posttoday
ชื่นมื่นสัมพันธ์ 20 ปี สื่อไทย-เวียดนาม

ชื่นมื่นสัมพันธ์ 20 ปี สื่อไทย-เวียดนาม

21 ตุลาคม 2556

สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยกับสมาคมนักหนังสือพิมพ์เวียดนาม ฉลองความสัมพันธ์สื่อสองประเทศที่เวียนมาบรรจบครบ 20 ปี อย่างชื่นมื่น

โดย...สมาน สุดโต ที่ปรึกษาสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย / ภาพ สมาน สุดโต

สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยกับสมาคมนักหนังสือพิมพ์เวียดนาม ฉลองความสัมพันธ์สื่อสองประเทศที่เวียนมาบรรจบครบ 20 ปี อย่างชื่นมื่น เมื่อผู้แทนทั้งสององค์กรต่างชื่นชมที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีตลอดมา

จากการที่สมาคมนักหนังสือพิมพ์เวียดนาม (VJA) ได้เชิญสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (CTJ) ให้ส่งผู้แทนไปเฉลิมฉลองที่สื่อสองประเทศมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาครบ 20 ปี ที่กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 2427 ส.ค. 2556 โดยมี บัณฑิต รัชต์วัฒนธานินทร์ ที่ปรึกษาสมาพันธ์ฯ เป็นหัวหน้าคณะแทน วิชัย วราพล ประธานสมาพันธ์ฯ ที่ไปไม่ได้เพราะปัญหาสุขภาพ

การเดินทางครั้งนี้ที่ประชุมกรรมการสมาพันธ์เห็นชอบให้คณะกรรมการที่ปรึกษาและกรรมการสมาพันธ์ 17 คน เชิญนางสาวไทยปี พ.ศ. 2555 (ปริศนา กัมพูสิริ) และรอง 2 คน (ปุณณิศา ศิริสังข์ กับ ณัฐอร โสภณ) และทีมงานอีก 2 คน รวม 22 ชีวิต ร่วมคณะด้วย

ชื่นมื่นสัมพันธ์ 20 ปี สื่อไทย-เวียดนาม

ฉลอง 20 ปี สัมพันธ์ชื่นมื่น

วันที่ 25 ก.ย. 2556 สื่อมวลชนไทยและเวียดนามได้สร้างประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่ง เมื่อทั้งสองร่วมฉลองความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาตลอดเวลา 20 ปี ที่ห้องบอลรูม โรงแรมเมเลีย ในกรุงฮานอย ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจากไทยและเวียดนาม อาทิ อนุสนธิ์ ชินวรรโณ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงฮานอย บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ผู้บริหารสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งเวียดนาม รวมทั้ง พันกวาง (Phan Quang) อดีตนายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์เวียดนาม อดีตรองประธานกรรมาธิการนโยบายต่างประเทศรัฐสภาเวียดนาม

Thuan Huu นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์เวียดนาม ซึ่งมีตำแหน่งเป็นกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งเวียดนาม สมาชิกรัฐสภา บรรณาธิการอำนวยการหนังสือพิมพ์เหงินเซิน (Nhan Dan) ได้สรุปความเป็นมาของสมาคมนักหนังสือพิมพ์เวียดนาม ว่า ตั้งมา 63 ปีแล้ว หรือเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2493 ในช่วงที่เวียดนามทำสงครามต่อต้านการยึดครองของฝรั่งเศส ผ่านการประชุมใหญ่มา 9 สมัย ผลงานดีมีความสำเร็จตามเป้าหมาย สมาชิกสมาคมทั่วประเทศมีความสามัคคีกันดีและได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับนานาประเทศอีกด้วย แต่ให้ความสำคัญสูงสุดแก่ประเทศอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย

ปัจจุบันสมาชิกสมาคมมีประมาณ 2 หมื่นคน ที่สังกัดองค์กรสื่อมวลชน ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ กว่า 800 องค์กรทั่วประเทศ

“ฤดูใบไม้ร่วงที่เวียดนามเมื่อ 20 ปีที่แล้ว สื่อมวลชนไทยเวียดนาม สร้างประวัติศาสตร์สื่อสองประเทศ เมื่อสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยและสมาคมนักหนังสือพิมพ์เวียดนามลงนามสร้างสัมพันธ์ร่วมกัน จากนั้นแต่ละปีมีการแลกเปลี่ยนการเยี่ยมเยียน แนะนำสังคมและวัฒนธรรมของกันและกัน เป็นการพัฒนาความสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่อง 20 ปีนั้นมีความหมายมาก เพราะองค์กรสองประเทศทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและประกันสิทธิการรับรู้ข่าวสารของประชาชนทั้งสองประเทศด้วยดี สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์ไทยยังเป็นองค์กรสำคัญที่ผลักดันให้สมาคมนักหนังสือพิมพ์เวียดนามเข้าเป็นสมาชิกสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์อาเซียน เป็นการสร้างความเข้าใจอันดีของสองประเทศก่อนที่จะเข้าสู่ยุคเออีซี ในปี พ.ศ. 2558”

ชื่นมื่นสัมพันธ์ 20 ปี สื่อไทย-เวียดนาม

ตัวอย่างความร่วมมือ

สุนทรพจน์ของ อนุสนธิ์ ชินวรรโณ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงฮานอย ในฐานะแขกผู้ทรงเกียรติในที่ประชุม นอกจากกล่าวแสดงความยินดีที่สื่อมวลชนสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันแล้ว ได้กล่าวต่อว่า ประเทศไทยและเวียดนามส่งเสริมมิตรภาพทุกระดับ และมิตรภาพนี้ก้าวขึ้นสู่ความสำคัญยิ่งอีกวาระหนึ่งเมื่อ เหวียนฝูจ่อง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25-27 มิ.ย. 2556

ในครั้งนั้น นายกรัฐมนตรีไทย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ประกาศเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ โดยสองฝ่ายจะร่วมมือกันทางด้านพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในภูมิภาค เป็นการเชื่อมโยงประชาชนให้เกื้อหนุนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

“ส่วนความร่วมมือระหว่างสมาคมนักหนังสือพิมพ์เวียดนามกับสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยนั้น เป็นตัวอย่างความร่วมมือระหว่างไทยกับเวียดนามเป็นอย่างดี การแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ของสององค์กรสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ เพราะในสังคมโลกปัจจุบันเป็นยุคโกลบอลไลเซชั่น และในปี 2015 อาเซียน 10 ประเทศจะเป็นหนึ่งเดียวกัน สื่อมวลชนจึงมีบทบาทสำคัญยิ่งในการสร้างความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรมเพราะมีหลายสิ่งที่อาเซียนต้องเรียนรู้และร่วมมือกัน การส่งเสริมความเข้าใจด้านศิลปวัฒนธรรมและค่านิยมทางการเมืองร่วมกันจะทำให้บรรลุเป้าหมายปี 2015 ได้สำเร็จ”

ชื่นมื่นสัมพันธ์ 20 ปี สื่อไทย-เวียดนาม

 

ประธานบัณฑิต

บัณฑิต รัชต์วัฒนธานินทร์ อดีตบรรณาธิการ นสพ.บางกอกโพสต์ หัวหน้าคณะสื่อมวลชนไทยที่เดินทางไปในนามประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวสุนทรพจน์ในฐานะผู้ผลักดันให้สื่อสองประเทศลงนามร่วมกันเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมาว่า ความคิดริเริ่มที่จะให้สองประเทศลงนามสานสัมพันธ์ต่อกันก็เพื่อสร้างความสามัคคีของสื่อมวลชนและเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีของประชาชนสองประเทศผ่านสื่อมวลชน เพราะสื่อมวลชนมีบทบาทในการเข้าถึงประชาชนที่สำคัญมาก

หลังจากลงนามกันแล้ว สื่อมวลชนไทยเยือนเวียดนามได้นำเรื่องและสิ่งดีๆ ไปเขียน เช่นเดียวกันกับสื่อเวียดนามเยือนไทยก็นำเรื่องประทับใจล้วนแต่เป็นสิ่งดีๆ ในเมืองไทยมาเสนอให้ประชาชนคนในเวียดนามได้รับรู้เช่นกัน

บัณฑิต บอกว่า การเป็นเจ้าภาพเชิญสื่อเวียดนามเยือนไทยนั้น ตัวเขาเคยเป็นเจ้าภาพต้อนรับสื่อเวียดนามตลอดเป็นเวลาหลายครั้งหลายหนด้วยความเต็มใจ บ้านของบัณฑิตที่หลักสอง กทม. จึงเป็นที่รู้จักของสื่อเวียดนามเป็นอย่างดี

ผู้ลงนามฝ่ายเวียดนามเมื่อ 20 ปีที่แล้ว คือ พล.ต.เจิ่น กง เมิน ขณะนั้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการสมาคม ฝ่ายไทยคือบัณฑิต ในฐานะประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

ชื่นมื่นสัมพันธ์ 20 ปี สื่อไทย-เวียดนาม

 

ความสัมพันธ์สื่อสองชาติแก้ปัญหาต่างๆ ได้

ต่อมา พัน กวาง อดีตนายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์เวียดนาม กล่าวว่า หลังจากสื่อสองประเทศลงนามกันแล้ว VJA ได้เป็นสมาชิกและกรรมการสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์อาเซียน และต่อมาได้รับการรับเลือกให้มีตำแหน่งบริหาร โดยเป็นรองประธานองค์กรสื่อระหว่างประเทศ

พัน กวาง กล่าวต่อว่า การที่สองประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันทำให้แก้ปัญหาในอาเซียนได้ เพราะในหลายทศวรรษที่ผ่านมา ความสัมพันธ์เวียดนามกับสหรัฐอเมริกาไม่ดี จึงต้องการแก้ไข

สมาคมสื่อมวลชนเวียดนามเชิญบัณฑิตและสื่อจากอาเซียนมาเยือนเวียดนาม เป็นก้าวแรกในเรื่องความสัมพันธ์สื่อเวียดนามกับอาเซียน หลังจากนั้นสมาคมสื่อเวียดนามได้เยือนมาเลเซีย จากการพบปะกันได้แสดงเจตจำนงร่วมกันในสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์อาเซียน

เมื่อ 11/7/1995 ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ประกาศให้ความสัมพันธ์ของสหรัฐกับเวียดนามเป็นปกติ

เมื่อ พัน กวาง นำคณะสื่อมวลชนไปประชุมกับสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์อาเซียนที่กรุงมนิลาได้เข้าเยี่ยมคารวะประธานาธิบดีแห่งฟิลิปปินส์ คำปราศรัยของพัน กวาง ในที่ประชุมสมาพันธ์หนังสือพิมพ์อาเซียนได้รับการชื่นชมจากที่ประชุม จนกระทั่งหนังสือพิมพ์ News Week นำไปขึ้นปก

เมื่อนำคณะมาประชุมรัฐสภาสากลที่กรุงเทพฯ ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งได้เข้าเยี่ยมคารวะชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ในครั้งนั้น

พัน กวาง ยังกล่าวชื่นชมบัณฑิตอีกหลายเรื่อง เพราะบัณฑิตมีคุณูปการ มีบทบาทสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อเวียดนามและไทยตลอด

พัน กวาง ในวัย 80 ปี กล่าวต่อไปว่า การประชุมใหญ่สมาคมนักหนังสือพิมพ์เวียดนามครั้งหนึ่งนั้นมีสื่อมวลชนหลายทวีปมาร่วมประชุม สมาคมนักหนังสือพิมพ์เวียดนาม จึงได้ใช้โอกาสอันสำคัญนั้นมอบเหรียญอันเป็นเครื่องอิสริยาภรณ์ของรัฐ ให้บัณฑิตในฐานะที่รับภาระหน้าที่ด้านสื่อมวลชนที่ควรยกย่อง

วันนั้นสมาคมนักหนังสือพิมพ์เวียดนาม surprise ที่ประชุมโดยเชิญ นายพลโว เหวียน ยับ วีรบุรุษของเวียดนาม และเหงียน ธิ บินห์ มาร่วมเป็นเกียรติในวันนั้นด้วย

พัน กวาง เล่าถึงน้ำใจของบัณฑิตว่า ในการประชุมใหญ่สมาคมนักข่าวเวียดนามครั้งที่ 6 ที่ประชุมเห็นชอบให้ใช้โลโก้ของสมาคม VJA ซึ่งเป็นเหรียญขนาดเล็กบรรจุชื่อของสมาคม แต่เวียดนามในสมัยนั้นหาช่างทำเหรียญดังกล่าวได้ยากมาก บัณฑิตทราบจึงรับอาสาไปทำมา 1,000 ชิ้น มอบให้สมาคมโดยไม่ได้คิดมูลค่า พร้อมสั่งทำเหรียญพิเศษเป็นทองคำมอบให้แก่ตนในการประชุมใหญ่ด้วย

เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีที่บัณฑิตมีต่อตัวพัน กวาง และต่อสื่อมวลชนเวียดนาม จึงมอบภาพปก News Week และของที่ระลึกอีกหลายชิ้นให้กับบัณฑิตท่ามกลางเสียงปรบมือเป็นระยะๆ

ชื่นมื่นสัมพันธ์ 20 ปี สื่อไทย-เวียดนาม

 

คนสำคัญในการสรรค์สร้างสัมพันธ์

ดำฤทธิ์ วิริยะกุล ที่ปรึกษาสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า ต้องขอบคุณบุคคลสำคัญในวงการสื่อมวลชนที่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีครั้งนี้คือ ฟาม กว็ก ต่วน (Pham Quoc Toan) อุปนายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์เวียดนาม พัน กวาง อดีตนายกสมาคมฯ จากเวียดนาม และบัณฑิต รัชต์วัฒนธานินทร์ อดีตประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์เวียดนาม จากประเทศไทย เพราะเป็นผู้สร้างสรรค์สมาคมสองประเทศให้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

นับแต่ ปี 2004 สื่อมวลชนสองประเทศแลกเปลี่ยนการเยี่ยมเยือนกันเสมอ รวมทั้งสมาคมสื่อมวลชนท้องถิ่นของทั้งสองประเทศ ก็ไปมาหาสู่กันรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 20 คณะ และแลกเปลี่ยนการเยี่ยมเยียนกันสองคณะแต่ละปีเป็นอย่างน้อย นอกจากนั้นยังเคยเชิญนักข่าวสายหุ้นมาพูดเรื่องตลาดทุนไทยให้สื่อมวลชนและผู้สนใจเวียดนามฟังด้วย

ดำฤทธิ์ ได้บอกกับที่ประชุมถึงเรื่องการเชิญนางสาวไทยและรองสองคนมาร่วมงานฉลอง 20 ปี สื่อมวลชนไทย-เวียดนาม ว่าเพื่อต้องการส่งเสริมด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของสองประเทศ เพราะนางสาวไทยคือทูตทางวัฒนธรรม ทั้งนี้ทีมงานได้ถ่ายทีวีเพื่อนำเสนอในประเทศไทยด้วย

ฟาม กว็ก ต่วน อุปนายกสมาคมนักข่าวเวียดนาม ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์สื่อสองประเทศว่าพัฒนามาในทางที่ดีตลอด พร้อมกับบอกว่าบ้านบัณฑิตนั้นสื่อมวลชนเวียดนามหลายคนรู้จักคุ้นเคยเพราะบัณฑิตต้อนรับสื่อมวลชนที่บ้านจนนับครั้งไม่ถ้วน

การฉลอง 20 ปี หนนี้ จะเป็นสัญญาณว่าสื่อมวลชนสองประเทศจะมีความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนตลอดไป

กระทรวงข่าวสารคุมสื่อทุกประเภท

เหวียน บัก ซอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงข่าวสารและคมนาคม ใช้เวลา 1 ชั่วโมง สนทนาแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับสื่อมวลชนไทย ที่ห้องประชุมของกระทรวงเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 ก.ย. 2556

รมว.ข่าวสารฯ ได้พูดว่า ได้ยินชื่อบัณฑิตในฐานะสื่อมวลชนไทยตลอดมา เพราะคนเวียดนามรู้จักดีในฐานะที่บัณฑิตมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้สมาคมนักหนังสือพิมพ์เวียดนามเข้าเป็นสมาชิกสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์ ASEAN จากนั้นสมาคมนักข่าวเวียดนามก็ได้เข้าไปมีบทบาทในการบริหารในสมาพันธ์โดยได้รับเลือกเป็นอนุกรรมการด้านต่างๆ ตลอดมาถึงปัจจุบัน

เหวียน บัก ซอน แนะนำกระทรวงว่า เป็นองค์กรที่คุมสื่อสารมวลชนทุกประเภท ทั้งหนังสือพิมพ์ ธุรกิจการพิมพ์ การไปรษณีย์ การโทรคมนาคม อุตสาหกรรมการสื่อสาร ปัจจุบันคุมหนังสือพิมพ์ทั้งหมด 815 ฉบับ ในจำนวนนั้นเป็นสื่อส่วนกลาง 85 ฉบับ วารสาร 490 ฉบับ วารสารท้องถิ่น 113 ฉบับ และ 1,110 ข่าว Online www 382 เว็บไซต์ และมีนักข่าวที่ทำงานในสื่อหนังสือพิมพ์ 2 หมื่นคนทั่วประเทศ

โทรทัศน์ส่วนกลางมี 2 สถานี รับชมได้ 172 ช่องทั่วประเทศ โทรทัศน์จากต่างประเทศที่รับได้ในเวียดนามมีประมาณ 75 ช่อง และที่ให้ความสนใจเป็นพิเศษคือการรับข่าวสารจากเมืองไทยโดยเฉพาะเมื่อนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เยือนเวียดนาม และเหวียน ฝู จ่อง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเยือนไทย เป็นสัญญาณว่าสองประเทศจะยกระดับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม

วัดใหญ่ที่สุดใน Asean

วันที่ 26 ก.ย. 2556 สมาคมนักหนังสือพิมพ์เวียดนาม นำคณะสื่อมวลชนออกต่างจังหวัดจุดมุ่งหมายอยู่ที่วัดมหายานที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามหรือในอาเซียน คือ วัดไปดิงห์ จังหวัดนินห์บินห์ อยู่ห่างจากฮานอยไปทางทิศเหนือ 90 กิโลเมตร เมื่อไปถึงก็แทบไม่เชื่อสายตาว่านายทุนชาวเวียดนามจะศรัทธาสร้างวัดใหญ่โตมโหฬารบนเนื้อที่หลายพันไร่ สิ่งก่อสร้างมีวิหารใหญ่และเจดีย์ หรือถะใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ถ้ากะระยะทางที่พวกเราเดินขึ้นมาเรื่อยๆ คาดว่าประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ ตลอดเส้นทางได้ไหว้พระตลอด

พระในวิหารคด เป็นพระอรหันต์ประดิษฐานด้านละ 250 องค์ ทั้งสองด้านรวมพระอรหันต์ 500 องค์ พระอรหันต์แต่ละองค์เป็นแบบจีน น้ำหนักแต่ละองค์คะเนว่าไม่ต่ำกว่า 1 ตัน แกะสลักจากหินทรายทั้งแท่งด้วยฝีมือประณีต ซึ่งไม่ทราบว่าใช้เวลาสร้างกี่ปี จึงแล้วเสร็จ

วัดนี้สร้างมาได้ 10 ปีเศษ เป็นศูนย์กลางศรัทธาและแหล่งท่องเที่ยวเป็นการยืนยันว่าคอมมิวนิสต์ไม่ได้ทิ้งวัฒนธรรมดั้งเดิม

การฉลอง 20 ปี สัมพันธ์สื่อมวลชนไทย-เวียดนาม จบลงด้วยการไหว้พระทำบุญเพื่อเสริมสร้างบารมี โดยมีคำชื่นชมจากสองฝ่ายเป็นพรอันประเสริฐที่ฝังใจไม่รู้ลืม

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย