posttoday
@work

@work

14 ตุลาคม 2556

งานช้าทำไม่เสร็จเรียบร้อยตามเป้าหมาย เดดไลน์ที่บีบเข้ามาทุกนาที ยิ่งเพิ่มความเครียด

โดย...ชุติมา สุวรรณเพิ่ม

ทำงานให้เสร็จ

งานช้าทำไม่เสร็จเรียบร้อยตามเป้าหมาย เดดไลน์ที่บีบเข้ามาทุกนาที ยิ่งเพิ่มความเครียด แล้วอาจส่งให้คุณทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพอีกด้วย ทำอย่างไรดี? แนะนำกฎ 34 ข้อไปลองทำกันดู

อย่าเคร่งเครียดจนคิดใหญ่เกินไป นี่คือกฎข้อแรก ลองกำหนดขอบเขตของงานให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในตอนเริ่มคุณไม่จำเป็นต้องทุ่มมันลงไปทุกอย่างในครั้งเดียว ควรกำหนดขอบเขตตามที่คิดว่าทำไหว และทำได้เสร็จแน่ๆ ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ขยายขอบเขตไป ถ้าทำๆ ไปแล้วเริ่มออกทะเล ให้หยุด แล้วมากำหนดขอบเขตอีกที อย่าออกแบบเมืองใหม่ทั้งเมือง สร้างแค่ทีละตึกพอ อย่าย้ำคิดย้ำทำ และเสียเวลามากกับเรื่องเล็กน้อย นี่คือเคล็ดลับแรก

ทบทวนเป้าหมายในการทำงานแต่ละวันเสมอ ต้องเขียนเรื่องที่ต้องการจะทำให้สำเร็จลงเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะจะทำให้คุณเห็นชัดขึ้น และรู้แผนงานแน่นอนกว่าที่จะติดเอาไว้ในใจ แล้วต้องเขียนจุดมุ่งหมาย หรือเรื่องที่ท่านต้องทำให้แจ่มแจ้งชัดเจน โดยเขียนแผนงานว่าจะทำอะไรก่อนเป็นลำดับไปจนถึงหลังสุด วิธีจัดลำดับความสำคัญของงาน คือให้แบ่งกลุ่มงานที่เราจะต้องทำออกเป็น

A สำคัญด่วน ฝากใครทำไม่ได้เลย คุณต้องทำเอง ที่สำคัญต้องทำให้สำเร็จด้วย

B สำคัญไม่ด่วน ฝากใครทำไม่ได้ แต่ต้องหาเวลามาทำภายหลัง

C ไม่สำคัญด่วน ฝากคนทำได้ แต่ถ้ามีเวลาต้องทำทันทีไม่เช่นนั้นจะมีผลกระทบ

เวลาทำงานควรเลือกทำ A ก่อน รองมาคือ B ส่วน C ถ้าคุณสามารถมอบหมายให้ผู้ร่วมงานช่วยได้ด้วย ก็ทำให้คุณงานน้อยลง แล้วยังบ่งบอกได้ว่าคุณเป็นคนดีมีเพื่อนที่มีความจริงใจในที่ทำงาน ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนในออฟฟิศได้อย่างดีเลย

เมื่อรู้สึกเหนื่อยล้า ควรพักดื่มน้ำ และพักจิตด้วยการบริหารลมหายใจ คือ หายใจเข้าให้ลึก และหายใจออกช้าๆ จดจ่อกับลมหายใจเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนรู้สึกผ่อนคลาย จากนั้นยืดเหยียดร่างกายด้วยการฝึกโยคะอาสนะในที่ทำงานประมาณ 5 นาที จากนั้นเริ่มทำงานชิ้นต่อไป จะช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น

วันหนึ่งมี 1,440 นาที ในวันทำงานอาจจะใช้เป็นเวลานอนเสีย 440 นาที ยังมีเวลาอีก 1,000 นาที ควรแบ่งเวลานั้นมาสัก 14 นาที เพื่อวางแผนว่าในวันรุ่งขึ้น คุณจะทำอะไรบ้าง??? เพียง 4 เคล็ดลับแค่นี้คุณก็ไม่ต้องขนงานกลับไปทำที่บ้านอีกแล้ว

คนรุ่นมิลเลนเนียมยังรู้สึกงานไม่มั่นคง

เมื่อไม่นานมานี้ ไวคอม อินเตอร์เนชั่นแนล มีเดีย เน็ตเวิรคส์ (VIMN) เอเชีย เปิดเผยผลการศึกษาและวิจัยจากทั่วโลก หัวข้อ “ภาวะปกติในอนาคต : ทรรศนะใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจากกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียลส์ทั่วโลก” (The Next Normal : An Unprecedented Look At Millennials Worldwide) คริสเตียน เคอร์ซ รองประธานฝ่ายวิจัยนานาชาติ เป็นผู้นำเสนอผลวิจัยโดยให้ความรู้ว่า กลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียลส์จะรู้สึกมีความทุกข์ต่อความไม่มั่นคงในหน้าที่การงาน

ความเป็นกังวลทางด้านเศรษฐกิจส่งผลให้เกิดความหวาดกลัวอย่างต่อเนื่องในด้านความมั่นคงต่อหน้าที่การงาน รวมไปถึงความไม่แน่ใจและหวาดระแวงในการขยับเลื่อนฐานะของตัวเอง

จากทั่วโลกพบว่าภาวะการว่างงานเป็นประเด็นสำคัญระดับต้นๆ ของโลกที่กลุ่มคนรุ่นนี้ต้องการให้แก้ไข ซึ่งมากกว่าปัญหาความอดอยากหิวโหยของผู้คนทั่วโลก

เกือบครึ่งของกลุ่มคนยุคมิลเลนเนียลส์ (49%) เชื่อว่าสถานการณ์ของความมั่นคงในหน้าที่การงานจะยังคงมีแนวโน้มที่แย่ลง โดยที่มีจำนวนถึง 78% ที่มีความต้องการได้รับค่าจ้างในอัตราแรงงานขั้นต่ำ ดีกว่าตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีงานทำ

ในขณะที่ใน พ.ศ. 2549 พบว่ามีจำนวนกว่า 38% ของกลุ่มวัยหนุ่มสาวที่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับประโยคที่ว่า “ฉันจะหาเงินได้มากกว่าพ่อแม่หรือผู้ปกครองของฉัน” แต่ปัจจุบันพบว่าตัวเลขดังกล่าวลดลงเหลือ 25% ในยุคหลังวิกฤตเศรษฐกิจ

...อย่างไรก็ตาม พวกเขาสามารถหาเหตุผลในการทำให้ตัวเองมีความสุขได้ โดยการใช้เวลาอยู่กับครอบครัวคือวิธีหาความสุขอันดับแรกสำหรับกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียลส์

เคอร์ซ กล่าวต่ออีกว่า “ผลการศึกษาและวิจัยล่าสุดนี้ได้ทำการวิจัยกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียลส์อย่างครอบคลุมและทั่วถึงมากที่สุดเพื่อให้เป็นที่ประจักษ์ว่าความสำคัญของครอบครัวถือเป็นปรากฏการณ์สำคัญทั่วโลก ในประเทศไทย พบว่านอกเหนือไปจากสมาชิกในครอบครัวแล้วนั้น ดารา นักร้อง และเหล่าเซเลบริตี รวมไปถึงครู อาจารย์ เป็นกลุ่มที่ถูกยอมรับว่าเป็นผู้ที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่กลุ่มคนรุ่นนี้ วิธีการแก้ความเครียดของกลุ่มคนรุ่นนี้ หลังชั่วโมงการทำงาน คือ ดูโทรทัศน์ นอน และพูดคุยกับพ่อแม่หรือผู้ปกครอง ใครกำลังทำงานเครียดๆ ลองใช้วิธีที่ว่านี้ดูบ้าง

ลุคสมาร์ท ‘Modern Officer’

หนุ่มๆ ออฟฟิศบางวันคุณอาจใช้เวลาแต่งตัวนานกว่าสาวๆ ก็ได้นะ!!! ไม่ใช่เพราะออปชันเยอะ จัดเต็ม เป็นหนุ่มสุดเนี้ยบ แต่เข้าใจผู้ชายอกสามศอกว่าบางครั้งก็ออกจะเบื่อๆ คีย์ลุคหนุ่มออฟฟิศที่มีเพียงไม่กี่ชิ้น

เสื้อเชิ้ต กางเกงสแล็กส์ รองเท้าดำ หยิบมาใส่ซ้ำๆ สร้างบรรยากาศสุดเชย สุดจะน่าเบื่อให้แก่ตัวเองและเพื่อนร่วมงาน (สาวสวย) เป็นอย่างยิ่ง เอสแฟร์ (S’fare) แบรนด์เสื้อผ้าหนุ่มทำงานมีคำแนะนำดีๆ ปลายปีแบบนี้คือ ช่วงเวลาของการหยิบสูทแบบเป็นทางการมาใส่รับลมหนาว สูท Slimfit Pattern ช่วยเพิ่มบุคลิกภาพให้คุณดูมีความทันสมัย สีดำ สีเทา หรือสีกรมท่า สีโทนเหล่านี้ดูเรียบง่ายเป็นทางการ ไม่มีคำว่าเอาต์

สไตล์หนุ่มโมเดิร์นออฟฟิศ ชุดใส่สำหรับทำงาน หรือเสื้อผ้าลำลองที่เหมาะกับวันสบายๆ แล้ว ถ้าจะหยิบใส่เดี่ยวๆ หรือใส่คู่กับสูทไฮไลต์ก็ได้ด้วย ลองเลือกแมตช์สีโทนสว่าง เช่น สีฟ้า น้ำเงิน แดง เขียว ในรูปแบบของลวดลายที่ต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นลายเช็ค ลายสไตรพ์ หรือสีพื้น หากต้องการดูดีขึ้นไปอีกระดับก็ใส่คู่ไปกับชุดสูทลำลอง หรือเบลเซอร์ ก็ดูดีเช่นกัน และแถมทิปอีก 23 ข้อ

ไม่เห็นต้องกังวลว่าสีรองเท้ากับเสื้อผ้าต้องไปด้วยกันเสมอ มันทำให้คุณดูสำอางเกินไป แค่ดูให้สีไม่ตัดกันเกินไปก็พอแล้ว

ความยาวของเชิ้ต แค่ข้อมือมาจรดกับฝ่ามือเท่านั้นก็พอ ใครมีเสื้อเชิ้ตแขนยาวชนิดปิดไปครึ่งฝ่ามือ แต่งให้ตายก็เป็นลุงเชย

ขากางเกง ไม่ควรลากพื้น สาวๆ อาจคิดว่าคุณสวมกางเกงนอนมาทำงาน ความยาวประมาณปิดตาตุ่มถือว่าสวยงาม ดูดีที่สุด

เคล็ดลับๆ เล็กๆ ที่ทำให้คุณแต่งตัวได้หล่ออย่างรวดเร็ว ไม่ต้องตอกบัตรสาย และสาวๆ ร่วมออฟฟิศกรี๊ดกร๊าดกันสลบ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท