
งานหนักที่รออยู่ของทัพทรีไลออนล์
อาจจะต้องลุ้นเหนื่อยอยู่บ้าง แต่ในที่สุดทีมขวัญใจมหาชนอย่างอังกฤษก็สามารถคว้าตั๋วไปลุยฟุตบอลโลก 2014 ได้สำเร็จในนัดสุดท้ายของรอบคัดเลือก
โดย...จาด้า
อาจจะต้องลุ้นเหนื่อยอยู่บ้าง แต่ในที่สุดทีมขวัญใจมหาชนอย่างอังกฤษก็สามารถคว้าตั๋วไปลุยฟุตบอลโลก 2014 ได้สำเร็จในนัดสุดท้ายของรอบคัดเลือก
พลพรรค “สิงโตคำราม” เปิดสนามเวมบลีย์คว้าชัยเหนือ โปแลนด์ 20 จากประตูของ เวย์น รูนีย์ ในนาทีที่ 41 และ สตีเวน เจอร์ราร์ด ช่วงท้ายเกม เมื่อคืนวันที่ 15 ต.ค. ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาจบด้วยการเป็นแชมป์ของกลุ่มเอช และได้ผ่านเข้าไปเล่นในเวิลด์คัพรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 14
รูนีย์ หัวหอกจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยว่า รู้สึกปลื้มที่มีส่วนช่วยให้ทีมชาติอังกฤษได้ไปโชว์ฝีเท้าที่แดนแซมบ้าในปีหน้า และตั้งเป้าที่จะแก้ตัวหลังเคยโชว์ฟอร์มได้น่าผิดหวังในศึกเวิลด์คัพ 2010 ที่แอฟริกาใต้ ส่วน เจอร์ราร์ด ซึ่งติดธงเป็นนัดที่ 107 ก็กล่าวเสริมว่า เขาอยากเห็นทีมลงเล่นโดยที่ไม่กดดันตัวเองมากเกินไป และหวังว่าจะสร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลด้วย
“มันเป็นการควอลิฟายที่ดีสำหรับผม แต่เป้าหมายก็คือการผ่านเข้ารอบให้ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากกว่า เราจะพยายามทำผลงานให้ดีที่นั่น เพราะมันคือฟุตบอลโลก ผมไม่สนหรอกว่ามันจะจัดขึ้นที่ประเทศไหน ผมก็แค่อยากจะไปลงเล่น” รูนีย์ ซึ่งทำไปแล้ว 38 ประตูให้อังกฤษ กล่าว
ขณะที่ สเปน ก็ต้องรอลุ้นจนถึงนัดสุดท้ายกว่าจะคว้าตั๋วไปป้องกันแชมป์ที่บราซิล โดยก่อนแข่งพวกเขาต้องการแค่ผลเสมอ แต่สุดท้ายลูกทีมของ บิเซนเต เดล บอสเก ก็ไม่ทำให้กองเชียร์เจ้าบ้านผิดหวัง เมื่อพิชิต จอร์เจีย 2-0 จาก อัลวาโร เนเกรโด และ ฆวน มาตา ก่อนจะปิดฉากรอบแบ่งกลุ่มด้วยสถิติไม่แพ้ใครเช่นเดียวกับ อังกฤษ เบลเยียม อิตาลี เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์
ฝอยทองตราไก่จอมโหด ลุ้นต่อเพลย์ออฟ
โปรตุเกส ดูเหมือนจะถูกโฉลกกับรอบเพลย์ออฟเป็นพิเศษ เพราะนี่เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันแล้วที่พวกเขาต้องมาเหนื่อยเตะเหย้าเยือนอีก 2 นัด เพื่อชิงตั๋วไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
นอกจากทีมฝอยทองที่มี คริสเตียโน โรนัลโด ซูเปอร์สตาร์ เรอัล มาดริด เป็นตัวชูโรงแล้ว อีก 7 ชาติที่เหลือในรอบเพลย์ออฟจากโซนยุโรปครั้งนี้ถือว่าแข็งแกร่งทั้ง โครเอเชีย สวีเดน โรมาเนีย กรีซ ยูเครน และ “ตราไก่” ฝรั่งเศส อดีตแชมป์โลก 1998 หากไม่นับทีมเล็กๆ อย่างไอซ์แลนด์ ที่โผล่เข้ามาร่วมแจมแบบน่าประหลาดใจ
นอกจากนั้น ก็ยังจะมีเพลย์ออฟของทีมต่างทวีป ระหว่าง อุรุกวัย กับ จอร์แดน เม็กซิโก กับ นิวซีแลนด์ ซึ่งทั้งหมดจะมีคิวเตะกันในเดือน พ.ย. เช่นเดียวกับอีก 4 คู่จากโซนยุโรป
การจบแค่อันดับ 5 ของโซนอเมริกาใต้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังสำหรับ “จอมโหด” อุรุกวัย ซึ่งมี หลุยส์ ซัวเรซ นำทีม แม้ว่านัดสุดท้ายจะเฉือนชนะ อาร์เจนตินา แชมป์กลุ่ม 3-2 แต่ก็ยังไม่พอ
ด้าน เม็กซิโก เสียฟอร์มไม่น้อยเมื่อจบแค่อันดับ 4 ในโซนคอนคาเคฟทั้งที่เป็นเต็งจ๋าว่าจะผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้แบบอัตโนมัติ แต่การบุกไปแพ้ คอสตาริกา แชมป์กลุ่ม 2-1 ก็ทำให้ขุนพลจังโก้ต้องน้ำตาตก เพราะต้องไปเล่นเพลย์ออฟ แต่ดูแล้ว
ขณะที่ เม็กซิโก ก็เป็นอีกทีมที่พลาดโอกาสซิวตั๋วรอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติในโซนคอนคาเคฟ หลังจากที่นัดสุดท้ายบุกไปพ่าย คอสตาริกา ทีมแชมป์กลุ่ม 2-1 แต่ดูจากคู่แข่งเพลย์ออฟแล้ว ขุนพลจังโก้น่าจะผ่านนิวซีแลนด์ได้ไม่ยาก
ก็น่าจะผ่าน นิวซีแลนด์ ได้ไม่ยากเย็น
ประวัติศาสตร์หน้าใหม่
หลังจากที่เคยอกหักแพ้ โปรตุเกส ในการเล่นเพลย์ออฟมา 2 ครั้งก่อนหน้านี้ ในที่สุด บอสเนีย ก็สามารถผ่านเข้าไปเวิลด์คัพได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่แยกตัวออกมาจากอดีตประเทศยูโกสลาเวียเมื่อปี 1992
การบุกไปเฉือน ลิทัวเนีย 10 จากประตูโทนของ เวดัด อิบิเชวิช ทำให้ บอสเนีย คว้าแชมป์กลุ่มด้วยผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่ากรีซ และนั่นทำให้แฟนบอลทั่วประเทศต่างออกมาเฉลิมฉลองความสำเร็จกันอย่างยิ่งใหญ่







