
เจ...สไตล์กิมจิ
เทศกาลกินเจยังไม่จบ วันสุดท้ายคือ 13 ต.ค เหลือแค่ 3 วัน แต่หลายๆ คน (โดยเฉพาะเครือญาติและหมู่มิตร)
โดย...โจ เกียรติอาจิณ / ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
เทศกาลกินเจยังไม่จบ วันสุดท้ายคือ 13 ต.ค เหลือแค่ 3 วัน แต่หลายๆ คน (โดยเฉพาะเครือญาติและหมู่มิตร) ก็เริ่มจะเอียนกับเมนูเจเดิมๆ ที่กินมาตั้งแต่เริ่มเทศกาลแล้วล่ะ
จริงอยู่ หัวใจเจคือการละเว้นเนื้อสัตว์ งดสิ่งที่ต้องห้าม ทำจิตใจให้ผ่องแผ้วและรักษาศีล แต่ว่าก็ว่าเถอะ อาหารการกินน่ะมันเรื่องใหญ่ ร้อยทั้งร้อย คนย่อมต้องให้ความสำคัญ ยิ่งเฉพาะกินเจ ไม่ไหวเหมือนกันนะ ถ้าจะให้กินอะไรซ้ำๆ ทุกวี่วัน ก็เบื่อเอาง่ายๆ บางเมนูก็อาจเข้าข่ายจำเจได้
เพื่อให้เทศกาลกินเจไม่จำเจเกินไป เราก็เลยจะขอพาไปลิ้มรสชาติอาหารเจแบบเกาหลีเป็นไง พอไหวมั้ย?
ตอนนี้เรายืนอยู่ ณ ย่านหรู “คังนัม” กลางกรุงโซล แหะๆๆๆ ล้อเล่น! เราอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลหรอกครับ เซ็นทรัลเวิลด์นี่แหละ ไต่บันไดเลื่อนขึ้นไปชั้น 7 ถึงและร้านที่เราจะไปกินเจกัน “ทูดาริ”
ร้านนี้ปกติไม่มีเจ (ข่าวว่ามีเมนูมังสวิรัติ แต่เราก็ยังไม่เคยลองสักครั้ง) พอเทศกาลกินเจมาปุ๊บ เขาก็ปรับรับกระแสเจปั๊บ เรียกว่าไม่ให้เสียโอกาส เจมาก็รับทรัพย์กันนิดส์นึง
เมนูเจมีไม่เยอะ และก็ไม่รู้สึกเลยว่าเป็นเจ เพราะหน้าตาเหมือนเมนูเกาหลีที่ขายปกติเป๊ะ ถ้าไม่สังเกต ย้ำว่า ต้องสังเกตดีๆ จะพบว่ามันคือเมนูเจ
เราสั่งไป 3 เมนู แต่ได้มา 4 เมนู เอ๋! ยังไง ทำผิดเหรอ ไม่จ่ายตังค์นะครับ (555) ที่ร้านไม่ได้ทำผิด เพียงแต่พ่อครัวทำเพลิน เลยขออวดฝีมือการทำอาหารเจเพื่อการันตีว่าทูดาริก็มีเมนูเจ (สรุปอีกจานกินฟรี อิอิ)
“ชินดังดงต๊อกปกกิ” หรือ “หม้อไฟต๊อกปกกิกับผัก” วางตรงหน้า อั๊ยย่ะ!!! เจอะไรและยังไง หม้อนี้ใช้เห็ด ฟองเต้าหู้ และปูอัดเจ แทนเนื้อสัตว์ที่เคยใส่ ขาดไม่ได้คือ ต๊อกปกกิ หรือ “แป้งข้าวเจ้า” หั่นเป็นเส้นๆ อวบอ้วนคลายอูด้ง ซอสสีดำๆ ก็ปราศจากกุ้งป่นกับหอมหัวใหญ่ เพิ่มสีสันให้น่าซู้ดดังๆ ด้วยบะหมี่เกาหลี เติมน้ำซุปเจ เปิดไฟให้เดือดปุดๆ คลุกเครื่องเคราให้ประสานกันในหม้อ กินร้อนๆ โอ้!!! มันเป็นเจที่แซบหลาย
“สไปซีจาจางเมียน” ตอนไม่เจก็อร่อยอยู่แล้วเมนูนี้ เป็นเจก็แทบไม่ต่างกัน ความเผ็ดร้อนของเส้นอูด้งผัดซอสสีดำปี๋ยังครบครัน ไม่มีปลาหมึกกับไข่ต้มก็ไม่ง้อ เพราะโปรตีนเกษตรช่วยได้ จานนี้อร่อยตรงเส้นหนึบๆ กับซอสสไปซีที่ให้เผ็ดร้อน เค็มและหวานนิดๆ
มาร้านเกาหลี ถ้าไม่กินข้าวยำสไตล์เกาหลี ก็คงมาไม่ถึง “อัลบับ” กับ “บิบิมบับ” สองจานนี้ล่ะที่ทำให้เรามึน แล้วพ่อครัวก็ดันบ้าจี้ไปกับเรา เพราะคำว่า “บับ” แท้ๆ สั่งบับแรกไป บับที่ 2 ก็ตามมาติดๆ ไหนๆ ก็สั่งทั้งสองบับ ก็เลยได้อร่อยกับบับเจทั้งสองแบบ
ตามประวัติบิบิมบับนั้นถือเป็นอาหารชาววัง มีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์โชซอน (อายุกว่า 600 ปี) และคนเกาหลีเองก็นิยมทำในพิธีไหว้บรรพบุรุษ แต่ปัจจุบันมีให้กินทั่วไปในร้านเกาหลี ไม่เว้นกระทั่งร้านเกาหลีที่เรานั่งอยู่ตอนนี้ เพียงแต่เป็นบิบิมบับเจ ปลอดเนื้อสัตว์ ไม่หมู ไม่เนื้อ ไม่ไก่ ใส่แค่ถั่วงอก แครอต เห็ดนางฟ้า กวางตุ้ง เห็ดหอม โปรตีนเกษตร ซอสก็ตัดกระเทียมออก จะกินก็นำไปเผาบนชามหิน เสิร์ฟร้อนๆ ควันฉุยหอมยั่วน้ำลาย
เช่นเดียวกัน อัลบับก็ใช้กิมจิเจ (ซึ่งอร่อยมากกกกก รสเค็มนำตามด้วยเปรี้ยว สั่งมากินต่างหากก็ยังอร่อย) แตงกวา ไช้เท้าหวาน สาหร่าย กวางตุ้ง ปูอัดเจ เผาให้ร้อนในชามหิน หอมกลิ่นซอสคังจัง กินแล้วก็ไม่คิดว่ามันเป็นเจเลย เพราะรสชาติทำให้ลืมความเป็นเจไปชั่วขณะ ครบรส เผ็ดๆ เปรี้ยวๆ เค็มๆ หวานๆ อร่อยกว่าเมนูเจที่เคยกินมา
เรื่องการทำเมนูเจ ที่นี่ยึดหลักเจเหมือนครัวจีน ครัวไทย และครัวอื่นๆ ที่มีวัฒนธรรมเจที่เข้มแข็ง ถั่วเหลืองถูกนำมาใช้เยอะในน้ำซุป กระเทียมกับหอมหัวใหญ่ที่ใช้กันมากในครัวเกาหลี ที่นี่ก็ทำให้ปลอดกลิ่นและรสได้ โดยชูความเผ็ดจากพริก เค็มจากเกลือ อีกทั้งรสชาติธรรมชาติที่ได้จากผักและส่วนผสมอื่นๆ เป็นตัวช่วย เท่านี้ก็จะได้เจสไตล์กิมจิที่กินแล้วไม่จำเจ (จริงๆ นะครับ)
ทูดาริ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ เปิด 10 โมงเช้า ปิด 4 ทุ่ม โทร. 02-252-6696







