
@life
โดย...วรธาร
โดย...วรธาร
ดัดตนแก้คอและไหล่
นั่งนานๆ วันละชั่วโมง ต่อให้หนุ่มๆ สาวๆ ที่เพิ่งเข้าสู่วัยทำงานก็ต้องมีอาการ ปวด เมื่อย ล้ากันบ้าง ลองมาบริหารคลายปวดตามศาสตร์ฤาษีดัดตนอันโด่งดังของโรงเรียนแพทย์โบราณวัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์) เพื่อช่วยคลายความปวดเมื่อยได้บ้าง ท่าที่จะแนะนำวันนี้ คือ ท่าฤาษีอิสิงค์
วิธีปฏิบัติ
1.ก้าวขาซ้ายไปด้านหน้า ขวางเท้าขาหันปลายเท้าออกไปด้านข้าง มือซ้ายจับมือขวาไขว้ไว้ด้านหลัง
2.หายใจเข้า ย่อเข่าโน้มตัวไปข้างหน้า พร้อมใช้มือซ้ายดึงข้อมือขวา นับ 321 หายใจออก คลายแรงดึงที่มือ กลับไปยืนในท่าเริ่มต้น
3.สลับใช้มือขวาดึงข้อมือซ้าย
4.หายใจเข้า ย่อเข่าโน้มตัวไปข้างหน้า พร้อมใช้มือขวาดึงข้อมือซ้าย นับ 321 หายใจออก คลายแรงดึงที่มือ กลับไปยืนในท่าเริ่มต้น
5.เปลี่ยนท่ายืน โดยก้าวขาขวาไปด้านหน้า แล้วปฏิบัติตามข้อ 14 ซ้ำทั้งหมด 35 รอบ
ประโยชน์ ช่วยยืดกล้ามเนื้อ บ่า ไหล่ กล้ามเนื้อช่วงขาด้านหลัง เพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อช่วงขาด้านหน้า
ข้อควรระวัง ผู้ที่มีปัญหาข้อไหล่ติด ผู้ที่มีภาวะการหดสั้นของกล้ามเนื้อขาด้านหลัง
กินเจถูกวิธีดีต่อสุขภาพ
วันนี้ ถึงวันที่ 13 ต.ค. เป็นช่วงแห่งการกินเจ งดการบริโภคเนื้อสัตว์ทุกชนิด ซึ่งปัจจุบันการกินเจกลายเป็นที่นิยมของคนยุคใหม่ไปแล้ว นอกจากไม่เป็นการเบียดเบียนสัตว์แล้วการกินเจก็ควรถูกต้องเหมาะสมจึงจะส่งผลดีต่อสุขภาพ
ดร.ชนิดา ปโชติการ นายกสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การกินเจในปัจจุบันมักฝากท้องกับอาหารเจนอกบ้าน ส่วนใหญ่เป็นอาหารประเภททอด มันๆ ประกอบด้วยแป้งและไขมันสูง แทนที่กินแล้วจะได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่กลับทำให้บางคนพอออกเจแล้วมีไขมันในเลือดสูงขึ้น น้ำตาลสูง หรือปวดข้อปวดเข่า
ดร.ชนิดา กล่าวว่า อาหารเจนั้นประกอบมาจากผัก ผลไม้ ธัญพืช และอาหารจากธรรมชาติ ล้วนให้คุณค่าสารอาหารที่ต่างกันออกไปหากรู้จักเลือกและผสมผสานวัตถุดิบในการทำอาหารให้เหมาะสมก็จะทำให้ได้รับสารอาหารที่หลากหลายและสมดุล หากกินอย่างถูกต้องย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพแน่นอน
“ถั่วทำให้ได้โปรตีนแทนเนื้อสัตว์ที่หายไปและช่วยให้กระเพาะอาหารได้พักภารกิจการย่อยเนื้อสัตว์ที่ทำประจำ เห็ดแม้โปรตีนไม่มากเท่าเนื้อสัตว์ แต่มีกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายต้องการครบถ้วนเมื่อเทียบกับผักชนิดอื่น ทั้งยังเป็นแหล่งที่ดีของวิตามิน แร่ธาตุ รวมทั้งธาตุเหล็ก และซีลีเนียมซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วย ธัญพืชไม่ขัดสีและผลไม้ที่มีสารอาหารต่อสุขภาพ เช่น ส้ม กล้วย แอปเปิล ช่วยบำรุงสุขภาพผิว และเส้นใยอาหารจากผลไม้ช่วยให้ระบบย่อยและการขับถ่ายเป็นปกติ ป้องกันท้องผูก ผักถ้าจะให้ได้ประโยชน์สูงสุดควรกินผักสดหรือลวกมากกว่านำมาผัดที่ใช้น้ำมันราดจนเยิ้มหรือผัดน้ำมันแต่น้อย”
ดร.ชนิดา แนะนำว่า ควรกินผักให้ครบ 5 สี คือ สีแดง ส้มจากมะเขือเทศ พริกสุก แครอต ช่วยลดคอเลสเตอรอลส่วนเกิน ลดอัตราเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ สีดำ น้ำเงิน ม่วง จากถั่วดำ เผือก มะเขือม่วง ช่วยในการบำรุงไต สีเหลืองจากฟักทอง ถั่วเหลือง มะม่วงสุก ข้าวโพด บำรุงม้าม สีเขียว เช่น ผักคะน้า ผักบุ้ง ถั่วฝักยาว ช่วยบำรุงตับ และสีขาวจากลูกเดือย ผักกาดขาว บำรุงปอด ซึ่งควรกินสลับกันไปในแต่ละวัน และต้องงดเว้น กระเทียม หัวหอม กุยช่าย หรือผักที่มีกลิ่นฉุน
“การกินเจที่ดีต่อสุขภาพต้องระวังอาหารประเภทแป้งและไขมัน ถ้าเผลอกินอาหารที่ปรุงสำเร็จซึ่งมักใช้หมี่กึงซึ่งเป็นแป้งทำเลียนแบบเนื้อสัตว์ความอ้วนมาเยือนแน่ ควรเลือกที่ปรุงด้วยผัก เต้าหู้และโปรตีนเกษตร ส่วนอาหารทอดๆ ก็ไม่ควรกินเยอะ ควรเลี่ยงรสเค็มจัดเพราะเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้ และให้กินประเภทต้มหรือนึ่งจะดีกับสุขภาพมากกว่า ที่สำคัญอย่าลืมขยับกาย เคลื่อนไหวให้เหงื่อออกทุกวัน”
6 วิธีดูแลสุขภาพแบบ นิว ปทิตตา
ตื่นเช้าดื่มน้ำแก้วใหญ่ 1 แก้ว
ออกกำลังกายด้วยการเล่นโยคะเวลาว่าง
รับประทานอาหารที่ไม่มันหรือหวานมาก แต่เน้นผักเพื่อช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ส่วนน้ำอัดลมไม่ชอบ ไม่ใช่กลัวอ้วนแต่ดื่มแล้วจะรู้สึกคอแห้งจึงชอบน้ำเปล่ามากกว่า
หาอาหารที่ชอบกินหรือไปดูหนังทุกแนว โดยเฉพาะการ์ตูนแอนิเมชันเพื่อผ่อนคลายความเครียด
รับประทานวิตามินเสริมพวกวิตามินซี วิตามินรวมประจำ
ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าที่ไม่ผสมน้ำหอม ไร้แอลกอฮอล์เพราะเป็นคนผิวแพ้ง่าย และจะล้างหน้าให้สะอาด ไม่จับหน้าบ่อย







