posttoday

เพ่งพินิจแสตมป์ ที่พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนใน

27 ตุลาคม 2556

คุณส่งจดหมายครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เราเชื่อว่าเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์จำไม่ได้ แต่ถ้าถามว่าได้รับจดหมายครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

โดย...โยธิน อยู่จงดี

คุณส่งจดหมายครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เราเชื่อว่าเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์จำไม่ได้ แต่ถ้าถามว่าได้รับจดหมายครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ก็คงเป็นเมื่อตอนปลายเดือนที่มีบิลค่าน้ำค่าไฟส่งมาที่บ้านนั่นล่ะ เพราะในยุคดิจิตอลใครเล่าจะยอมเสียค่าแสตมป์กับซองส่งจดหมายกันอีก หรือดีไม่ดีก็คงเลือกใช้ตั้งแต่มีโทรศัพท์มือถือเมื่อ 10 กว่าปีก่อนนั่นละ ในตอนนั้นเกือบทุกคนเชื่อว่าไปรษณีย์ไทยคงอยู่ไม่ได้ แต่ถึงวันนี้กาลเวลาก็ได้พิสูจน์แล้วว่า อะไรที่ส่งผ่านระบบอินเทอร์เน็ตไม่ได้ก็ต้องใช้บริการไปรษณีย์อยู่ดี

วันนี้เราจึงเดินทางมาที่พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนใน เพื่อมาสืบเสาะเรื่องราวความเป็นมาของระบบไปรษณีย์ไทย ซึ่งเป็นระบบการส่งสารทางไกลที่เก่าแก่ที่สุด และยังคงใช้งานจนถึงทุกวันนี้ โดยทุกคนสามารถเดินทางได้สะดวกที่สุดด้วยการใช้รถไฟฟ้าบีทีเอสลงที่สถานีสะพานควาย เดินอีกประมาณ 300 เมตร ก็จะเห็นพิพิธภัณฑ์อยู่ด้านหลังที่ทำการไปรษณีย์สามเสน

เพ่งพินิจแสตมป์ ที่พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนใน

 

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้นับเป็นสถานที่รวบรวมและจัดแสดงดวงตราไปรษณียากร หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า แสตมป์ ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ซึ่งแต่ละดวงนั้นมีมูลค่ามหาศาล เพราะมีทั้งแสตมป์เก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และแสตมป์ชุดลิมิเต็ดอิดิชั่นอีกมากมาย โดยทั้งหมดจะจัดอยู่บนชั้น 2 ของอาคารพิพิธภัณฑ์ เข้าชมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

ในส่วนแรกเราขอแนะนำให้ทุกคนลงชื่อเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กันก่อนครับ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้ามา 5 คน เราก็ขอให้ลงชื่อครบทั้ง 5 คน เพราะจำนวนผู้เข้าชมจะเป็นตัวประเมินศักยภาพและความนิยมของผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ว่าจะได้รับเงินสนับสนุนในปีงบประมาณถัดไปมากน้อยแค่ไหน และนั่นก็หมายความถึงว่าเราจะได้มีพิพิธภัณฑ์ดีๆ ในประเทศไทยเปิดให้ความรู้กับลูกหลานเราต่อไป แค่เสียเวลาลงชื่อไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง

จากนั้นก็ค่อยๆ เดินชมบอร์ดประวัติความเป็นมาของไปรษณีย์ไทย ซึ่งทำให้เราทราบว่าจากระบบการส่งสารด้วยการส่งม้าเร็วและพิราบในยุคก่อน พอถึงในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อราวปี พ.ศ. 2423 เจ้าหมื่นเสมอใจราช หัวหมื่นมหาดเล็กเวรสิทธิ์ ได้ทำหนังสือกราบบังคมทูล ถวายคำแนะนำให้เปิดบริการไปรษณีย์ขึ้น และมีพระราชดำริเห็นชอบ จึงทรงแต่งตั้งให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ได้ศึกษาทดลองใช้ โดยเปิดเป็นการทดลองส่งจดหมายในเขตพระนครและธนบุรีขึ้น และเมื่อจะพัฒนาระบบไปรษณีย์ให้สมบูรณ์ บ้านทุกหลังจึงจำเป็นต้องมีเลขที่อยู่ที่ชัดเจน นั่นจึงเป็นส่วนเสริมของการมีทะเบียนบ้านในเวลาต่อมา จากนั้นก็มีการจัดพิมพ์ดวงตราไปรษณียากรเพื่อใช้เป็นค่าธรรมเนียมในการฝากส่งจดหมาย โดยแสตมป์ชุดแรกของไทยพิมพ์ขึ้นในประเทศอังกฤษ เป็นภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของรัชกาลที่ 5

เพ่งพินิจแสตมป์ ที่พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนใน

 

ซึ่งในพิพิธภัณฑ์ก็มีการจัดแสดงให้เราได้ชม บางท่านอาจจะบอกว่าที่บ้านก็มีชุดแรกนี้เหมือนกัน ไม่เห็นต้องไปดูที่พิพิธภัณฑ์ก็ได้ แต่เชื่อว่าจะมีอยู่รุ่นหนึ่งที่ทุกคนไม่มี หรือมีก็น้อยมากถึงมากที่สุด ก็คือชุดแสตมป์แรกที่พิมพ์ผิดแบบพระประสงค์ ซึ่งหาได้น้อยมาก แต่ก็มีการเก็บรักษาและเราก็จะได้เห็นในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

ในยุคแรกทั่วโลกจะนิยมใช้ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระมหากษัตริย์เป็นรูปในแสตมป์จนถึงรัชกาลที่ 6 ก็เริ่มมีการนำภาพศิลปะ ดอกไม้ สถานที่ท่องเที่ยว ทำให้เป็นที่นิยมนำมาเป็นของสะสมกันมากขึ้น

เรื่องราวทั้งหมดนี้ก็ได้นำเราเข้ามาสู่ส่วนล็อกเกอร์แสตมป์ หรือห้องสมุดตราไปรษณียากร ซึ่งเป็นล็อกเกอร์พิเศษที่ให้เราได้ชมแสตมป์ชุดต่างๆ ที่เคยผลิตในประเทศไทยซ้อนกันเป็นแถวให้เราค่อยๆ เปิดออกดูทีละล็อก โดยมีตั้งแต่ชุดแรก คือชุดโสฬศ มาจนถึงชุดปัจจุบัน รวมทั้งสำเนาแสตมป์ชุดของนักสะสมแสตมป์ระดับประเทศที่หาดูได้ยาก หรือคาดกันว่าไม่มีในประเทศไทย รวมทั้งแสตมป์จากต่างชาติสวยๆ กว่า 200 ประเทศที่เข้าร่วมสหภาพสากลไปรษณีย์ (The Symbol of Universal Union) ที่ส่งแสตมป์ของตัวเองมาแลกเปลี่ยนกันทุกปี คล้ายๆ กับการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกลายๆ

ถัดจากห้องสมุดแสตมป์แล้วขาดไม่ได้ก็คืออุปกรณ์เก่าๆ เช่น เครื่องชั่งน้ำหนัก ตู้ไปรษณีย์รุ่นเก่า อย่างตู้ไปรษณีย์จากประเทศเยอรมนี เครื่องแต่งกายของบุรุษไปรษณีย์สมัยก่อน และถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นแสตมป์ในวโรกาสพิเศษต่างๆ แสตมป์ชุดพิเศษสุดๆ อย่าง แสตมป์ชุดเบญจภาคี หรือแสตมป์ทองคำรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

เพ่งพินิจแสตมป์ ที่พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนใน

พร้อมภาพขยายและแว่นขยายให้นักสะสมมองเห็นถึงลายเส้นและความละเอียดบนตัวแสตมป์ ซึ่งนักสะสมแสตมป์จะรู้กันดีว่าแต่ละภาพนั้นจะมีความเป็นมาและกิมมิกเล็กๆ ซ่อนอยู่บนภาพนั้น รอให้นักสะสมเอาแว่นขยายมาส่องให้เห็น

หลังจากเดินชมความสวยงามของแสตมป์กันหมดแล้ว ก็ถึงจุดที่มีผู้เข้าชมสนใจกันมากที่สุดก็คือส่วนขายของที่ระลึกเป็นตราไปรษณียากรใหม่ มีทั้งแบบขายเต็มแผ่นและขายแยกดวง เลือกซื้อกลับไปสะสมกันตามความชอบ แต่บอกได้เลยว่าสำหรับคนที่รักการสะสมแสตมป์แล้ว มีเงินร้อยก็หมดร้อย เงินพันก็หมดพันแน่ๆ ครับ

ยิ่งถ้ามาที่พิพิธภัณฑ์ช่วงวันเสาร์อาทิตย์ด้วยแล้ว ชั่นล่างของพิพิธภัณฑ์จะเป็นตลาดนัดแสตมป์ มีขายทั้งสมุดสะสม แสตมป์เก่าใหม่ ขายกันคึกคักมากๆ ขอบอกได้เลยว่าถ้าคุณชอบแสตมป์ หรือมีเด็กๆ ในบ้านเริ่มสะสมแสตมป์ คุณไม่ควรพลาดที่จะพาพวกเขามาที่พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนในด้วยประการทั้งปวง

เปิดทุกวันพุธอาทิตย์ เวลา 08.30-16.30 น.

หยุดวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์

เบอร์ติดต่อ 02-271-2439, 02-831-3722

ค่าเข้าชม ฟรี

คำแนะนำพิเศษ มีตลาดนัดแสตมป์ ทุกวันเสาร์อาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น. เป็นตลาดสำหรับคนสะสมแสตมป์โดยเฉพาะที่น่าสนใจอย่างมาก

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อเท็จจริงระบบพลังงาน เช็คสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้จริงไหม?