
เนด กู๊ดวิน มาสเตอร์ออฟไวน์ เดินหน้าแล้วต้องไปให้สุดทาง
เป็นโอกาสดีที่ เนด กู๊ดวิน 1 ใน 4 มาสเตอร์ออฟไวน์ (Master of Wine) ของเอเชียและมาสเตอร์ออฟไวน์คนแรกของญี่ปุ่น
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
เป็นโอกาสดีที่ เนด กู๊ดวิน 1 ใน 4 มาสเตอร์ออฟไวน์ (Master of Wine) ของเอเชียและมาสเตอร์ออฟไวน์คนแรกของญี่ปุ่น เดินทางมายังประเทศไทย เพื่อร่วมงาน “LUCARIS Master of Wine Seminar” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ลูคาริสจัดขึ้นเพื่อเปิดประสบการณ์แห่งสุนทรียรสในการรับประทานอาหารและดื่มไวน์ที่สมบูรณ์แบบตลอดปีนี้ โดยจะจัดทั่วเอเชียเป็นจำนวน 6 ครั้ง ทำให้มีโอกาสได้ทำความรู้จักกับหนุ่มลอนดอนแต่ไปโตที่ออสเตรเลียและใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น แบบเจาะลึกทุกเรื่อง โดยเฉพาะกว่าจะมีสเตตัสต่อท้ายว่า มาสเตอร์ออฟไวน์
มาสเตอร์ออฟไวน์ คุณคือใคร
เนด เกริ่นถึงภาระหน้าที่ที่เขารับผิดชอบอยู่ตอนนี้ว่า นอกจากที่ทราบกันว่าเขาเป็น 1 ใน 4 มาสเตอร์ออฟไวน์ของเอเชียและมาสเตอร์ออฟไวน์คนแรกของญี่ปุ่นแล้ว เขายังทำงานในสื่อต่างๆ หลายแขนง เป็นที่ปรึกษาสำหรับห้องผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจให้กับสายการบินนิปปอน แอร์เวย์ และยังได้รับตำแหน่งผู้นำสูงสุดทางวิชาการ (Dux) ประจำปี 2555 จาก Len Evans’ Tutorial ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นโรงเรียนสอนหลักสูตรเกี่ยวกับไวน์ที่ดีที่สุดในโลกอีกด้วย
“ผมสนใจอยากจะไปมาสเตอร์ไวน์ เพราะผมชอบไวน์ หลายคนที่มาทำอาชีพนี้อาจจะไม่ได้รักไวน์ชอบไวน์ แต่สำหรับผม ผมชอบไวน์ ผมเริ่มดื่มไวน์ครั้งแรกตอนอายุ 15 ปี แต่มาดื่มหนักจนเมาไม่ได้สติตอนอายุ 18 ปี เพราะกฎหมายที่ซิดนีย์กำหนดว่าผู้ที่จะดื่มไวน์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายต้องมีอายุ 18 ปี ผู้ที่เป็นแรงบันดาลใจหรือชักจูงให้ผมตกหลุมรักไวน์คือคุณพ่อคุณแม่ผม ผมจำได้ว่าบนโต๊ะอาหารบ้านเราจะมีไวน์เป็นส่วนหนึ่งเสมอ อีกเหตุผลหนึ่งคือ ตอนอายุ 19 ปี ผมได้ไปเรียนด้านประวัติศาสตร์ไวน์อยู่ที่กรุงปารีสหลายปี ได้ชิมไวน์มากมายตอนอยู่ที่นั่น เลยพบตัวเองว่าชอบด้านนี้จริงๆ”
ในที่สุด ความชอบที่ปะทุอยู่ในใจนี้ ผลักดันให้เนดไปสอบเข้าสถาบันมาสเตอร์ออฟไวน์เพื่อหวังจะเป็นมาสเตอร์ออฟไวน์ ซึ่งกว่าจะสอบเข้าและจบหลักสูตรมาได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่น้อย เนื่องจากผู้ที่จะผ่านหลักสูตรนี้ ต้องสอบผ่าน 3 ส่วน ทั้งภาคทฤษฎี ปฏิบัติ และวิทยานิพนธ์ โดยก่อนที่จะเข้าสอบเพื่อเป็นมาสเตอร์ออฟไวน์ ต้องผ่านหลักสูตรการเรียนรู้เกี่ยวกับไวน์จากทางสถาบันเป็นเวลา 2 ปีก่อน
“ผมใช้เวลาเรียน 6 ปีครึ่งกว่าจะสำเร็จ เพราะการสอบค่อนข้างหิน ในส่วนภาคทฤษฎี จะมีข้อสอบ 4 ชุด แต่ละชุดให้เวลาทำ 3 ชั่วโมง เน้นความรู้เกี่ยวกับการปลูกองุ่น การทำไวน์ ธุรกิจไวน์ และประเด็นร่วมสมัย ส่วนภาคปฏิบัติ ผู้สอบจะต้องปิดตาชิมไวน์ 12 ชนิด ซึ่งจะทำการทดสอบ 3 ครั้ง แต่ละครั้งใช้เวลา 2 ชั่วโมง 15 นาที และสุดท้ายจะเป็นการทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับอุตสาหกรรมไวน์ ความยาว 1 หมื่นคำ โดยผู้สอบจะต้องสอบผ่านทั้ง 3 หมวด จึงจะได้เป็นมาสเตอร์ออฟไวน์”
ไวน์กับคนเอเชีย
ทำความรู้จักกับเนดมาได้สักพักชักสงสัยว่าหน้าฝรั่ง ตาน้ำข้าว มองมุมไหนก็ไม่ญี่ปุ่นสักนิด แต่ทำไมถึงได้ชื่อว่าเป็นมาสเตอร์ออฟไวน์คนแรกของญี่ปุ่น ทั้งหมดหนุ่มเนดอธิบายแบบสั้นกระชับว่า โตที่ออสเตรเลีย แต่ตอนอายุ 15 ปี ครอบครัวย้ายไปอยู่ที่ญี่ปุ่น ทุกวันนี้เลยมีบ้านอยู่ทั้งในออสเตรเลียและญี่ปุ่น แถมเนดยังอยู่ญี่ปุ่นมาตลอดเหมือนเป็นบ้านหลังที่สอง จนได้เป็นพลเมืองของญี่ปุ่นแล้ว แถมเนดยังกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า เขาพูดภาษาญี่ปุ่นคล่องมาก
ด้วยเหตุนี้เอง เนดจึงได้ชื่อว่าเป็นทั้งมาสเตอร์ออฟไวน์คนแรกของญี่ปุ่น และ 1 ใน 4 มาสเตอร์ไวน์ของเอเชีย ซึ่งเนดบอกว่าที่มีน้อยไม่ใช่เพราะมีการจำกัดจำนวน แต่มาสเตอร์ออฟไวน์ส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป เนื่องจากวัฒนธรรมของเอเชียยังไม่นิยมดื่มไวน์เหมือนในประเทศยุโรป โดยเฉพาะประเทศไทยที่การดื่มไวน์ยังจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่ม เนื่องจากมีราคาค่อนข้างแพง
อย่างไรก็ตาม ด้วยวัยที่มากขึ้น เนดบอกว่า บางครั้งเขาต้องเลือกโอกาสในการดื่มมากขึ้น วิธีที่เนดใช้บ่อยๆ คือ ในการชิมไวน์แต่ละครั้ง เขาอาจจะกินไม่หมดขวด หรือชิมแล้วบ้วนทิ้ง วิธีนี้แม้อาจไม่ใช่ทางออก 100% เพราะบางครั้งไวน์ถูกร่างกายดูดซึมไปแล้ว แต่อย่างน้อยก็ลดปริมาณไวน์ในร่างกายได้ เพราะแต่ละวันด้วยอาชีพทำให้เขาต้องเทสต์ไวน์จำนวนมาก ส่วนในอนาคตเนดปรารถนาจะกลับไปใช้ชีวิตที่ออสเตรเลีย โดยเอาความรู้ที่มีไปถ่ายทอดให้เด็กรุ่นใหม่
“ผมอยากฝากถึงคนที่ฝันทุกคนว่า ให้มุ่งมั่นตามความฝันไปเรื่อยๆ อย่างผมเองก็ไม่เคยทิ้งความฝัน เดินหน้าเพื่อสิ่งที่ชอบมาตลอด ผมว่าถ้าคนเรามัวไปเสียเวลาทำสิ่งที่ไม่ชอบ ทำไปก็ทำไม่ได้ดี แต่ถ้ามีสิ่งที่ถนัดและชอบขอให้ตามฝันไปให้ถึงที่สุด แล้วจะพบความสุขจากการได้ทำเอง ไม่ว่าคุณจะอยากทำอาชีพไหน”
ฝันวัยเด็กของเนด
เนด บอกว่า ตอนเล็กๆ อยากเป็นตำรวจ แต่พอโตขึ้นมาเริ่มอยากเป็นนายแบบ นักแสดง ซึ่งเนดก็ไปเรียนด้านการละคร การแสดงที่นิวยอร์ก แต่สุดท้ายมาเอาดีด้านไวน์เสียก่อน
ไลฟ์สไตล์
วันว่าง เนด บอกว่า ชอบไปออกกำลังกาย ส่วนใหญ่เน้นวิ่ง แต่ถ้ามีเวลาหยุดยาว ชอบเดินทาง เนดบอกว่า เขาเดินทางเยอะมาก ปีละประมาณ 120 วัน โดยเฉพาะจะเดินทางในเอเชีย เพราะอย่างน้อยเขามีบ้านที่ออสเตรเลียและญี่ปุ่นไว้สำหรับเป็นฐานที่พักแรม
ของสะสม
แน่นอนว่า เนดสะสมไวน์ไว้จำนวนมาก เฉพาะในบ้านที่ญี่ปุ่นซึ่งไม่ค่อยมีที่มากนัก เนดเก็บสะสมไว้ 500 ขวด แต่บ้านพ่อแม่ที่ออสเตรเลียสะสมไว้ 1,000-2,000 ขวด







