
นรินทร์ ผลานุรักษา สถาปนิกออกแบบหนังสือ
ห้องทำงานขนาดกะทัดรัด มีเพียงโต๊ะและชั้นหนังสือที่เรียงรายไปด้วยนิตยสารทั้งหัวไทยและหัวนอก
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
ห้องทำงานขนาดกะทัดรัด มีเพียงโต๊ะและชั้นหนังสือที่เรียงรายไปด้วยนิตยสารทั้งหัวไทยและหัวนอก คือ ที่นัดหมายกับบรรณาธิการหนุ่มไฟแรงจาก นิตยสารแอล เมน บอนนรินทร์ ผลานุรักษา
สารภาพว่า ก่อนจะได้มาทำความรู้จักกับ บก.บอน แอบสร้างภาพของ บก.หนุ่มมาคร่าวๆ ว่า ต้องเป็นผู้ชายแต่งตัวจัด คร่ำหวอดในวงการแฟชั่นมาอย่างโชกโชน แต่พอได้ทำความรู้จักแบบเจาะลึก ภาพที่สร้างมาทั้งหมดแทบจะพลิกโผ เพราะหนุ่มหล่อตรงหน้าไม่ได้แฟชั่นจ๋า แต่ก็แต่งตัวเป็น ที่สำคัญมีแบ็กกราวด์น่าสนใจไม่แพ้ตำแหน่งงานปัจจุบัน เพราะมิเพียงไม่เคยชิมลางงานนิตยสารมาก่อน แต่ยังมาในสายวิชาการ เคยเป็นสถาปนิก นักวิจัย และอดีตอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถมยังเกือบจะเป็นดอกเตอร์!!
“ผมเรียนจบปริญญาตรีด้านสถาปัตย์ที่ มหาวิทยาลัยคอร์แนล แล้วก็ต่อโทด้านนี้ที่ฮาร์วาร์ด จากนั้นก็กลับมาเป็นอาจารย์ที่จุฬาฯ ซึ่งเป็นช่วงที่คณะสถาปัตย์เปิดหลักสูตรอินเตอร์พอดี ก็เลยไปช่วยสอน และทำหลักสูตรอยู่ 4 ปี จากนั้นก็ได้ทุนจากรัฐบาลสิงคโปร์ไปเรียนต่อปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์” บก.บอน เกริ่นถึงโปรไฟล์สุดเริ่ดเป็นการเรียกน้ำย่อย ก่อนจะเข้าสู่ชีวิตที่พลิกผัน
ชีวิตที่โลดแล่นมาตามทางที่เทคอนกรีตไว้อย่างดี จนไม่น่าเชื่อว่าจะหักโค้งมาสู่เส้นทางนิตยสารได้นี้ บก.บอน บอกว่า มีอันต้องพลิกผันเมื่อครั้งกำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ที่สิงคโปร์ แล้วได้รับการทาบทามให้มาเป็นบรรณาธิการนิตยสารแอล เมน จาก น้ำ-สิริมน ณ นคร กรรมการผู้จัดการ บริษัท โพสต์ อินเตอร์เนชันแนล มีเดีย
“ตอนนั้นผมคิดหนักนะ ถามว่าชีวิตที่สิงคโปร์แฮปปี้มั้ย ก็แฮปปี้ แต่พอมีคนหยิบยื่นโอกาสเข้ามา เราก็ถามตัวเองว่า อยากอยู่ในสายวิชาการไปแบบเต็มตัวเลยมั้ย เพราะถ้าเรียนต่อก็อีก 5-6 ปี ก็ได้เป็นดอกเตอร์แล้ว หรืออยากหาโอกาสใหม่ๆ ให้ชีวิต คำตอบที่ผมตอบตัวเองตอนนั้นคือ ผมอยากลองกับโอกาสใหม่ที่ผ่านเข้ามาสักตั้ง เพราะผมคิดว่าโอกาสไม่ได้ผ่านเข้ามาง่ายๆ ถ้าครั้งนี้ผ่านไป อาจไม่มีโอกาสแบบนี้ผ่านเข้ามาอีก หรือถ้ามี ถึงเวลานั้นผมอาจจะหมดไฟไปแล้วก็ได้” บก.หนุ่มตอบอย่างฉะฉานด้วยแววตามุ่งมั่น
จากการตัดสินใจวันนั้น บก.บอน บอกว่า ใช้เวลา 7 เดือนในการสัมภาษณ์ กับทั้งกับทีมงานแอล ไทย และแอล ฝรั่งเศส ทั้งหมดใช้เวลา 7 เดือนกว่าจะเสร็จสิ้น โดยแอล เมน ประเทศไทย ถือว่าเป็นประเทศที่ 3 ต่อจากจีน และฮ่องกง ถามว่าเป็นการเปลี่ยนสายงานไปแบบสิ้นเชิงมั้ย มองผิวเผิน บก.บอน ตอบว่าใช่ แต่ลึกๆ เขายืนยันว่างานสถาปนิกก็ไม่ต่างกับงานนิตยสาร
สำหรับการนั่งเก้าอี้บรรณาธิการทั้งที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในวงการนิตยสารมาก่อนนั้น บก.บอน ยอมรับว่า ต้องอาศัยการเรียนรู้ ยกตัวอย่าง สัญลักษณ์ที่ใช้ในการปรู๊ฟต้นฉบับ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา
“ผมอาจจะไม่ได้ออกแบบผลงานให้ออกมาเป็นตึกใหญ่โต แต่สิ่งที่ผมกำลังทำคือการสร้างนิตยสาร 1 เล่ม โดยใช้กระบวนการคิดแบบสถาปัตย์ ผมยังต้องเข้าใจความต้องการของผู้อ่าน ซึ่งเปรียบเหมือนลูกค้า แล้วสร้างผลงานออกมาให้ตรงใจ ผมว่าความเป็นสถาปนิกมันต้องอยู่ในสายเลือด ไม่ได้อยู่แค่การเอาความรู้มาสร้างเสา สร้างคาน แต่เอากระบวนการคิด มองทุกอย่างเป็นภาพมาใช้ในทุกอย่างของชีวิต”
สำหรับนิตยสารแอล เมนนั้น บก.บอนในฐานะหัวเรือใหญ่ ตั้งใจให้เป็นนิตยสารที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ของผู้ชาย ที่ไม่เน้นเฉพาะแฟชั่น แต่ยังรวมเอาไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจของผู้ชาย อย่างเรื่อง สุขภาพ แกดเจ็ต รถยนต์ เข้าไว้ด้วยกัน
“ผมมองว่าแฟชั่นไม่ใช่เรื่องของการตามเทรนด์ ต้องใส่เสื้อผ้าจากรันเวย์ทุกซีซั่น แต่เป็นเรื่องการมองตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วสไตลิงให้เหมาะกับโอกาสที่จะไป ผมว่าผู้ชายควรแต่งตัวโดยเริ่มจากอะไรที่เบสิก แล้วเติมแอกเซสซอรี เช่น แว่นตา นาฬิกา แหวน เข็มขัด รองเท้า เข้าไปให้ดูดีมากกว่า”
ถามว่า แอล เมน เปิดตัวช้าไปมั้ยสำหรับตลาดนิตยสารผู้ชาย บก.บอน ตอบอย่างมั่นใจว่า มาในจังหวะที่พอดี เพราะมาในยุคที่ผู้ชายหมู่มากแต่งตัวเยอะขึ้น ทำให้มีกลุ่มคนอ่านจำนวนมาก ไม่เฉพาะกลุ่มเหมือนช่วงที่ผู้ชายเริ่มแต่งตัวเยอะใหม่ๆ ย้อนไปประมาณ 5 ปีที่แล้ว
“ผมอยากให้แอล เมน เป็นนิตยสารที่เป็นเพื่อนของผู้ชายไทยจริงๆ สามารถหยิบมาอ่านได้ทุกโอกาส เพราะความคิดของผู้ชายสมัยนี้ไม่เหมือนในอดีตที่ตั้งหน้าตั้งตาหาเงินสร้างอนาคตอย่างเดียว เพราะปัจจุบันถึงแม้เป้าหมายการใช้ชีวิตยังอยู่ แต่ระหว่างทางไปสู่ความสำเร็จ ผู้ชายก็อยากจะดูดีไปด้วย ซึ่งแอล เมนน่าจะตอบโจทย์” บก.บอนกล่าวทิ้งท้าย
ไลฟ์สไตล์วันว่าง บก.หนุ่ม
ทุ่มเทเวลาว่างให้กับกีฬาเทนนิส การท่องเที่ยว การสะสมเฟอร์นิเจอร์วินเทจ และดูแลเจ้าหมาชิบะคู่ใจ
หลังเลิกงาน ชอบใช้เวลากับกลุ่มเพื่อนสนิท ณ ไวน์บาร์เล็กๆ พร้อมคลอเพลง Classic Rock ของวง The Eagles
เช็กลิสต์ ผู้ชายสไตล์แอล เมน
ดีเอ็นเอของแอล เมน ประกอบด้วย
1.Playful สนุกในการใช้ชีวิต
2.Savy ฉลาด พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์ มองตัวเองเป็นน้ำครึ่งแก้ว
3.Stylish ไม่ตกยุค ไม่เยอะ แต่งตัวเป็น
4.Sprit มีความมุ่งมั่นที่จะไปถึงจุดหมายที่ตั้งใจ







