
คู่หู คู่ชีวิต ประภัสสร-ชุติมา เสวิกุล
15 ก.ย.ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบแต่งงานขวบปีที่ 39 ระหว่าง “ประภัสสร เสวิกุล” นักเขียนแถวหน้าของเมืองไทย และศรีภรรยา “ชุติมา”
โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
15 ก.ย.ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบแต่งงานขวบปีที่ 39 ระหว่าง “ประภัสสร เสวิกุล” นักเขียนแถวหน้าของเมืองไทย และศรีภรรยา “ชุติมา” แม้วันเวลาจะผ่านมายาวนาน แต่ความรักของคนทั้งคู่ยังหวานชื่นจนหลายคนต้องแอบอิจฉา เพราะไม่ว่าไปไหนมาไหนจะเห็นทั้งสองไปด้วยกันแทบจะเหมือนเงาตามตัว
“คู่หู คู่ชีวิต” ประภัสสรชุติมา ดูแลกันและกันมาค่อนชีวิต ตั้งแต่เมื่อครั้งเป็นเพื่อนร่วมงานที่กระทรวงการต่างประเทศ จนถึงวันนี้ที่ทั้งคู่ต่างใช้ชีวิตหลังเกษียณทำประโยชน์ต่อสังคมอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ให้สมกับที่ “ประภัสสร” ได้รับเลือกเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2554
ทั้งสองรู้จักกันตั้งแต่ปี 2512 เพราะทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศด้วยกัน แม้จะอยู่คนละกอง แต่เพราะหน่วยงานมีขนาดเล็ก จึงรู้จักกันหมดและช่วยเหลือกัน ฝ่ายหญิงเข้ามาทำงานทีหลัง ฝ่ายชายจึงเป็นเหมือนพี่ใหญ่ที่คอยดูแลน้องๆ บวกกับทั้งคู่มีอายุไล่เลี่ยกัน แถมชอบอ่านและเขียนหนังสือเหมือนกัน ทำให้สนิทสนมและคอยช่วยเหลือกันมาตลอดนับตั้งแต่นั้น
ปัจจุบัน ทั้งสองคนยังผลิตงานเขียนอย่างสม่ำเสมอ โดยล่าสุด ประภัสสร กำลังสร้างสรรค์นวนิยายในโครงการวรรณกรรมเพื่ออาเซียน ของสมาคมอาเซียนประเทศไทย ซึ่งเขียนผลงานออกมา 5 เรื่องแล้ว และตั้งเป้าจะให้เสร็จครบ 10 เล่ม 10 ประเทศ ภายในปี 2558 นอกจากนี้ ประภัสสร ยังจัดรายการวิทยุและเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ ส่วน ชุติมา เป็นเจ้าของนามปากกา “นิลุบล นวเรศ” เขียนเรื่องบางเสี้ยวบางมุมเกี่ยวกับผู้หญิงในอาเซียน
ความตั้งใจที่จะทำประโยชน์ให้สังคม ประกอบกับได้รับยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ประภัสสร จึงมีภารกิจมากมาย แม้จะเกษียณราชการแล้ว ทั้งการประชุมให้คำปรึกษาหน่วยงานต่างๆ รับเชิญงานสัมมนา เดินสายบรรยายและสอนเรื่องการเขียนแก่นักเรียนนักศึกษา ไม่นับรวมงานสังคมต่างๆ ซึ่ง ชุติมา เป็นผู้จัดการคิวงานทั้งหมด และทำเช่นนี้มาตลอดที่ใช้ชีวิตร่วมกัน
ชุติมา เล่าว่า นอกเหนือจากงานบ้านงานเรือน ก็ทำหน้าที่ดูแลจัดการเรื่องต่างๆ ให้กับ ประภัสสร ทั้งเรื่องการประสานงานและนัดหมายต่างๆ เป็นเหมือนเลขานุการส่วนตัว บางงานก็รับแทน ประภัสสร ได้เลย แต่ถ้าไม่แน่ใจก็จะถามเจ้าตัวก่อน บางทีก็รับงานชนกันบ้าง เพราะบางงานก็เลื่อนกะทันหันหรือเปลี่ยนตารางไปมา
“พี่ภัสสรจะไม่ยุ่งในส่วนนี้ เขาจะเน้นทำงานอย่างเดียว เรื่องอื่นๆ เช่น ประสานงานและนัดหมายต่างๆ พี่จะดูแลให้ทั้งหมด พี่ภัสสรจะไม่รับโทรศัพท์ เป็นที่รู้กันว่าต้องโทรมานัดกับพี่”
นอกจากนี้ ชุติมา ยังช่วยหาข้อมูลสำหรับใช้จัดรายการวิทยุ รวมถึงช่วยตรวจทานต้นฉบับและนำต้นฉบับส่งสำนักพิมพ์
“ไม่ได้คิดว่าการทำงานตรงนี้เป็นธุรกิจ คิดว่าเป็นการช่วยเหลือกัน ยิ่งตอนนี้พี่ภัสสรเป็นศิลปินแห่งชาติ ก็ต้องทำประโยชน์ให้กับสังคมมากขึ้น งานไหนไปได้ก็ไป จะไม่ปฏิเสธ ยกเว้นไม่ว่างจริงๆ บางครั้งมีคนเชิญให้ไปสอนเด็กๆ ในต่างจังหวัด ใกล้ไกลแค่ไหนเราก็ไปสอนให้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็น อ.แม่สอด จ.ตาก จ.ภูเก็ต จ.พังงา โรงเรียนไหนเชิญมาก็ไปหมด รวมถึงโครงการศิลปินแห่งชาติสัญจรของกระทรวงวัฒนธรรม และองค์กรต่างๆ ที่เชิญร่วมกิจกรรมต่างๆ เราทั้งคู่จึงเดินทางกันบ่อยขึ้น”
ชุติมา บอกว่า ตอนนี้ให้น้ำหนักกับด้านการศึกษามากขึ้น โดยพยายามเดินสายไปร่วมงานของสถานศึกษาต่างๆ เพราะอยากแบ่งปันความรู้และมุมมองให้เด็กและเยาวชน เนื่องจากเด็กๆ เหล่านี้เป็นอนาคตของชาติ จึงอยากให้มองข้อเท็จจริงของชีวิตและประวัติศาสตร์ที่บางครั้งไม่ได้ถูกหยิบยกมาพูดถึง เพื่อให้พวกเขารู้จักยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีตและเข้าใจปัจจุบัน รวมทั้งรู้ถึงภาระที่มีประเทศชาติเมื่อเติบโตขึ้น
เธอยอมรับว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่มีความเห็นขัดแย้งกันบ้าง แต่ไม่เคยขัดแย้งรุนแรง เพราะตกลงกันว่า ถ้าคนหนึ่งกำลังร้อน อีกคนจะต้องเย็น หลังจากนั้นค่อยมาคุยกันใหม่ ตลอดเวลาที่ผ่านมาอยู่กันเหมือนพี่น้อง ความเข้าใจซึมซับมาเรื่อยๆ ไปไหนก็ไปด้วยกัน ผูกพันกันมาก เติมเต็มกันและกัน
มี 2 เรื่องที่ทั้งคู่ชอบไม่เหมือนกัน และบางครั้งทำให้แอบงอนกันบ้าง คือ การนอนและสะสมหนังสือ ประภัสสร เป็นคนนอนง่าย ทำงานเหนื่อยก็จะพักนอนแบบสะสมแต้ม แต่ฝ่ายหญิงไม่ค่อยนอน ส่วนเรื่องหนังสือ ชุติมา ชอบเก็บสะสมหนังสือจนเต็มบ้าน ขณะที่ ประภัสสร อยากให้โละออกไปบ้าง
ชุติมา บอกว่า “ประทับใจที่พี่ภัสสรเป็นสุภาพบุรุษมาก ตั้งแต่เป็นเพื่อนกัน ก็คอยดูแลห่วงใย หวังดีกับเราโดยไม่หวังผล พอแต่งงานกัน เขาก็คงเส้นคงวา เป็นคนที่ทำงานเพื่อสังคมโดยไม่มีอะไรแอบแฝง ตอนนี้หาผู้ชายแบบนี้ยากแล้ว”
ขณะที่ “ประภัสสร” ตอบสั้นๆ แบบเขินๆ ว่า ชอบที่คุณชุติมาเป็นคนดี ดูแลครอบครัวอย่างดี ให้ความรักความอบอุ่นกับคนในบ้าน
ชุติมา ทิ้งท้ายว่า เคล็ดลับที่ทำให้ความรักยืนยาว คือ คอยดูแลกันและกัน เชื่อใจและให้เกียรติซึ่งกันและกัน เพราะชีวิตคู่ต้องช่วยกันประคับประคอง ไม่ใช่ทำอะไรไม่ไว้หน้าอีกฝ่าย ครอบครัวก็คงไปไม่รอด
ประภัสสร และ ชุติมา ภาคภูมิใจกับลูกชาย 2 คน คือ ชาครีย์นรทิพย์ และ วรุตม์ชัย ที่เป็นบุคลากรที่ดีของสังคม โดยลูกชายคนโตเดินตามรอยพ่อแม่ ขณะนี้เป็นนักการทูตอยู่ที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน และมีผลงานเขียนออกมาแล้ว ใช้นามปากกาว่า ชาครีย์นรทิพย์ ส่วนลูกชายคนเล็กทำงานด้านคอมพิวเตอร์กราฟฟิกและดูแลเว็บไซต์ให้พ่อ
คู่รักนักเขียน ประภัสสรชุติมา ร่วมกันถักทอสายใยแห่งรักและสร้างครอบครัวเข้าสู่หลักไมล์ปีที่ 40 แม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แต่ความรักของทั้งคู่ยังหวานชื่นและงดงาม พลอยให้นึกถึงชื่อหนังสือเรื่องหนึ่งจากปลายปากกาของ ประภัสสร “ขอให้รักเรานั้นนิรันดร”







