
สมาชิก พ.ส.ล. ทั่วโลกร่วมฉลอง 100 ปีสมเด็จพระสังฆราช
องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) เชิญภาคีสมาชิกจำนวน 235 คน จาก 47 ประเทศ มาร่วมประชุมนานาชาติที่กรุงเทพมหานคร
โดย...สมาน สุดโต
องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) เชิญภาคีสมาชิกจำนวน 235 คน จาก 47 ประเทศ มาร่วมประชุมนานาชาติที่กรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมฉลองพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ วันที่ 30 ก.ย.3 ต.ค. 2556 ณ ห้องประชุมใหญ่ พ.ส.ล.
พัลลภ ไทยอารี เลขาธิการ พ.ส.ล. กล่าวว่า องค์การเชิญภาคีสมาชิกที่มีอยู่ทั่วโลกเข้าร่วมกิจกรรมด้านวิชาการ และการทำบุญตักบาตร ในวันที่ 1 ต.ค. ที่สำนักงานใหญ่ พ.ส.ล. สวนเบญจสิริ วันเดียวกันเวลา 16.00 น. ประธานองค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์ สปป.ลาว พระมหาผ่อง สะมะเลิก อายุ 98 ปี จะแสดงปาฐกถาพิเศษเรื่องพระพุทธศาสนาใน สปป.ลาว
วันที่ 2 ต.ค. มีการประชุมทางวิชาการต่อ โดย พระ ดร.อนิล ศากยะ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ที่พระศรีศากยวงศ์วิสุทธิ์ เป็นกรณีพิเศษในวันที่ 3 ต.ค. จะแสดงปาฐกถาพิเศษ เรื่องญาณสังวร
ในวันที่ 3 ต.ค. ซึ่งเป็นวันฉลองพระชันษาสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชนั้น สมาชิก พ.ส.ล. ที่ร่วมประชุมจะเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ทางรัฐบาลจัดขึ้นเท่าที่โอกาสจะเอื้ออำนวย เนื่องจากเป็นวันสำคัญ ที่ประชาชนทุกภาคส่วนจะเข้าร่วมกิจกรรมมากเป็นพิเศษ ทั้งที่วัดบวรนิเวศวิหาร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และพิธี ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
ในโอกาสพิเศษนี้ วารสาร พ.ส.ล. ฉบับเดือน พ.ค.ส.ค.2556 อัญเชิญพระประวัติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช มาตีพิมพ์โดยละเอียด พร้อมทั้งคำถวายพระพรจากแผน วรรณเมธี ประธาน พ.ส.ล. อาจารย์ ดร.คุรุเก จากศรีลังกา ที่เสนอมุมมองที่มีต่อสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ที่ยังไม่มีใครทราบอีก 1 บทความ
วารสาร พ.ส.ล. ฉบับฉลอง 100 ปี
สารของแผน วรรณเมธี ประธาน พ.ส.ล. ได้กล่าวถึงวารสารว่า
เป็นฉบับฉลองพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งรัฐบาลและคณะสงฆ์ไทยพร้อมใจบำเพ็ญกุศลน้อมถวาย
พ.ส.ล.น้อมสำนึกในพระเมตตาคุณที่พระองค์ทรงมีต่อองค์การมาเป็นเวลานาน ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ จึงได้จัดประชุมชาวพุทธนานาชาติขึ้นที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 30 ก.ย.3 ต.ค. 2556 ภายใต้หัวข้อ ญาณสังวร : ต้นแบบชาวพุทธแห่งศตวรรษที่ 21 ทั้งนี้เพราะพระองค์ทรงเมตตารับ พ.ส.ล. ไว้ในพระสังฆราชูปถัมภ์ ทรงเกื้อกูลกิจการของ พ.ส.ล. นับตั้งแต่ก่อตั้งก่อนที่พระองค์จะได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช และทรงสนับสนุนให้ พ.ส.ล.ประกาศให้วันที่ 6 ส.ค.ของทุกปี เป็นวัน The World Meditation Day รวมทั้งทรงสนับสนุนในการก่อตั้งมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งโลก ของ พ.ส.ล. ด้วย
สำหรับการฉลองพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช เป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. มีกิจกรรมที่ควรกล่าวถึง คือ การประชุมเสวนาพระธรรมทูตไทย ที่กระจายอยู่ 4 ทวีปทั่วโลก เพื่อน้อมรำลึกถึงคุณูปการที่พระองค์ทรงเป็นผู้สนับสนุนกิจการพระธรรมทูตมาตั้งแต่ พ.ศ. 2509 ก่อนที่จะได้รับการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช
อย่างไรก็ตาม ใคร่ขอเรียนว่าอย่าให้การฉลองพระชันษา 100 ปี ของสมเด็จพระสังฆราช เป็นเพียงการฉลองตามประเพณี เมื่อสิ้นสุดวันสำคัญแล้ว ก็จบไปแค่นั้น แต่ใคร่ขอให้ชาวพุทธและผู้ใฝ่ใจในธรรม ขวนขวายหาคำสอน หรือปฏิบัติตามรอยพระบาทแห่งพระองค์ท่าน จึงจะเป็นการฉลองพระชันษา 100 ปี ซึ่งพระองค์ต้องอนุโมทนาแน่นอน ทั้งนี้เพราะพระองค์ท่านเป็นนักปราชญ์ มีงานพระนิพนธ์ มีคำสอน อีกทั้งทรงมีปฏิปทาและวัตรปฏิบัติอันควรศึกษา และปฏิบัติตามมากด้วยเช่นกัน
ขออนุญาตยกคำสอนของพระองค์ที่ควรศึกษา ได้แก่ เรื่องศาสนาและทศพิธราชธรรม ที่เป็นพระธรรมเทศนาในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2523 ซึ่งเป็นช่วงที่บ้านเมืองผ่านวิกฤตมาไม่นาน โดยสำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช นำมาพิมพ์เผยแผ่ในวาระครบ 24 ปี แห่งการดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2556 เพราะเป็นคำสอนที่นำมาแก้ปัญหาสังคมไทยได้ โดยไม่ล้าสมัย เช่น คำว่าศาสนานั้น พระองค์ให้คำจำกัดความว่า คือ คำสั่งสอน ที่ทุกคนต้องมี เพื่อสั่งสอนใจตนเองอยู่เสมอ หรือ ศาสนา แปลว่า ปกครอง ที่ทุกคนต้องมี เพื่อปกครองใจตนเอง ปกครองตนเองอยู่เสมอ
สำหรับทศพิธราชธรรมนั้น เป็นหลักธรรมที่ใช้ในการปกครอง ตั้งแต่คนส่วนใหญ่ถึงคนส่วนน้อย เป็นธรรมสำหรับพระราชาหรือนักปกครอง 10 ประการ กล่าวคือ มีทานต่อกัน มีศีลธรรมต่อกัน มีบริจาคต่อกัน มีความซื่อตรง อ่อนโยน ความเพียร ความไม่โกรธ เมตตาจิตต่อกัน มีความไม่เบียดเบียน ประกอบด้วยความกรุณาต่อกัน มีความอดทนต่อกัน มีความประพฤติไม่ผิดต่อกัน
ในการปฏิบัติตามรอยพระบาทนั้น (เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่า) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์นี้ทรงเป็นผู้ใคร่ในการศึกษามาตั้งแต่เป็นพระเปรียญ จึงเห็นว่าพระองค์ทรงมีความสามารถในการใช้ภาษาต่างๆ ได้ดี ทั้งภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน จีน บาลี และสันสกฤต นอกจากนั้นยังทรงมีความชำนาญในการอบรมจิต และปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นพระมหาเถระที่ทรงภูมิธรรมทั้งด้านปริยัติและปฏิบัติ (จึงขอเชิญชวนให้ปฏิบัติตามรอยบาทของพระองค์แล้วแต่กรณี)
ในฐานะประธาน พ.ส.ล. ที่มีสมาชิกทั่วโลก ขอน้อมถวายมุทิตาและน้อมจิตรำลึกถึงพระเมตตาคุณ พร้อมๆ กับชาวพุทธทั้งหลาย ในวาระที่พระองค์มีพระชันษา 100 ปี ขอให้พระองค์ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวพุทธทั้งหลาย จงทรงมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์ เป็นมิ่งขวัญของชาวพุทธตลอดกาลนานเทอญ
พระประวัติเบื้องต้น
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒมหาเถร) มีพระนามเดิมว่า เจริญ คชวัตร ประสูติเมื่อวันศุกร์ ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 11 ปีฉลู เบญจศก จ.ศ. 1275 ตรงกับวันที่ 3 ต.ค. 2456 ณ ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พระชนกชื่อ น้อย คชวัตร พระชนนีชื่อ กิมน้อย คชวัตร เป็นบุตรคนที่ 1 ในจำนวนพี่น้อง 3 คน
บรรพชาและอุปสมบทที่วัดเทวสังฆาราม จ.กาญจนบุรี มาประทับวัดบวรนิเวศวิหารเพื่อศึกษาตั้งแต่เป็นสามเณร บรรพชาแล้วช่วยพระอาจารย์สอนหนังสือที่วัดเทวสังฆาราม 1 พรรษา ย้ายมาอยู่วัดบวรนิเวศวิหารพร้อมทั้งญัตติเป็นพระธรรมยุต เมื่อ พ.ศ. 2476
พ.ศ. 2499 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงเลือกให้เป็นพระอภิบาล (พระพี่เลี้ยง) ของพระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในระหว่างที่ทรงพระผนวชเป็นพระภิกษุ และเสด็จประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ถึงวันที่ 5 พ.ย. 2499
ส่วนสมณศักดิ์ เริ่มเมื่อ พ.ศ. 2490 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นที่ พระโสภณคณาภรณ์ จนกระทั่งเลื่อนสูงขึ้นถึงชั้นเทพก็ยังใช้พระราชทินนามเดิม
พ.ศ. 2515 ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ สมเด็จพระญาณสังวร
21 เม.ย. 2532 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็น สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
พระองค์เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ทรงพระชันษายั่งยืนสถาพรนับได้ 100 ปี และเป็นสมเด็จพระสังฆราชที่ทรงดำรงตำแหน่งมานานได้ 24 ปี เหนือสมเด็จพระสังฆราชพระองค์อื่นๆ
ทีฆายุโก โหตุ มหาสังฆราชา







