหมาะสำหรับเมืองร้อน สมัยก่อนบ้านฝรั่งที่อยู่แถบสาทรจะเป็นบ้านแบบนี้ครับ

สำหรับการซ่อมแซมปรับปรุงสถานีรถไฟกันตังนี้ ผมว่าควรที่จะปรับบริเวณทั้งหมดโดยรอบด้วย พูดง่ายๆ จัดแลนด์สแคปใหม่ จะทำเป็นสวนสาธารณะก็ได้เพราะเป็นพื้นที่เปิดโล่งอยู่แล้ว ผมมาเดินแถวอาคารไชนีสโปรตุกีสที่อยู่แถวไปรษณีย์กันตัง คุยกับคนขายก๋วยเตี๋ยวที่เช่าห้องหนึ่งอยู่ ได้ความว่าตึก 2 ชุดที่เหลือนี้กรมศิลปากรมาขึ้นทะเบียนไว้แล้ว แต่ไม่ทำอะไร

เรื่องอาคารของเอกชนที่กรมศิลปากรไปขึ้นทะเบียนไว้นี้เป็นปัญหาโลกแตก กรมศิลป์ก็อ้างว่าเป็นของเอกชนๆ ต้องซ่อมเอง กรมศิลป์ไม่มีเงินไปซ่อมให้ใคร ทางเอกชนก็บอกว่ากรมศิลป์มาขึ้นทะเบียนไว้แล้วห้ามแตะต้องจะทำอะไรต้องขออนุญาตก่อน ผมว่าถ้าตั้งท่ากันอย่างนั้นก็ไม่ไปไหน ทางออกก็มีโดยกรมศิลป์ไม่ต้องออกเงินแต่ต้องเป็นคนจัดการเรื่องทางเทคนิคการออกแบบซ่อม วางระบบทางเดินเท้า ระบบระบายน้ำ การระบายอากาศ การเป็นธุระหาวัสดุอุปกรณ์ เช่น กระเบื้องปูพื้น หลังคากระเบื้องกาบกล้วย ไม้คาน ระแนง และต้องหามาในราคาพอสมพอควร ไม่ใช่ราคาราชการซื้อเพราะแพงบรม แล้วต้องให้คนของตัวเองไปควบคุมการซ่อมแซมอีกด้วย

พออาคารถูกซ่อมแซมโดยถูกต้องและออกมาสวยงาม เจ้าของก็ได้ประโยชน์คุ้มกับการซ่อมแซม จะให้เช่าหรือทำกิจการอะไรก็คุ้มค่า ทำอย่างนั้นได้ใครๆ ก็อยากซ่อมทั้งนั้น นี่ก็ผ่านเรื่องอาคารที่กันตังไป

วันนั้นเป็นวันจันทร์ผมอดกินราดหน้าซูเปอร์ครับ มีสองร้านชื่อร้านโกเกี้ยกับร้านล่อคุ้งก็พร้อมใจกันปิดวันจันทร์ทั้งคู่ ก็หันรีหันขวางไปกินขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้แถวนั้นเองซึ่งไม่ได้เรื่อง

กันตังนี้เป็นท่าเรือใหญ่ จะไปปากเมงนั้นต้องข้ามแพขนานยนต์ที่ข้ามแม่น้ำกันตังไป แพขนานยนต์เข้าออกตลอดเวลาไม่ต้องคอยนาน พอข้ามไปแล้วก็วิ่งไปทางทะเล ผ่านบ่อน้ำร้อนแล้วไปถึงท่าเรือเจ้าไหม อันเป็นการเริ่มต้นอ่าวตรังด้านหนึ่ง

ริมทะเลของอ่าวตรังด้านนี้เป็นอย่างนี้ครับ อ่าวนี้ยาวประมาณ 20 กว่ากิโลเมตร มีถนนวิ่งเรียบขนานไปกับทะเลไปตลอด ปลายด้านหนึ่งจะมาจากกันตัง จะมีท่าเรือเจ้าไหมเป็นจุดเริ่มต้น แล้วถนนนี้จะผ่านทางเข้าหาดต่างๆ เยอะแยะ ไปสุดเอาอีกด้านหนึ่งที่เป็นท่าเรือปากเมง ซึ่งแผนของผมคืออยู่ที่ เลตรังรีสอร์ต หรือง่ายๆ ว่าผมต้องวิ่งไป 20 กว่ากิโลเมตรเพื่อให้ไปถึงที่พัก และก่อนที่จะเข้าท่าเรือเจ้าไหมนี้ก็จะพบเขาหินปูนโผล่เป็นลูกๆ สลับทิวต้นปาล์มน้ำมันหรือมะม่วงหิมพานต์ นี่เป็นวิวเรียกน้ำย่อยแล้ว ติดกับท่าเรือเจ้าไหมมีทางเข้าหาดยาว จะเรียกว่าหลงหรือบังเอิญเข้าไปก็ใช่ มีภูเขาหินปูนเป็นแท่งใหญ่อยู่ริมทะเล หาดทรายขาวกว้าง ทะเลใสแจ๋ว แถมมีแนวต้นสนร่มรื่นลมพัดเย็นแถมเสียงใบสนหวีดหวิว นั่งดูวิวแค่นี้ก็เคลิ้มแล้ว มีรีสอร์ตชาวบ้านอยู่ที่หาดนี้ด้วย ราคาเพียง 700 บาท เป็นห้องพัดลม ซึ่งเจ้าของบอกว่าที่นี่ไม่ต้องใช้แอร์ก็นอนสบาย เอาแล้วรวนเรแล้ว ต้องอยู่ให้ได้ตรงนี้ แต่ก็ตกลงกันว่าวิ่งไปดูที่เลตรังก่อน ที่หาดยาวนี่เป็นทางเลือกที่ 2

วิ่งเข้าไปดูหาดโน้นหาดนี้ไปเรื่อย วิวภูเขาในทะเลสวยเยี่ยม พอเข้าเขตปากเมงก็ตกใจ เหมือนป่าตอง ภูเก็ต กับอ่าวนางที่กระบี่ ไม่มีผิด ด้านหนึ่งของริมถนนมีแต่บ้านพักสร้างแบบเห่ยๆ สลับร้านอาหาร ห้องอาบน้ำจืด ร้านขายเสื้อผ้า กลุ่มนี้แน่นและติดต่อกันยาวมาก ตรงริมทะเลซึ่งมีต้นสนเป็นแนวยาวก็มีแต่โต๊ะเก้าอี้พลาสติกและร่มตั้งกันระเกะระกะเรียกว่าไม่เคยเก็บ ที่ตั้งกันเยอะก็เพราะร้านอาหารนั้นเอาวิวริมทะเลเป็นจุดขาย ดูแล้วรกนัยน์ตาเสียดายวิว เป็นเสี้ยนวิวจริงๆ ผมมาถึงที่พักก็ตัดสินใจอยู่ที่นี่ เพราะไหนๆ ก็จองและจ่ายเงินมัดจำไปแล้ว

บ่ายๆ ก็นั่งดูวิวภูเขามีน้ำปรุงอารมณ์เป็นเพื่อน ยิ่งเย็นเรือที่เอานักท่องเที่ยวไปดำน้ำที่เกาะต่างๆ กำลังทยอยกลับ มีชาวมาเลเซียเยอะครับ ทะเลตรงปากเมงนี่น้ำทะเลสู้ตรงหาดยาวไม่ได้ เป็นทะเลกึ่งโคลนกึ่งทราย วันนั้นน้ำทะเลลงไปไกลมาก ชาวบ้านลงไปเดินที่ชายเลนเยอะแยะ ไม่ได้เดินเล่นครับ เขาเดินหาหอยชักตีนกับหอยคราง โดยไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไรหาหอยใช้ตีนเหยียบๆ ก็เลยสงสัยว่าคำว่าหอยชักตีนนั้นเป็นลักษณะของหอยที่ยื่นเนื้อส่วนปากออกมาหาอาหาร เมื่อมีอะไรผิดปกติก็ชักเนื้อส่วนปากนั้นหดเข้าไปในกระดองเปลือก หรือเป็นลักษณะของคนหาหอยที่เอาตีนเขี่ยๆ พื้นทราย พอเจอหอยชักตีนออกแล้วเอามือเก็บหอย อันนี้สันนิษฐานแบบแผลงๆ ตามสันดานผมครับ

สำหรับหอยชักตีนกับหอยครางนี้ได้มาสดๆ ก็ยังกินไม่ได้ครับ ต้องแช่น้ำทะเลไว้สัก 2 คืนเพื่อให้หอยมันคลายทราย ฉะนั้นเห็นชาวบ้านเพิ่งเอาหอยขึ้นมาแล้ว ขอซื้อเอาไปให้ร้านต้มให้กินนั้นเสียเที่ยวเปล่าๆ

สำหรับมื้อเย็นวันริมทะเล ออกไปกินที่ร้านยกยอ ก็เป็นไปตามโพยว่าพอใช้ได้ ที่กินก็มีแกงส้ม ปลาสำลีทอดขมิ้น นี่แค่วันที่สองก็มีเรื่องราวพอสมควร อย่างที่บอกครับ ตรังมีของดีเยอะมากไม่เขียนไม่เล่าอกแตกตาย จะมีออกมาอีกครับ เราเตือนท่านแล้ว

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง