
ลุ้นบิ๊กไฟต์...ปีหน้าหรือชาติหน้า
เชื่อว่าหลายคนยังคงอยากดูคู่มวยหยุดโลกระดับศึกซูเปอร์ไฟต์ระหว่าง “พริตตี้บอย” ฟลอยด์ เมย์เวเธอร์ จูเนียร์ กับ “แพ็คแมน” แมนนี่ ปาเกียว
ภาพ – เอพี / au.ibtimes.com
โดย...เด็กสวนฯ
เชื่อว่าหลายคนยังคงอยากดูคู่มวยหยุดโลกระดับศึกซูเปอร์ไฟต์ระหว่าง “พริตตี้บอย” ฟลอยด์ เมย์เวเธอร์ จูเนียร์ กับ “แพ็คแมน” แมนนี่ ปาเกียว แม้สถานการณ์ของทั้งคู่จะดูแตกต่างกันในช่วงนี้
เมย์เวเธอร์ โคตรมวยชาวสหรัฐนั้น เพิ่งเอาชนะคะแนน ซาอูล อัลวาเรซ จากเม็กซิโก เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งแม้จะไม่สามารถน็อกรุ่นน้องจากแดนจังโก้ได้ แต่ก็เพียงพอที่จะรักษาสถิติไร้พ่ายต่อไปได้
ขณะที่ ปาเกียว ยอดมวยจากฟิลิปปินส์ ที่เป็นเจ้าของสถิติแชมป์โลกสูงสุดถึง 8 รุ่น โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่ากำลังอยู่ในช่วงขาลง หลังดันแพ้ 2 ไฟต์ล่าสุด โดยพ่ายคะแนน ทิโมธี แบรดลีย์ (สหรัฐ) เมื่อเดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว และต่อด้วยแพ้น็อกแบบหลับกลางอากาศด้วยพิษหมัดของ ฮวน มานูเอล มาร์เกซ (เม็กซิโก) ในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา
ณ ตอนนี้ นักชกจากแดนตากาล็อกหวังเรียกศรัทธาแฟนๆ กลับมาอีกครั้ง ในการชกไฟต์หน้ากับ แบรนดอน ริออส (สหรัฐ) ซึ่งจะไปทำศึกตะบันหน้ากันที่มาเก๊าในเดือน พ.ย.นี้ และถือเป็นเดิมพันชีวิตค้ากำปั้นของ ปาเกียว เลยก็ว่าได้ เพราะหากแพ้เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน ก็น่าจะถึงเวลาทบทวนเรื่องการแขวนนวมได้แล้ว
จะว่าไปแล้ว ปาเกียว เพิ่งอายุ 34 ขณะที่ เมย์เวเธอร์ แก่กว่าซะอีก โดยอยู่ในวัย 36 แล้ว ดังนั้น เรื่องอายุถือว่าไม่ได้เปรียบเสียเปรียบกันมากนัก
และหากจำกันได้ เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ทั้งคู่ทำท่าจะสนองตัณหาแฟนๆ ด้วยการขึ้นสังเวียนวัดฝีมือกัน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เกิดขึ้นซะที หลังการเจรจาครั้งแล้วครั้งเล่าล่มตลอด
ทางฝ่าย เมย์เวเธอร์ นั้นต้องการให้ทาง ปาเกียว ตรวจเลือดก่อนขึ้นชก 14 วัน เพื่อป้องกันการแอบใช้สารกระตุ้น เลยทำให้ บ็อบ อารัม โปรโมเตอร์ และ ปาเกียว ไม่พอใจ พร้อมกับบอกปัดเงื่อนไขของคู่ต่อสู้โดยสิ้นเชิง จนสุดท้ายก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้เจอกัน
แต่เชื่อเหอะ เรื่องตรวจสารกระตุ้นน่าจะเป็นเรื่องรอง ส่วนเรื่องหลักนั้น คงหนีไม่พ้นเรื่องผลประโยชน์ที่แต่ละฝ่ายจะได้รับซะมากกว่า
ตอนนี้ เมย์เวเธอร์ เป็นนักกีฬาที่ทำรายได้มากที่สุดในโลก โดยไฟต์ล่าสุดกับ อัลวาเรซ ได้รับค่าเหนื่อยไปถึง 41.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,300 ล้านบาท) ส่วน ปาเกียว ยังลูกผีลูกคนว่าจะจบชีวิตบนสังเวียนหรือไม่ในปีนี้ เนื่องจากยังไม่รู้ว่าจะผ่าน ริออส ได้รึเปล่า
เมื่อ 3 ปีที่แล้วมีข่าวว่า ทางฝ่าย ปาเกียว ต้องการส่วนแบ่ง 50-50 กับทางฝ่าย เมย์เวเธอร์ แล้วก็หาบทสรุปไม่ได้เลยคลาดแคล้วกันไป แต่ตอนนี้คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องนั้นแล้ว เพราะดู ปาเกียว ค่อนข้างห่างชั้นกับ เมย์เวเธอร์ พอสมควร
ก็แหม เมย์เวเธอร์ ต่อยไฟต์เดียว ทำเงินได้ถึง 200-250 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6,2007,750 ล้านบาท) แล้วตอนนี้ ปาเกียว เป็นใคร จะมาขอแบ่งตั้งครึ่งหนึ่ง (บอกตรงๆ ช่วงนี้ ถ้า ปาเกียว ได้สัก 25% ก็น่าจะรีบโดดใส่แล้ว)
ล่าสุดทาง ฟลอยด์ เมย์เวเธอร์ ซีเนียร์ พ่อของ เมย์เวเธอร์ จูเนียร์ ได้ออกมาเปรยกับลูกชายว่า น่าจะถึงเวลาขึ้นสังเวียนฟาดปากกับ ปาเกียว ได้แล้ว เพราะนักมวยปินส์ไม่ได้อยู่ในสภาพแข็งแกร่งเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
“หากลูกชายผมเชื่อว่า ปาเกียว เป็นคู่ต่อสู้ที่คู่ควร ทุกอย่างก็น่าจะเกิดขึ้นได้ และผมคิดว่าลูกชายของผมจะหลอกล่อ ปาเกียว จนหัวปั่นแน่นอน แต่ถ้าเขาเอาชนะลูกชายผมได้ ก็คงต้องมีการตรวจเช็กกันละเอียดหน่อย” เมย์เวเธอร์ ผู้พ่อกล่าว พร้อมกับเหน็บที่ ปาเกียว ไม่ยอมตกลงเรื่องตรวจสารกระตุ้นในการเจรจากันครั้งที่แล้ว
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า หาก เมย์เวเธอร์ ที่มีสถิติสวยหรู ชนะรวด 45 ไฟต์ (น็อก 26) ได้ขึ้นชกกับ ปาเกียว ที่ชนะ 54 (น็อก 38) แพ้ 5 เสมอ 2 ขึ้นมาจริงๆ การชกจะสนุกสมกับที่รอคอยรึเปล่า เพราะรอนานเกิน
เอาเป็นว่าถ้าปีหน้าไม่มีโอกาสพิสูจน์กัน ก็ไม่ต้องต่อยกันแล้วชาตินี้ ขอรอไปดูชาติหน้าเลยดีกว่า เพราะขี้เกียจจะรอแล้ว







