posttoday
เวลาหมุนช้าที่ฮาดง

เวลาหมุนช้าที่ฮาดง

19 ตุลาคม 2556

ราว 8 โมงเช้า ในเมืองฮาดง บรรยากาศที่นี่ยังคงเงียบสงัด มีเพียงรถไม่กี่คันที่เคลื่อนอยู่บนท้องถนน

ราว 8 โมงเช้า ในเมืองฮาดง บรรยากาศที่นี่ยังคงเงียบสงัด มีเพียงรถไม่กี่คันที่เคลื่อนอยู่บนท้องถนน ผู้คนส่วนหนึ่งเริ่มทยอยเดินทางออกจากบ้านไปทำงานอย่างไม่รีบเร่ง บางคนทำไร่ชา บางคนเป็นเจ้าของสวนสาลี่ บางคนทำประมงชายฝั่ง ซึ่งล้วนแล้วเป็นอาชีพดั้งเดิมที่อาจจะมีรายได้ไม่สูงมาก แต่ก็มากพอที่จะทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างสบายๆ ในเมืองที่ยังคงมีค่าครองชีพต่ำอย่างฮาดง เวลาของฮาดงจึงดูเหมือนเดินช้ากว่าที่อื่นๆ

ด้วยความที่ฮาดงไม่ได้เป็นหนึ่งในเป้าหมายของการพัฒนาเศรษฐกิจ ในสมัยการปฏิวัติอุตสาหกรรม ดังนั้นความเจริญทางด้านวัตถุต่างๆ จึงไม่ได้เข้ามามีส่วนเปลี่ยนแปลงสังคมในเมืองฮาดง ผู้คนที่นี่จึงมีชีวิตเรียบง่ายและพอเพียง ท่ามกลางธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และการเกษตรที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูง จึงสร้างรายได้เป็นอย่างดีให้กับชาวฮาดง

วิถีชีวิตแบบนี้นับวันมีให้เห็นได้น้อยเต็มทีในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งส่วนใหญ่จะยังคงพบเห็นได้ในจังหวัดทางตอนใต้ มากกว่าจังหวัดทางตอนเหนือ ที่มีการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมมาก่อน ด้วยเหตุนี้เมืองฮาดงจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเมือง Cittaslow หรือ Slow City ของโลก ซึ่งสนับสนุนให้ผู้คนใช้ชีวิตช้าลงอย่างมีคุณค่า เพื่อรักษาวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมเอาไว้

เวลาหมุนช้าที่ฮาดง

 

Cittaslow มีจุดกำเนิดขึ้นในประเทศอิตาลี ในปี 1986 จากแนวคิดของนาย Carlo Pettrini ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Slow Food ซึ่งสนับสนุนให้ผู้คนรับประทานอาหารให้ช้าลง เพื่อตระหนักถึงคุณค่าทางโภชนาการ มากกว่านิยมบริโภคอาหารฟาสต์ฟู้ด ต่อมาได้ขยายผลไปสู่การจัดตั้งกลุ่ม Slow Travel ขึ้น เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างไม่รีบเร่ง เพื่อทำให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ จนกระทั่งในที่สุดนำไปสู่การจัดตั้งองค์กร Cittaslow ขึ้น เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายและขยายแนวคิดนี้ไปยังเมืองอื่นๆ ทั่วโลก ซึ่งฮาดงถือเป็นเมืองแรกสุดในทวีปเอเชียที่ได้รับการแต่งตั้ง

วิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวฮาดง ส่วนหนึ่งมาจากวิถีปฏิบัติในศาสนาพุทธ ซึ่งเป็นศาสนาที่ชาวฮาดงจำนวนไม่น้อยยังคงนับถือมาตั้งแต่บรรพบุรุษ โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่วัดซังเก (Ssanggyesa Temple) วัดนี้มีความเก่าแก่นับพันปี สร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรชิลลา โดยพระสงฆ์ชาวเกาหลีที่เดินทางกลับจากการศึกษาพระธรรมในประเทศจีนและอินเดีย ซึ่งได้อัญเชิญพระสรีรธาตุ 3 ส่วนของพระศากยมุนีมาประดิษฐานไว้ภายในเจดีย์ 9 ชั้น นอกจากนั้นยังมีการนำเอาเมล็ดพันธุ์ชาจากประเทศจีนมาปลูกไว้ภายในพื้นที่รอบๆ บริเวณวัด ซึ่งเป็นสถานที่แรกสุดที่มีการปลูกชาในประเทศเกาหลีใต้

เวลาหมุนช้าที่ฮาดง

 

วัดซังเกตั้งอยู่ในหมู่บ้านอักยาง (Agyang) ซึ่งภายหลังต่อมา ชาได้กลายเป็นอีกหนึ่งสินค้าเกษตรเลื่องชื่อของเมืองนี้ ว่ากันว่าชาจากที่นี่มีรสชาติแปลกและแตกต่างจากชาในเมืองอื่นๆ เพราะเป็นชาป่าพันธุ์ดั้งเดิม ไร่ชาที่นี่จึงอาจไม่สวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะต้องการให้ชาสามารถเติบโตใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด ว่ากันว่าในอดีตชาจากหมู่บ้านนี้เป็นที่ชื่นชอบของกษัตริย์ทุกยุคทุกสมัย จนได้รับสมญานามว่า King’s Tea

ที่หมู่บ้านอักยาง เราได้รับเชิญให้ไปเยี่ยมชมไร่ชาของคุณลุงท่านหนึ่งที่มาช่วยเป็นอาสาสมัครไกด์ท่องถิ่นให้กับโลก 360 องศา คุณลุงเล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันอายุ 79 ปี วางแผนจะกลับมาทำไร่ชาตั้งแต่ก่อนเกษียณ โดยเลือกที่จะกลับมาทำที่นี่ เพราะเป็นเมืองที่เงียบสงบ มีอากาศดี มีทั้งทะเล ภูเขา และแม่น้ำ ซึ่งบรรยากาศแบบนี้หาได้ยากแล้วในประเทศเกาหลีใต้ สอดคล้องกับการสำรวจล่าสุดพบว่า ปัจจุบันชาวเกาหลีใต้มีแนวโน้มอพยพกลับสู่ชนบทมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยมีเหตุผลหลัก คือ ถึงแม้ว่าการใช้ชีวิตในเมืองที่มีความทันสมัย สะดวกสบาย และปลอดภัยเพียงใด ก็ยังคงตกอยู่ในสภาวะความเครียด อันเนื่องมาจากรูปแบบวิถีชีวิตที่เร่งรีบอยู่ตลอดเวลา

แนวคิด Cittaslow หรือ Slow City นั้น ไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวคนไทยเลย เพราะยังมีให้เห็นอยู่มากมายตามต่างจังหวัด ซึ่งเราอาจมองไม่เห็นถึงคุณค่า หรืออาจมองเห็นเป็นสถานที่ที่การพัฒนาเข้าไม่ถึง

แต่จากตัวอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศที่พัฒนาไปไกลกว่าเรามากนั้น สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาทางวัตถุ อาจไม่ใช่สิ่งที่สนองความต้องการมนุษย์เสมอไป แต่ธรรมชาติต่างหากคือสิ่งที่ลึกๆ แล้วมนุษย์ยังคงโหยหาและต้องการพึ่งพา

เวลาหมุนช้าที่ฮาดง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท