
ระยะห่าง
เจซซี่ ฟิชเชอร์ ชายหนุ่มผู้กำลังอยู่ในวัยที่ก้าวขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ตัวละครสำคัญในภาพยนตร์เรื่อง Liberal Arts
เจซซี่ ฟิชเชอร์ ชายหนุ่มผู้กำลังอยู่ในวัยที่ก้าวขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ตัวละครสำคัญในภาพยนตร์เรื่อง Liberal Arts ได้ตระหนักแล้วว่า ความสุข นั้นเกิดขึ้นได้โดยง่าย เพียงแต่ตัวเขารู้จักปล่อยวางสิ่งที่เกินพอดีลงเสียบ้าง
ตลอดเวลาที่ผ่านมา คณะศิลปศาสตร์ที่เขาร่ำเรียนมา จะทำให้เขาใช้ชีวิตอยู่กับสารพัดเรื่องราวในวรรณกรรมชั้นดีได้แนบเนียนกลมกลืน ชนิดเพียงพอที่จะตอกย้ำได้เรื่อยมาว่าทุกสิ่งที่เขาพบในแต่ละบรรทัดที่บรรจุไว้ในหนังสือ สามารถบันดาลช่องทางผ่อนคลายขนาดกะทัดรัด เพื่อที่จะแทรกตัวหลบความวุ่นวายในเมืองใหญ่ได้ชะงัด
เมื่อมีโอกาสได้กลับไปเยือนสถาบันเดิมอีกครั้ง หลังจากเรียนจบไปหลายปี เขาได้มีโอกาสพบกับ ศาสตราจารย์ จูดิท แฟร์ฟิลด์ อาจารย์สอนวิชาวรรณกรรมที่เขาเคยยกย่องบูชาสมัยยังเป็นนักศึกษา ซึ่งต่อมาอาจารย์ท่านนี้ชี้ทางข้ามพ้นภาวะไร้สุขที่ผนึกอยู่กับตัวเขาอย่างไม่รู้ตัว โดยได้บอกด้วยถ้อยคำที่ค่อนข้างรุนแรง ว่า นักเขียน นักกวี ระดับคลาสสิกที่เขาเคารพยกย่องส่วนใหญ่ ต่างเป็นพวกที่มีชีวิตหดหู่ ไม่รู้จักวิธีถอยออกมาจากงานที่ตัวเองผลิต และที่สุดก็รังแต่จะฉุดตัวพวกเขาเองให้จมดิ่งไปกับงานราวกับเป็นผู้ไร้สมรรถภาพ
อาจารย์จูดิท สั่นคลอนโลกที่เจซซี่ยึดไว้ด้วยการบอกอีกว่า ความหลงใหลการละเลียดตัวอักษรที่ทำเป็นกิจวัตร แม้จะเป็นช่องทางหลบหนีไปจากโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งบ่อยครั้งไร้แก่นสารให้ยึดเหนี่ยวที่เขาเผชิญหน้าอยู่ทุกวัน แต่ในทางกลับกัน ความหลงใหลอย่างไม่ลืมหูลืมตา ก็ได้บ่มเพาะให้เขากลายเป็นหนอนหนังสืออมโรคที่ไม่กล้าใช้ชีวิต ไม่กล้าเสี่ยง กล้าทำงานสร้างสรรค์สิ่งที่ท้าทายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งยังไม่สาย หากจะทำเป็นลืมๆ กองหนังสือไปเสียบ้าง
...เจซซี่ ได้บทเรียนอีกครั้ง จากกรณีที่เขาได้แสดงความชื่นชมรสนิยมการเลือกหนังสือของนักศึกษารายหนึ่ง แต่ในเวลาต่อมากลับพบว่าเด็กหนุ่มคนนั้นเป็นมนุษย์ไร้สุข ไร้ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจรุ่นใหม่ที่จ่อจมอยู่กับความหดหู่ของตัวเองยิ่งกว่าตัวเขาเป็นทวีคูณ ต่อมาไม่กี่วัน ด้านมืดที่งดงามชวนให้เพรียกหาจุดจบของชีวิตที่เล่าไว้ในหนังสือเล่มนั้น ก็ฉุดเด็กคนนั้นให้คล้อยตามได้ โดยลามไปถึงขั้นทำให้พยายามฆ่าตัวตาย...
เดชะบุญที่เด็กคนหนุ่มยังกล้ายกหูโทรศัพท์หาเจซซี่ เพื่อนคอวรรณกรรมและเพื่อนร่วมโลกคนเดียวที่ยังพอนึกออกและสารภาพว่า พยายามลาโลกด้วยการกินยาไปหลายกำมือ...ก่อนจากลา เด็กหนุ่มเจซซี่แนะนำในทำนองเดียวกับที่ได้รับบทเรียนจากอาจารย์จูดิท โดยบอกให้เด็กคนนั้นหันไปอ่านนิยายประโลมโลกเพื่อผ่อนคลายเสียบ้าง
...ความหลงใหลไม่รู้จักปล่อยวางจนห่างไกลความพอดี มีชีวิตโดยไม่รู้จักหาวิธีถ่วงสมดุล รักษาระยะห่างกับโลกจริงและโลกตัวอักษร เกือบจะคร่าชีวิตเด็กหนุ่มคนหนึ่งไปอย่างเปลืองเปล่า
ชะตากรรมยังไม่โหดร้ายกับเจซซี่และเด็กหนุ่มคนนั้น ยังให้โอกาสเรียนรู้ที่จะปรับตัวอยู่ในโลกอลหม่านใบนี้ต่อไป ถอยออกมาจากโลกภาพยนตร์ และกวาดสายตาไปรอบๆ ตัวโอกาสที่จะได้เห็นหนอนหนังสือแบบเจซซี่เป็นไปได้น้อยมาก...บนรถไฟฟ้า แทบทุกคนก้มหน้าอยู่กับอุปกรณ์จอสี่เหลี่ยมที่พกติดตัว
...อย่างน้อย สิ่งที่ควรจะต้องเรียนรู้เหมือนกันคือ รักษาระยะห่างกับสิ่งที่กำลังก้มหน้าจมจ่ออยู่มิใช่หรือ







