
พระองค์หญิงนำทัพซีเกมส์
ทรงร่วมแข่งขี่ม้าประเภทเดรสซาจวอลเลย์บอลส่งชุดชิงแชมป์เอเชียล่าทอง
ทรงร่วมแข่งขี่ม้าประเภทเดรสซาจวอลเลย์บอลส่งชุดชิงแชมป์เอเชียล่าทอง
พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงนำทัพขี่ม้าไทยลุยกีฬาซีเกมส์ที่พม่าปลายปีนี้
สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย เปิดตัวนักกีฬาทีมชาติไทยชุดเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ระหว่างวันที่ 11-22 ธ.ค. โดยมี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงเข้าร่วมการแข่งขันในประเภทศิลปะการบังคับม้า (เดรสซาจ) ร่วมกับ นิธิภัทร เหง้าโอสา, เทวินทร์ มานะธัญญา และ ภัคจิรา ธงภักดิ์
ศิลปะการบังคับม้าจะแข่งขันวันที่ 12-14 ธ.ค. ที่กรุงเนย์ปิดอว์ ซึ่งพระเจ้าหลานเธอฯ ประทานสัมภาษณ์ว่า ไม่ได้คิดถึงเหรียญรางวัล คิดแค่เป็นเกมเกมหนึ่ง ไม่อยากกดดัน แต่จะเตรียมสภาพร่างกายและเทคนิคให้ดีที่สุด
“กีฬาแบดมินตันและขี่ม้ามีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แบดมินตันต้องสู้กับตัวเอง แต่ขี่ม้าเป็นกีฬาคู่ครอง ต้องเข้าใจกันและกันระหว่างคนขี่กับม้า ต้องเจอกันคนละครึ่งทาง บางทีก็ต้องตึงบ้าง หย่อนบ้าง เฮี้ยบบ้าง เพราะถ้าเราคุมม้าไม่ได้ ม้าก็จะคุมเรา จะมองไปถึงเอเชียนเกมส์หรือไม่ ต้องดูผลการแข่งขันครั้งนี้ก่อน”
ขณะที่ประเภทกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง (โชว์จั๊มปิง) นำทีมโดย เสียงซอเลิศรัตนชัย รองแชมป์โลกปีนี้ตามความหมาย พร้อมด้วย สุภาพ ขาวงาม, จารุพร ลิมปิชาติ และ ศุภณัฐ วรรณกุล
อย่างไรก็ตาม ในประเภทมาราธอน (เอ็นดูแรนซ์) ยังอยู่ในช่วงคัดตัวและจะประกาศรายชื่ออีกครั้งในวันที่ 25 ต.ค. ซึ่ง พล.ต.เกียรติคุณ สุทธิรักษ์ ผู้จัดการทีมขี่ม้าไทยชุดซีเกมส์ มั่นใจว่าทีมขี่ม้าไทยจะนำความภูมิใจกลับมาได้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ สมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ก็ประกาศรายชื่อนักกีฬาในร่มชุดซีเกมส์เป็นไปตามคาด เมื่อทั้งทีมชายและหญิงเป็นชุดเดียวกับชิงแชมป์เอเชียที่ผ่านมา
“ทีมไทยมีเป้าหมายเดียว คือ ต้องคว้าแชมป์ให้ได้ โดยมีคู่แข่งสำคัญ คือ เวียดนาม ที่จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด” น.ต.ณัฐพนธ์ ศรีสมุทรนาค โค้ชทีมชาติไทย กล่าว และเชื่อว่าการไปเล่นอาชีพในต่างประเทศของนักกีฬาตัวหลักหลายคน จะไม่มีปัญหาต่อการฝึกซ้อมร่วมทีม
ด้านทีมชาย ตั้งเป้าป้องกันแชมป์ โดยคู่แข่งสำคัญยังคงหนีไม่พ้นอินโดนีเซีย
ขณะเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ให้แก่นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยและเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้สร้างชื่อเสียงแก่ประเทศไทยจากการคว้าแชมป์เอเชีย







