
แย่จัง... ลูกไม่กล้าแสดงออก!
โดย...มีนา
โดย...มีนา
พ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกในวัยกำลังโตร่าเริง สดใสสมวัย แต่ก็มีเด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่เวลาอยู่กับพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ที่บ้านก็เป็นเด็กร่าเริง สดใส ช่างพูด ช่างคุย แต่พอถึงวัยเข้าโรงเรียน ต้องไปเข้าสังคมใหม่ๆ กับเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน ลูกๆ กลับกลายเป็นเด็กไม่กล้าแสดงออก เงียบขรึม ไม่มีสมาธิในการเรียนในห้องเรียน ชอบร้องไห้ และชอบแกล้งเพื่อน เรียกว่าเข้ากับเพื่อนในห้องไม่ได้ ในฐานะคุณพ่อคุณแม่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไรดี เป็นเพราะการเลี้ยงดูหรืออุปนิสัยส่วนตัวของเด็กเองกันแน่
สถานการณ์ : ลูกชาย 5 ขวบ เป็นเด็กร่าเริงมาก เป็นเด็กผู้ชายที่มีพลังงานเหลือเฟือมากๆ เวลาส่งไปเรียนดนตรี หรือเรียนร้องเพลงก็จะร่าเริงและมีวี่แววว่าจะชอบแสดงออก ดิฉันจึงส่งลูกไปเรียนเดินแบบ เพราะอยากให้เขาเป็นนายแบบ เวลามีงานเดินแบบ หรือประกวดเดินแบบก็อยากสนับสนุนให้ลูกกล้าแสดงออก ตอนไปสมัครก็เต็มใจ แต่เวลาต้องเดินโชว์จริงๆ ในวินาทีสุดท้าย ลูกก็งอแงไม่เดินเสียอย่างนั้น ครั้งแรกคุณแม่ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ 2 ถึง 3 งานลูกก็ยังมีพฤติกรรมแบบนี้อยู่ งงมากว่าทำไมลูกจึงไม่กล้าแสดงออกต่อคนหมู่มาก
ทางออก : การที่ลูกไม่กล้าแสดงออก ไม่ได้อยู่ที่การเลี้ยงดูของพ่อแม่เพียงอย่างเดียว คุณพ่อคุณแม่อย่างเพิ่งโทษตัวเองว่าเป็นจากการเลี้ยงดูหรือเปล่า การที่เด็กไม่กล้าแสดงออกมีหลายปัจจัย แต่ประเด็นสำคัญมาจากลักษณะนิสัยของตัวเด็กเอง หากเด็กมีความเชื่อมั่นในตัวเอง เขาก็จะกล้าทำในสิ่งนั้นๆ หากเป็นไปได้พ่อแม่อย่าไปบังคับลูก เพราะยิ่งบังคับ เด็กก็จะยิ่งถอย ให้ใช้วิธีเชียร์ ชม และให้กำลังใจ หากลูกตัดสินใจไม่ทำในวินาทีสุดท้าย ก็พูดให้กำลังใจว่า ไม่เป็นไร โดยไม่ต้องตีหรือต่อว่า แต่เหนืออื่นใดต้องถามลูกด้วยว่า เขาอยากทำในสิ่งที่พ่อแม่อยากให้ทำหรือเปล่า ถ้าไม่อยากทำอย่าบังคับ
ถ้าพบว่าลูกของเราเป็นเด็กขี้อายอย่างมาก และไม่กล้าแสดงออกต่อหน้าคนเยอะๆ พ่อแม่สามารถช่วยเหลือลูกด้วยการส่งเสริมให้เขาได้ตัดสินใจทำอะไรด้วยตัวเอง เช่น ถามว่าวันนี้ลูกอยากใส่ชุดไหน อยากกินอะไร หากลูกไม่กล้าตัดสินใจก็ต้องพูดโน้มน้าวให้เขากล้าตัดสินใจ อีกทั้งฝึกให้ลูกได้ทำอะไรได้ด้วยตัวเอง เช่น ติดกระดุมเสื้อ หรือผูกเชือกรองเท้าเอง เพื่อฝึกให้ลูกกล้าแสดงออก กล้าแสดงความคิดเห็น เมื่อลูกสามารถทำอะไรได้ด้วยตัวเองให้แสดงความชื่นชมต่อลูกทันที เพื่อให้เขารู้สึกเกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง
หากลูกแสดงท่าทีไม่มั่นใจในเรื่องไหน คุณแม่ค่อยๆ หยิบยกเอาเรื่องนั้นมาค่อยๆ พูดคุยกัน โดยกระตุ้นให้ลูกได้บอก ได้พูดถึงความกังวลในใจของเขา โดยคุณพ่อคุณแม่ควรตั้งใจฟัง ยอมรับในความคิดและความรู้สึกของเขา เช่น ลูกถูกครูดุก็ให้ลูกเล่าระบายว่าทำไมครูจึงดุ และช่วยลูกคิดแก้ไขสถานการณ์ เพื่อไม่ทำให้ลูกโดนครูดุอีกในครั้งหน้า ค่อยๆ ฝึกให้ลูกกล้าแสดงออกตั้งแต่เล็กๆ เพื่อโตขึ้นลูกจะได้โชว์ศักยภาพของเขาได้อย่างเต็มที่ และรู้ว่าเขามีความเก่งมีความสามารถด้านไหน พ่อแม่จะได้ให้การสนับสนุนลูกได้เต็มที่
Ask the Expert
Q. น้าสาวแต่งงานไม่มีลูก วัย 60 กว่าสนิทกันมาก สามีเพิ่งเสียไปได้ 2 ปี กว่า หลังๆ ดูเหมือนแกจะเป็นโรคซึมเศร้า เราอยู่กันคนละบ้าน ดิฉันชวนมาอยู่ด้วยแกก็ไม่ยอม ดิฉันจะไปอยู่กับน้าทุกวันก็ไม่ได้ ได้แต่แวะไปหาช่วงวันศุกร์เสาร์ เราจะช่วยอะไรแกได้บ้างคะ?
A. พญ.ญดา พงษ์กาญจนะ จิตแพทย์ โรงพยาบาลปิยะเวท คุณเป็นคนที่มีความเอื้อเฟื้อนะคะ แม้แต่กับน้าสาวคุณก็คอยห่วงใยดุจบุพการีตัวเอง ผู้สูงวัยส่วนใหญ่จะติดที่ค่ะ ไม่ค่อยชอบอยู่ที่ไหนที่ไม่คุ้นเคย หรือไม่ใช่บ้านตัวเอง เพราะรู้สึกไม่สะดวกสบายทั้งที่บ้านของตัวเองไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ และไม่มีคนคอยดูแล หลายคนญาติหวังดีพาไปอยู่ด้วย สักพักก็ต้องพากลับเพราะคนไข้เฉาลง ดังนั้นกรณีน้าสาวคุณก็คงต้องตามใจท่านว่า ท่านอยากอยู่ที่ไหน แล้วคุณก็ใช้การแวะไปเยี่ยมบ่อยๆ อย่างที่ทำอยู่หรืออาจฝากคนข้างบ้านน้าสาวคอยช่วยดูเอาไว้ด้วย และหากน้าสาวมีอาการซึมเศร้าควรพาไปรักษากับจิตแพทย์ค่ะ
He Said / She Said
กวางนักดนตรี
“ผมชอบผู้หญิงที่ชอบเซอร์ไพรส์ตลอดเวลา ผมว่าเธอเป็นคนที่สนใจกับคนรอบข้าง ดูมีเสน่ห์ และมันทำให้มองลึกไปได้ถึงจิตใจของเธอ อย่างน้อยเธอก็ให้ความสำคัญกับคนอื่นด้วยนะครับ”
อั้มพนักงานบริษัท
“ชอบหนุ่มๆ ที่เข้าใจโลกของผู้หญิง ผู้หญิงมีหลากอารมณ์ก็จริงอยู่ แต่จะมีรักแค่หนุ่มคนเดียว อยากให้หนุ่มๆ เข้าใจ เลยชอบหนุ่มที่มีความเป็นผู้ใหญ่กว่าเราค่ะ”
Quote
“ถ้าคุณตั้งใจจะทำอะไร แล้วก็ทุ่มเททำลงไปอย่างเต็มที่แล้ว แต่มันกลับไม่ออกมาอย่างที่หวังไว้ อย่าเพิ่งตกใจ ลองปรับเปลี่ยนมุมมอง และวิธีการใหม่สักนิดหน่อย แค่ไม่ยึดติด แล้วการเปลี่ยนแปลงบางอย่างสักเล็กน้อย ไม่แน่ว่าเราอาจจะเห็นอนาคตที่สดใสขึ้นก็ได้”
ฮัลลี่ แบร์รี่ นักแสดงฮอลลีวู้ด







