
เก่งภาษาอังกฤษ์ สไตล์ ดร.สมิตา หมวดทอง
ไม่ใช่นักร้องมืออาชีพ แต่ยอดวิวในยูทูบ (youtube/nuienglish) แทบทุกคลิปของ “ดร.พี่นุ้ยสมิตา หมวดทอง”
โดย...นกขุนทอง ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข
ไม่ใช่นักร้องมืออาชีพ แต่ยอดวิวในยูทูบ (youtube/nuienglish) แทบทุกคลิปของ “ดร.พี่นุ้ย-สมิตา หมวดทอง” ก็มีคนมาชมและกดไลค์ไม่น้อยกว่าศิลปินเบอร์ดัง เพราะนอกจากจะเด็ดดวงด้วยการนำเนื้อเพลงไทยมาแปลเป็นภาษาอังกฤษ แถมยังขับร้องด้วยลีลาเฉพาะตัวที่สรรหามาเติมแต่ง เพื่อดึงดูดคนฟังให้หันมาสนใจภาษาอังกฤษได้อย่างอยู่หมัด ใช้เวลาเพียงไม่นาน ดร.พี่นุ้ย ก็กลายเป็นขวัญใจของน้องๆ และผู้คนที่สนใจอยากเรียนและอยากเก่งภาษาอังกฤษ
“นุ้ยเริ่มทำเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง มันเป็นความบังเอิญมากกว่า คือเราไปเดินห้างแล้วเขาเปิดเพลงมา เราก็เฮ้ย เพลงนี้จริงๆ เมโลดี้แบบนี้ก็แปลได้ พอแปลไปปุ๊บ มีคนชอบแล้วก็มีคนขอมาเรื่อยๆ ตอนแรกเลยเราทำเล่นๆ แต่พอคนมาสนใจมากขึ้น ตอนนี้เรารู้สึกว่าเราต้องพัฒนาการทำงานให้มากขึ้น อย่างเช่นเมื่อก่อนร้องไม่มีดนตรี ตอนนี้ก็เริ่มมีมิวสิก ออร์แกไนเซอร์ เข้ามา เหมือนกับว่าให้เขาช่วยดูไลน์ของดนตรีว่าจะเป็นยังไง เช่น เพลงนี้เป็นร็อกเรามาทำเป็นแจ๊ซไหม ตอนนี้ที่คิดคืออาจจะเอาดนตรีขิมที่เราเล่นได้มาประยุกต์กับสากล เอาเพลงลูกทุ่งมาแปลบ้าง เพราะเพลงลูกทุ่งเข้าถึงคนกลุ่มใหญ่ของประเทศเรา”
จากแปลเพลงจนโด่งดังเป็นที่สนใจทั้งรายการทีวีและสำนักพิมพ์ เธอจึงมีโอกาสได้เป็นพิธีกรรายการ “English Breakfast ช่วง Just Ask” ทางช่องไทยพีบีเอสและสำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์ก็จัดพิมพ์หนังสือชื่อ “Thai Songs ร้อง English” โดยการนำท่อนฮุกของเพลงฮิต 16 เพลงของค่ายแกรมมี่มาแปลเป็นภาษาอังกฤษ อาทิ รักแบบไม่ต้องแอบรัก ข้างๆ หัวใจ รักเธอเสมอ รักแท้ยังไง รอแล้วได้อะไร ฯลฯ
“หนังสือเล่มนี้ต้องไปใช้ประกอบกับยูทูบก็คือ youtube/nuienglish นั่นแหละ อ่านหนังสือแล้วรู้ว่าเพลงนี้ร้องแบบนี้ แปลแบบนี้ เสร็จแล้วก็มาคลิกฟัง มันจะทำให้จำได้มากขึ้น เรียนภาษาอังกฤษได้อย่างสนุกสนานผ่านเนื้อเพลง ได้ความรู้เรื่องไวยากรณ์และคำศัพท์ ส่วนรายการนุ้ยทำเอง ทั้งเนื้อหา พรีเซนต์ การนำเสนอ ด้วยความที่ช่วงมันแค่ไม่กี่นาที เราก็ต้องการอะไรที่มันเด็ดๆ ทำยังไงให้มีลูกเล่นของการตอบ เราอาจจะตอบเป็นกลอนแปด หรือว่าคอนเทนต์ที่จับต้องได้”
ไม่แปลกที่น้องๆ คิดถึงภาษาอังกฤษแล้วจะคิดถึง ดร.พี่นุ้ย เพราะนอกจากคลิปที่เธอโพสต์ลงยูทูบแล้ว เธอยังมีชื่อชั้นทางนี้ ไหนจะเป็นผู้ดำเนินรายการภาษาอังกฤษกับนุ้ยอิงลิช คลื่นเอฟเอ็ม 96.75 รายการภาษาอังกฤษ Top English เอฟเอ็ม 102 เขียนคอลัมน์ Teacher’s Corner และแฉเรื่องฮาภาษาอังกฤษในนิตยสาร I Get English คอลัมน์ Just Ask @ Thai Oil นิตยสารอัคนี
นอกจากนี้ ยังเปิดโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ “NuiEnglish” ซึ่งเปิดมาได้ 6 ปีแล้ว “ตอนแรกรู้สึกว่าเสาร์อาทิตย์เราว่าง แล้วเราเป็นคนที่อยู่เฉยไม่ได้ ก็เลยเปิดสอนไม่มีหน้าร้านสอนกับคุณแม่สองคน แล้วก็ไม่ได้คาดหวังอะไร เสร็จแล้วมันก็เริ่มขยายมาเรื่อยๆ นักเรียนก็เยอะขึ้น เราก็พยายามหาเทคนิคใหม่ๆ เอามาสอนเขา คือเดี๋ยวนี้นักเรียนเขามีความรู้หลากหลายมาก บางคนเก่งก็เก๊งเก่ง บางคนอ่อนก็อ๊อนอ่อน เราก็พยายามดูว่าเด็กแต่ละคนเป็นยังไง”
ชีวิตของ ดร.พี่นุ้ย ดูสวยงามประสบความสำเร็จในสายตาของน้องๆ ทว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ได้เจ้าตัวมีความเพียรพยายามและมีเป้าหมายของชีวิตชัดเจน “ปีหนึ่งนุ้ยจะตั้งเป้าหมายไว้ในสมุดเลยว่า เราต้องการที่จะทำอะไรให้สำเร็จบ้าง พอใกล้สิ้นปีแล้วก็เอามาดูว่าสรุปแล้ว เราทำได้ไหม คืออยากให้หนึ่งปีที่ผ่านไปมันต้องมีคุณค่า เวลาที่มันผ่านๆ ไปเราจะได้ถามตัวเองว่าเราได้ทำในสิ่งที่เราต้องการหรือยัง บางคนแบบพอปีหนึ่งผ่านไป ชีวิตไม่เกิดอะไรขึ้นมาเลย ส่วนมากเป้าหมายของนุ้ยเป็นเรื่องการศึกษากับเรื่องงาน ว่าเราต้องการที่จะทำตรงนี้นะ เราต้องทำตรงนี้ให้จบ นุ้ยทำมาตั้งแต่ตอนอยู่ประถม”
ยังไม่หมด ดร.พี่นุ้ย ยังบอกอีกว่า ชีวิตคนเราควรให้ความสำคัญกับการศึกษา ถึงแม้ว่าตอนนี้เธอจะสำเร็จการศึกษาสูงสุด ระดับปริญญาเอก สาขาการบริหารการพัฒนาหลักสูตรภาคภาษาอังกฤษ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ แล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่หยุดพัฒนาตัวเอง
“นุ้ยว่าบางทีการทำงานมันก็ต้องมีเวลาให้เราได้พัฒนาตัวเอง เช่น การอ่านหนังสือ นุ้ยยังต้องอ่านหนังสืออยู่ ยังต้องฟังภาษาอังกฤษอยู่ คือมีเวลานุ้ยต้องหาความรู้ นุ้ยมองว่าการทำงานมันไม่ใช่คำตอบ คนเรามันต้องมีการพัฒนาตัวเอง เราต้องคิดว่าทำงานยังไงให้มันดีขึ้น คือบางคนทำๆ แต่ไม่เคยคิดที่จะพัฒนา นุ้ยชอบอ่านหนังสือประเภทฮาวทู มันก็จะดีตรงที่ว่าความคิดเขาเป็นนามธรรมออกมา แต่เราต้องพยายามหาการจะทำนามธรรมนั้นเป็นรูปธรรมออกมาให้ได้ บางคนอาจบอกว่าการอ่านฮาวทูมันดูเหวงว้างว่างเปล่า แต่มันเป็นการกระตุ้นให้เราเกิดความคิด คือพอเขาฮาวทูมา เราก็คิดว่าเราจะทำต่อหรือไม่ นั้นมาจุดในของผู้อ่าน”
ทริกเก่งภาษาอังกฤษ แบบ ดร.พี่นุ้ย
“ถ้าไม่ชอบภาษาอังกฤษ ตอนแรกเราต้องปรับทัศนคติเราก่อน แล้วเราอาจจะเริ่มต้นด้วยการที่ว่า ลองไปดูยูทูบไหม ลองไปดูยูทูบที่สอนง่ายๆ ออกเสียงง่ายๆ เอาเรื่องที่ตัวเองสนใจ อย่างเด็กๆ เขาสนใจเรื่องแต่งหน้าก็อาจจะไปดูคลิปแต่งหน้าที่เป็นภาษาอังกฤษ บางคนก็สนใจเรื่องเพลง ก็ลองฟังเพลงภาษาอังกฤษ
ตอนที่นุ้ยฝึกฟังภาษาอังกฤษ นุ้ยเลือกที่จะเข้าหอสมุดแห่งชาติ บางคนอาจจะไม่เคยไปหอสมุดแห่งชาติ เสียค่าสมาชิกไม่กี่สิบบาทในยุคของนุ้ยนะ ห้องโสตเขาก็อย่างดีเลย คือเราสามารถที่จะไปเอาสื่อเขามานั่งฟังแล้วเราก็อยู่ทั้งวัน เราก็พบว่าเราสามารถที่จะเก่งได้ ฝึกฝนได้ โดยที่ไม่เห็นต้องจ่ายเงินมากมาย
ทุกอย่างมันเริ่มจากตัวเอง คือคนต่อให้เรียนมามากมายยังไง แต่นุ้ยให้ความสำคัญในเรื่องการทำโจทย์ ก็คือว่าเวลาเราทำโจทย์คือดีที่สุดเลย แต่ไม่ใช่ว่าน้องมาถึงปุ๊บน้องทำโจทย์เลย คือเราต้องมีความรู้พื้นฐานบางส่วน สำคัญเลยคือคนบางคนทำผิดแล้วปล่อยผ่านเลย ถ้าเราอยากเป็นคนเก่ง เราต้องให้ความสำคัญตรงที่เราผิดแล้วก็ต้องแก้ไข รู้วิธีคิดคิดยังไงให้มันถูก อันนี้คือไม่ใช่เฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ การเรียนพิเศษก็เป็นจุดที่ทำให้เรามีเทคนิค แต่การที่เรามีเทคนิคนั้นพื้นฐานมันต้องมีก่อน
บางคนเรียนพิเศษแต่ไม่เคยฝึกทำเอง แต่ของนุ้ยฝึกทำเองด้วย เรียนพิเศษเยอะด้วย ที่สำคัญคือคนเราจะเก่งได้ต้องเจอกับโจทย์เยอะ ทั้งโจทย์ในแบบฝึกหัดและโจทย์ในชีวิตด้วย อย่างภาษาอังกฤษพบว่า การเรียน เช่น การฟังคือไปเรียนเข้าคลาส ไม่ได้ผลเท่ากับการที่มาฝึกเอง เพราะการฟังมันคือประสบการณ์ เราต้องทำเยอะๆ คือมันต้องฝึกฝนเท่านั้น”







