posttoday
สนุกในทุกวันทำงาน สุมณี วัฒนา

สนุกในทุกวันทำงาน สุมณี วัฒนา

15 ตุลาคม 2556

โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา / ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา / ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

ไม่แปลกหากประสบการณ์การทำงาน 15 ปี จะทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งสามารถไต่เต้าสู่บันไดแห่งความสำเร็จในเส้นทางอาชีพสู่ตำแหน่งผู้บริหารได้สำเร็จ ในวัย 38 ปี แต่ที่น่าสนใจคือ 15 ปีนี้ เกด-สุมณี วัฒนา ไม่ได้เปลี่ยนงานไปเรื่อยเพื่ออัพตำแหน่งหรือเงินเดือนให้สูงขึ้นตามสูตรสำเร็จที่คนส่วนใหญ่ทำกัน เพราะเธอบอกว่า ที่ทำงานแรกและที่ทำงานเดียวของเธอมาตลอด 15 ปี คือ บริษัท ออพทิโม ไทย (Optimo Thai)

ย้อนวันวานกลับไปวันแรกที่เธอมาทำงานที่นี่ เกด เล่าว่า เธอเริ่มต้นงานแรกด้วยการเป็นล่าม เนื่องจากมีต้นทุนภาษาดี จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) และสมัยเรียนยังเป็น 1 ใน 2 ของนักเรียนหลายร้อยคนใน จ.ชลบุรี ที่ได้รับทุนแลกเปลี่ยนนานาชาติ (เอเอฟเอส) โดยในตอนนั้นเธอเลือกไปเรียนที่ออสเตรเลียเป็นเวลา 1 ปีเต็ม

“จริงๆ เกดจบมาด้านการตลาด ซึ่งก็กว้างมาก ตอนนั้นเราก็ไม่ได้เรียนมาแล้วมีเป้าหมายชัดเจนว่าอยากเป็นอะไร ตอนสมัครงานก็เลยส่งไปทั่ว คิดแต่ว่าเราอยากเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน แต่เชื่อมั้ยว่าสมัครไปไม่มีที่ไหนเรียกเลย อาจเพราะจบมาตอนปี 2540 ช่วงต้มยำกุ้งพอดี งานเลยหายาก ได้สุดท้ายมีที่ออพทิโม ไทย เรียกมาทำงานในตำแหน่งล่ามแปลภาษาให้กับผู้บริหารชาวแคนาดา”

บอสเกด เล่าต่อว่า เป็นล่ามอยู่ได้ 3 ปี เธอก็ได้รับโอกาสเปลี่ยนไปสู่บทบาทความรับผิดชอบใหม่ นั่นคือเป็นเลขาฯ ให้กับ แพคทริค ตัง ซึ่งเป็นประธานของบริษัท แน่นอนว่าเธอสนุกกับการเรียนรู้บทบาทใหม่ที่แตกต่างจากเดิม แต่วันหนึ่งชีวิตก็มาถึงจุดเปลี่ยน เมื่อเธอคว้าปริญญาโทจากเอแบคมาครองได้สำเร็จ เธอก็เริ่มมองหางานใหม่ เพราะเห็นว่ามีความรู้เพิ่มอยากลองหาโอกาสใหม่ๆ ให้ตัวเอง และเธอก็สามารถทำความฝันได้สำเร็จ สอบผ่านได้เป็นแอร์โฮสเตสของสายการบินกัลฟ์แอร์

“สุดท้ายเกดเลือกที่จะทิ้งโอกาสนั้น เหตุผลสำคัญคือถ้าตกลงเข้างาน เกดต้องไปประจำอยู่ที่บาห์เรน 1 ปี กลับบ้านได้ 2 ครั้ง ซึ่งเกดติดบ้านมาก เลยตัดสินใจทำงานที่ออพทิโม ไทย ต่อการตัดสินใจครั้งนั้น ทำให้เกดได้ข้อคิดอย่างหนึ่งว่า คนเรามักไม่ซาบซึ้งสิ่งที่มี จนกว่าจะมีอะไรมาให้เปรียบเทียบ อย่างเรื่องงาน ตอนเราทำงานประจำทุกวันอาจไม่เห็นคุณค่า แต่พอจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง มีการทบทวนถึงจะรู้ว่างานที่ทำอยู่ดีขนาดไหน”

ถามว่าอะไรที่ทำให้เกดทำงานในองค์กรเดิมได้ถึง 15 ปี และในวันนี้ยังเปลี่ยนสถานะจากล่ามสู่ตำแหน่งซีโอโอของบริษัทได้สำเร็จ บอสเกดตอบอย่างฉะฉานว่า เพราะตลอดเวลาที่ทำงานที่นี่เธอได้เปลี่ยนบทบาทไปเรื่อย ไม่ได้จำเจอยู่ที่ตำแหน่งเดิม เริ่มจากเป็นล่าม ไปเป็นเลขาฯ ต่อมาย้ายไปทำงานด้านบริการลูกค้า (Customer Service) ได้ไปร่วมงานในส่วนสื่อสาร (Communication) ในตำแหน่ง Operation Manager ก่อนจะเลื่อนขึ้นเป็นโปรเจกต์ แมนเนเจอร์ สู่ตำแหน่งเอ็มดีของผลิตภัณฑ์สกินแคร์ กระทั่งปัจจุบันบอสเกดนั่งตำแหน่ง Chief Operation Officer (COO)

“การเปลี่ยนความรับผิดชอบไปเรื่อยๆ ตลอด 15 ปี ทำให้เกดสนุกงาน และไม่รู้สึกจำเจ ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา เกดไม่เคยคิดมาก่อนว่าก้าวแรกที่เข้ามาทำงานในวันนั้นจะพาเกดมาได้ไกลถึงขนาดนี้ แต่ถึงจะผ่านมา 15 ปี เกดก็ยังเต็มที่กับงาน และสนุกกับงานทุกวัน แม้จะยุ่งจนลูกน้องแทบจะต้องกดบัตรคิวถ้าจะเข้ามาคุยก็ตาม”

ส่วนเป้าหมายในอนาคตไกลๆ บอสเกดบอกว่าตั้งเป้าให้บริษัทก้าวสู่การเป็นมหาชนให้ได้ภายใน 10 ปี ส่วนตัวเธอเอง เกดบอกว่าคงทำงานไปเรื่อยๆ ไม่เคยตั้งเป้าจะเกษียณอายุเท่าไหร่ แต่ตั้งมั่นกับตัวเองว่าถึงเกษียณไม่ได้ทำงานก็จะไม่อยู่เฉยๆ อาจจะทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ทำงานด้านการกุศล อย่างง่ายๆ ที่สุดก็อาจจะหาเวลาไปถ่ายทอดเรื่องราวประสบการณ์การทำงานของตัวเอง ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนบ้าง

สำหรับหลักการทำงานและใช้ชีวิตของบอสสาวคนเก่งนั้น ไม่มีอะไรมาก แค่เอาใจเขามาใส่ใจเรา เธอเชื่อว่าการแสดงออกต่อคนอื่นอย่างไร ไม่สำคัญเท่าผลจากการแสดงออกของเราทำให้เขารู้สึกแบบไหน อีกข้อที่สำคัญและบอสเกดนำมาปรับใช้ทั้งเรื่องงานและส่วนตัว คือ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอให้หันมาโฟกัสที่ตัวเอง และถามตัวเองว่าในสถานการณ์แบบนี้เราจะทำอย่างไรให้ดีกว่านี้

“อีกอย่างที่เกดชอบทำ และโดนเพื่อนร่วมงานแซวเป็นประจำคือ ทุกเช้าเวลาขับรถมาทำงาน เกดจะฟังซีดีธรรมะ เพื่อนๆ ที่ขึ้นรถมาหวังจะฟังเพื่อนไม่มีนะ (หัวเราะ) เกดว่าจริงๆ ธรรมะไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะเราสามารถนำมาปรับใช้ได้ทุกสถานการณ์ ซึ่งเกดว่าต่อให้ปฏิบัติธรรมมากแค่ไหน แต่ไม่นำมาปรับใช้ก็ไม่มีประโยชน์ หนึ่งในหลักธรรมที่เกดยึดถือ คือ ความกตัญญูทั้งต่อพ่อแม่ ครูอาจารย์ คนรอบตัว คนที่ทำสิ่งดีๆ ให้เรา” บอสเกด กล่าวทิ้งท้าย

งานอดิเรก : อยู่กับครอบครัว ดูซีรีส์ (ดูอย่างมีวินัยกับตัวเอง ดูแบบนันสต็อปจนกว่าจะง่วงในวันหยุด แต่วันธรรมดา ต้องการการพักผ่อน จะไม่ดู)

ของสะสม : ไม่ได้เก็บเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ชอบสะสมภาพถ่าย ชอบเอามาเปิดดู เหมือนเป็นการเก็บช่วงเวลาสำคัญที่น่าจดจำไว้

วันว่าง : ไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ ใช้เวลากับท่านให้มากที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท