
มาเฟียนักการเมืองไต้หวันสองคู่ขนานที่ลงตัว
แต่ไหนแต่ไรมา มาเฟียกับรัฐบาลเหมือนเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกันได้
ทว่า ดูเหมือนทฤษฎีนี้จะใช้ไม่ได้กับไต้หวัน ดินแดนที่มาเฟียและเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะบรรดานักการเมือง เปรียบเสมือนคู่บุญที่พึ่งพาอาศัยกันชนิดแยกไม่ออก
ที่สำคัญ อย่าดูถูกความสัมพันธ์นี้ว่าเป็นแบบผิวๆ ที่พร้อมจะกลายเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดได้เสมอเหมือนอย่างที่เห็นในหนัง
ยกตัวอย่างง่ายๆ จากกรณีการเสียชีวิตของ ลีจ้าวสง เจ้าพ่อมาเฟียไต้หวัน วัย 73 ปี ที่จากไปด้วยโรคมะเร็งตับเมื่อเดือนที่แล้ว งานนี้นอกจากจะไม่เห็นภาพลูกน้องในสังกัดตีรันฟันแทงกันเลือดสาดเพื่อช่วงชิงความเป็นใหญ่แล้ว
ยังเห็นพลพรรคมาเฟียแห่ร่วมงานอย่างพร้อมหน้า ไม่เว้นแม้แต่เพื่อนซี้ต่างวงการอย่างบรรดาคนมีสีจากแวดวงการเมืองที่ตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ชนิดไม่แบ่งแยกสีดำ (มาเฟีย)สีขาว (รัฐบาล)
ถือเป็นการตอกย้ำภาพความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่าง 2 วงการที่ต่างเอื้อผลประโยชน์กันอีกขั้น นับว่าไม่เสียแรงที่เมื่อครั้งมีชีวิตอยู่ ลี ได้เคยร่วมอุปถัมภ์ค้ำชูกันมา
เพราะนี่ยังไม่นับรวมหนี้บุญคุณอีกหลายๆ ครั้งที่เจ้าพ่อลีจารึกไว้ ด้วยการขันอาสาเป็นตัวกลางในการเจรจาเพื่อให้มีการปล่อยตัวนักการเมืองและนักธุรกิจที่ถูกจับไปเรียกค่าไถ่หลายต่อหลายครั้ง
แต่ที่ฮือฮาที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นความใจบุญและใจป้ำของเจ้าพ่อลี ที่แม้ตัวจะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่ยังขอฝากคุณความดีเอาไว้ให้ลูกหลานได้จดจำ
ด้วยการระบุในพินัยกรรมเพื่อแสดงถึงเจตจำนงที่ต้องการบริจาคเงิน 60 ล้านเหรียญไต้หวัน (ราว 61.8 ล้านบาท) เพื่อใช้ในด้านศาสนาและมนุษยธรรมอีกด้วย
เห็นหนังชีวิตของเจ้าพ่อลี ต้องยอมรับว่ามาเฟียน้ำดีในสังคมก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง แม้ว่าในบางเสี้ยวชีวิตอาจเดินไปในทางที่มืดมนบ้างก็ตาม







