
คนรักรถ
โดย...ปู โลกเบี้ยว
โดย...ปู โลกเบี้ยว
รถยนต์กลายเป็นปัจจัยสำคัญของคนเราไปเสียแล้ว สมัยนี้ใครๆ ก็สามารถเป็นเจ้าของได้ไม่ยากเลย สารพัดโปรโมชั่นที่แย่งกันมอบให้ลูกค้าได้เป็นหนี้กันถ้วนหน้า ขับได้เลยไม่ต้องดาวน์งี้ ไหนจะรถคันแรกคืนภาษีอีกล่ะ เมื่อได้มาครอบครองเป็นใครก็ต้องรักต้องหวงเป็นธรรมดา ชิมิ ก็แหม! อะนะรถยนต์นะยะ ไม่ใช่บาทสองบาท ถ้ายิ่งแพงยิ่งหรูด้วยแล้วล่ะก็ ต้องการดูแลรักษามากเป็นพิเศษหน่อย บางคนรักรถยนต์ยิ่งกว่าแฟนอีกนะ จนบางครั้งไอ้เรื่องของรถยนต์เนี่ยกลายเป็นปัญหาครอบครัวก็ยังมีเลยนะ เพราะคนน้อยใจรถไง มีรอยนิดรอยหน่อยนี่ไม่ได้เชียว ประสาทกินทันที ล้างเช้าเช็ดเย็นงิ
อย่างปูก็ชอบที่จะล้างรถเองนะเพราะจะได้เห็นร่องรอยที่ไปโดนอะไรมาไง อีกอย่างประหยัดสตางค์ด้วย แต่บางคนก็ไม่ใส่ใจเพราะเห็นว่ารถเอาไว้ใช้งาน ต้องสมบุกสมบันถึงจะคุ้มกับเงินที่ซื้อมา เราจึงเห็นทั้งรถที่เลอะเทอะ และพวกรถที่สวยสะอาดเงาวับตลอดเวลา ถ้าไม่ใส่ใจดูแลรักษารถ ต่อให้รถเพิ่งออกมาใหม่ๆ ยังไงก็ดูโทรมได้ ในขณะเดียวกันถ้าดูแลรักษาตลอดเวลาแม้จะเป็นรถเก่าๆ ก็ยังดูใหม่สดใสได้เสมอ แต่ถ้าต้องล้างต้องขัดทุกวันบางคนก็คงไม่ไหวเหมือนกันนะ เพื่อนๆ บางคนก็ใช้บริการเคลือบแก้ว ปูเลยตามกระแสกับเค้าบ้าง เออ! เฮ้ยมันช่วยได้เยอะเลยแฮะเวลาที่เจอรอยขูดขีด รอยแมวข่วน มันทำให้เราไม่ต้องบ้าอีกแล้ว เพราะเมื่อเคลือบแก้วแล้วเวลาที่มีรอยมันก็สามารถขจัดรอยด้วยการขัดๆ และขัด เท่านี้ก็หายแล้ว พวกสารพัดรอยเนี่ยถ้าทำเองยังพอรับได้บ้าง แต่ไอ้ปัจจัยจากภายนอก และเหนือการควบคุมเนี่ยน่ะสิ มันเจ็บกระดองใจจี๊ดๆ เลยล่ะ
นี่ก็เพิ่งจะเจอพวกเห็นแก่ตัวมักง่ายมา เป็นรอยข่วนยาวเชียว จากรถเข็นในซูเปอร์มาเก็ตน่ะสิ เข็นของแล้วไม่ระวังรถชาวบ้านเขาหรอก ถือว่าไม่ใช่รถของตัวเองไง แถไปเรื่อยโดนรถใครบ้างก็ไม่รู้ไม่สน บางทีก็ทิ้งรถเข็นให้เกะกะขวางทางซะงั้นแหละ ไม่เข้าใจว่าไอ้การที่จะช่วยเข็นรถที่ใช้เสร็จแล้วให้หลบหรือแอบๆ ไว้ข้างทางหรือริมเสาเนี่ยมันเสียเวลามากหรือไงนะ แล้วไอ้พวกที่ชอบเปิดประตูรถแล้วไม่ระวังกระแทกโดนรถชาวบ้านเขาอีก มันน่านักเชียว อันนี้บุบเคลือบอะไรก็คงไม่รอดอะนะ พวกนี้จับไม่ค่อยได้ไล่ไม่ค่อยทันเพราะส่วนใหญ่เราก็ไม่ค่อยได้อยู่ตอนเค้าเปิดมาโดนรถเราใช่มั้ย กลับบ้านโน่นถึงได้เห็นว่ามันบุบ แต่มีอยู่วันหนึ่งถ่ายละครเสร็จเร็ว ยังไม่ถึงเวลาทำงานวิทยุต่อ ปูเลยนอนพักในรถของตัวเองเพื่อรอเวลาจัดรายการวิทยุตอนสี่ทุ่มถึงเที่ยงคืน ด้วยเห็นว่ายังพอมีเวลาได้พักสักนิด แต่นอนอยู่เบาะหลังรถ กำลังเคลิ้มๆ เชียว ต้องสะดุ้งเพราะแรงกระแทกของประตูรถที่จอดอยู่ข้างๆ กระแทกเข้าอย่างจัง ตกใจลุกขึ้นมา ภาพที่เห็นคือไอ้เจ้าของรถข้างๆ พูดโทรศัพท์ไปด้วยเปิดประตูไม่สนใจรถข้างๆ แล้วก็ขึ้นรถขับรถออกไปเฉยเลย เฮ้ย! คุณมรึงงยังไงเนี่ย ขอโทษสักคำก็ไม่มี มองหน้าแล้วขับไปเลยอะ ดูมันดิ อยากจะแช่งให้มันไปโดนคนอื่นเค้าทำกับตัวบ้างจัง แต่ก็ได้แต่ถอนใจและทำใจ เพราะยังคงมีคนพรรค์นี้อีกมาก เฮ้อ!...
แล้วไอ้พวกแมงกะไซค์อีก ปาดซ้ายปาดขวา ปูเคยโดนวัยรุ่นปาดโดนกระจกมองข้างซะหลุดกระเด็นเชียว โมโหสิคร้าาาาา ตามจิกแล้วปาดกลับทันทีดีว่าทันนะ เขาบอกรถของพี่สาวแต่ตัวเองยังเรียนอยู่ไม่มีเงิน ปูเลยให้คุยกับประกัน แต่บางทีรถติดอยู่อะจะไปตามจิกมันได้ไงล่ะ มันไปโน่นแล้วอะ บางทีพวกรถวินอ่ะซิกแซกเก่งแต่ไอ้ผู้โดยสารน่ะซิหุบเข่าไม่เป็นหรือไม่ก็แบกของซะเยอะเชียว ปูเคยนั่งรอรถติดเพลินๆ อยู่สะดุ้งเลยอะ ได้ยินเสียงโป๊กกระจกมองข้างหงายเงิบ ก็ซิ้มเล่นแบกของพะรุงพะรังขึ้นรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ของแกระรถทุกคันที่จอดติดไฟแดงอยู่ไปตลอดทางเลยน่ะสิ ดีนะที่ของนั้นคงเป็นพลาสติกไม่ใช่ของแข็ง ไม่งั้นกระจกคงแตกหรือไม่ก็หลุดไปแล้วล่ะ :(







