
เซ็บ ซิ่ง ทะลุ ประวัติศาสตร์
ชั่วโมงนี้คงไม่มีใครกล้ามาเบรกคันเร่งของ เซบาสเตียน เวตเทล แน่นอน เพราะนักซิ่งรถสูตรหนึ่งเมืองเบียร์วัย 26 ปี เพิ่งควบรถ “RB9”
โดย...มิวโกโตะ
ชั่วโมงนี้คงไม่มีใครกล้ามาเบรกคันเร่งของ เซบาสเตียน เวตเทล แน่นอน เพราะนักซิ่งรถสูตรหนึ่งเมืองเบียร์วัย 26 ปี เพิ่งควบรถ “RB9” ผ่านธงตราหมากรุกเป็นคันแรกในศึก “อินเดียน กรังด์ปรีซ์” เมื่อวันที่ 27 ต.ค. จนกระทั่งกลายแชมป์โลกวัยละอ่อนสุดที่สามารถคว้าแชมป์ศึกฟอร์มูลาวันได้ถึง 4 สมัยซ้อน
เทียบชั้นตำนานรุ่นพี่อย่าง มิชาเอล ชูมัคเกอร์ (ปี 2000-2003) และ ฮวน มานูเอล ฟานจิโอ ตำนานจากอาร์เจนตินา ที่ทำไว้ปี 1954-1957 นั่นเท่ากับว่า หาก “เซ็บ” ผงาดแชมป์ได้อีกในซีซั่นหน้า ก็จะกลายเป็นนักแข่งคนแรกที่คว้าแชมป์โลกได้ 5 สมัยติดต่อ
นอกจากนี้ นักขับเบอร์ 1 สังกัดเรดบูล เรดซิง ยังมีลุ้นทุบสถิติแชมป์ 7 สมัย ในศึกฟอร์มูลาวันที่ชูมัคเกอร์ทำเอาไว้ ซึ่งดูจากฝีไม้ลายมือและอายุอานามแล้วเชื่อว่าไม่น่าพลาด เผลอๆ มีสิทธิทำได้ภายในไม่กี่ปีข้างหน้าด้วยซ้ำ หากยังฟอร์มฮอตต่อเนื่องเช่นนี้
ปัญหาที่เจ้าของฉายา “เบบี้ชูมี่” ต้องเผชิญต่อจากนี้ คือ การปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนร่วมทีมคนใหม่ให้ได้ เนื่องจาก มาร์ค เว็บเบอร์ จอมเหยียบชาวออสซีประกาศอำลาวงการแล้ว รวมถึงความระห่ำเกินงามที่เคยแหกกฎทีมเทคนิคแซงเพื่อนโดยไม่กลัวอันตราย หรืออย่างกรณีล่าสุดในการนำดริฟต์โชว์แฟนๆ ที่อินเดีย จนถูกสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ หรือเอฟไอเอ สั่งปรับเงินจำนวน 2.5 หมื่นยูโร (ราว 1 ล้านบาท) จริงอยู่มันไม่ใช่เงินที่มากมายสำหรับนักแข่งระดับโลก แต่หากเตือนไม่ฟังอีกก็มีสิทธิถูกลงโทษหนักเช่นกัน
ไม่เพียงแต่ในสายตาผู้ชมเท่านั้น ความเหนือชั้นของเวตเทลน่าเกรงขามถึงขนาด ลูอิส แฮมิลตัน อดีตแชมป์โลกปี 2008 สังกัดเมอร์เซเดส ให้สัมภาษณ์เหน็บความสำเร็จแบบไม่เผื่อแผ่คู่แข่ง ว่านี่อาจเป็นชนวนทำให้แฟนกีฬาความเร็วชักเบื่อหน่ายจนไม่น่าติดตาม
“ผมจำได้แม่นตอนดูชูมัคเกอร์คว้าแชมป์ ผมได้ดูตอนช่วงออกสตาร์ต และก็ค่อยๆ หลับไป จากนั้นก็ตื่นมาตอนจบ เพราะผมรู้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นอยู่แล้ว และผมมั่นใจว่า ทุกวันนี้หลายๆ คนก็กำลังเป็นแบบนั้นกับเซ็บ อย่างน้อยก็มีครอบครัวของผมด้วย” แฮมิลตัน กล่าว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ลูอิสกล่าวเริ่มส่งกลิ่นว่าอาจเป็นเรื่องจริง เพราะหลังจากคว้าแชมป์ที่เบลเยียม, อิตาลี และสิงคโปร์ ได้ติดต่อกัน เซ็บก็เริ่มถูกเสียงโห่จากสาวกเอฟวันตลอดอย่างต่อเนื่อง ราวกับว่าเริ่มเบื่อที่เขาคว้าแชมป์ได้บ่อยเกินไป ซึ่งเจ้าตัวเองก็รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมากกับเหตุการณ์ดังกล่าว
“ผมดีใจที่สามารถใช้ผลงานสยบเสียงวิจารณ์ต่างๆ ได้ เพราะการถูกโห่โดยที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเป็นอะไรที่น่าเศร้ามาก แต่ผมคิดว่าผมได้พิสูจน์สิ่งต่างๆ บนแทร็กแล้ว และไม่คิดจะตำหนิผู้คนที่โห่ผม” เวตเทล กล่าว
จริงๆ แล้วน่าเห็นใจไม่น้อยกับการถูกรุมโห่เพียงเพราะทำผลงานในสนามโดดเด่น ถ้าเป็นไปได้อยากฝากไปบอกแฟนกลุ่มนั้นให้เลิกพฤติกรรมนั้นเสีย
ไม่ใช่เรื่องเสียมารยาทหรอกนะ แต่กลัวต้องตามโห่จนเสียงแหบมากกว่า







