
วิถีจิตวิถีธรรม ในสติปัฏฐาน ...ตามแนวอานาปานสติ(ตอน ๘)
ในการปฏิบัติอบรมกายจิตในกรรมฐานนั้น พึงยกกายขึ้นให้ตรง โดยสูดลมหายใจเข้าให้เต็มกำลัง เพิ่มความรู้สึกตัวขึ้น กระตุ้นความรู้สึกจิตให้มีความระลึกรู้
โดย...พระอารยะวังโส
ในการปฏิบัติอบรมกายจิตในกรรมฐานนั้น พึงยกกายขึ้นให้ตรง โดยสูดลมหายใจเข้าให้เต็มกำลัง เพิ่มความรู้สึกตัวขึ้น กระตุ้นความรู้สึกจิตให้มีความระลึกรู้ ให้ความรู้สึกที่เพิ่มพูนทั้งสติและสัมปชัญญะ จนจิตก็มีความตื่นตัว เบิกโพลง อยู่ตลอดเวลา... เบิกโพลงด้วยอำนาจของสติ กายก็มีความตั้งมั่น รู้การกระทำอันชอบ มันยิ่งขึ้นโดย...ให้เราสังเกตว่ากายเราจะเหยียดตั้งตรง จะไม่นั่งโอนอ่อนผ่อนตัวโดยเด็ดขาด ไม่มี... ถ้าสัมปชัญญะเราสมบูรณ์ในการทำงานชอบ ประกอบกับจิตที่มีสติกำกับควบคุมทำความระลึกรู้ชอบ จนกายกับจิตเข้าแนวเดียวกัน รวมตัวเป็นเอกภาพอันเดียวกันได้ กายจะตั้งตรง รู้ชอบการกระทำ มีสติควบคุมจิต ดำรงการรู้มั่นอยู่ในฐานใดฐานหนึ่งที่กำหนดตั้งการระลึกรู้ลงไปอย่างแน่วแน่จนมั่นคง
ด้วยความสัมพันธ์ในทั้งสองส่วน จึงสามารถตรวจสอบได้ว่า
... หากอยากเห็นว่าจิตตรงหรือไม่ ก็ดูที่กาย... อยากเห็นกายตรงหรือไม่ ก็ให้พิจารณาดูที่จิตว่า ตรงหรือไม่...
... อยากเห็นว่ากายอ่อนน้อมหรือไม่ ก็ให้ดูที่จิตว่า จิตมันอ่อนนุ่มหรือไม่... ถ้ากายยังหยาบอยู่ ยังทรมาน ยังมีเวทนา ยังมีความเจ็บความปวดอะไรก็แล้วแต่ แสดงว่าจิตยังไม่ได้มีคุณภาพที่ดี จิตยังไม่อ่อน ไม่น้อม ไม่นุ่มนวล ที่จะให้มีความแน่วแน่สู่ความเป็นหนึ่งแห่งจิต นี่เป็นการปรับความสัมพันธ์ของกายจิตที่ยังคงเกี่ยวเนื่องกันตามวิถีธรรม... อันเป็นไปตามธรรมชาติ
แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่จิตมันนุ่มนวล แน่วแน่เป็นหนึ่งจนสงบ อาการที่เป็นความสุขก็จะเกิดขึ้นทั้งทางกายและจิต จะไม่ทรมาน จะไม่หยาบ จะอ่อน จะเบา จะน้อมโน้มลง จะไม่เกิดการบีบเค้นจนเจ็บปวดทรมาน จะเกิดความเบาบางในกายจิต จนดูสงบระงับ ให้เหมาะควรการทำงาน
(อ่านต่อฉบับหน้า)







