
แบกเป้ขึ้นรถเมล์ ลงรถไฟตะลุยในเกียงกิ
หลายคนคุ้นเคยกับคำว่า “จังหวัดเกียงกิโด” (Gyeonggido) แต่เราขอเรียกว่า “จังหวัดเกียงกิ” เพราะคำว่า “โด” ในภาษาเกาหลีแปลว่าจังหวัด
หลายคนคุ้นเคยกับคำว่า “จังหวัดเกียงกิโด” (Gyeonggido) แต่เราขอเรียกว่า “จังหวัดเกียงกิ” เพราะคำว่า “โด” ในภาษาเกาหลีแปลว่าจังหวัด หรือบางคนอาจออกเสียงเป็น “คยองกี” ก็ไม่ผิด เพราะสามารถออกเสียงได้หลากหลายรูปแบบ จังหวัดนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงโซล เดินทางไปได้ไม่ไกลมากนัก เหมาะสำหรับใครที่อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศ อยากค้นหามุมอื่นๆ ของเกาหลีใต้ และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากจะท่องเที่ยวด้วยตัวเองอย่างอิสระไม่พึ่งพาทัวร์ วันนี้เรามีสถานที่ท่องเที่ยวและวิธีการเดินทางมาแนะนำ
ผลจากการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานทำให้จังหวัดเกียงกิมีระบบขนส่งดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขนส่งด้วยระบบราง ที่เข้าถึงและสามารถเชื่อมโยงกับระบบขนส่งอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก้าวล้ำไปด้วยระบบการชำระค่าโดยสารด้วยบัตรแทนเงินสด T Money เพียงบัตรเดียวก็สามารถใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะได้ทุกประเภท สามารถซื้อหาได้ง่ายดายตามร้านสะดวกซื้อที่มีตราสัญลักษณ์ T Money
สถานที่แรกสุดในการเดินทางของเราคือ One Mount ตั้งอยู่ที่เมือง Goyang เราจึงออกเดินทางด้วยรถไฟฟ้า จากสถานีซูวอนไปยังสถานี Juyeop ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึง จากนั้นเราใช้บริการรถแท็กซี่ต่อไปยัง One Mount อีกประมาณไม่ถึง 10 นาที จากนั้นเราชำระค่าโดยสารด้วยบัตร T Money เพียงแค่สแกนเข้ากับเครื่องรับ จากนั้นเครื่องก็จะพิมพ์ใบเสร็จรับเงินให้ในเวลาไม่ถึง 1 นาที
One Mount คือธีมพาร์คขนาดใหญ่อันดับ 3 ของเกาหลี เปิดตัวเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ 1 หมื่นคนต่อวัน ไฮไลต์สำคัญคือสวนน้ำขนาดใหญ่ ทั้งในร่มและกลางแจ้ง ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยได้มาตรฐาน นอกจากนั้นที่นี่ยังมีลานไอซ์สเกตขนาดใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ มีสปา เซาน่าและศูนย์กีฬาในร่มที่มีการปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม จึงสามารถทำกิจกรรมได้ตลอดทั้งปี เหมาะสำหรับการพาครอบครัวมาทำกิจกรรมร่วมกันในวันหยุดหรือวันพักผ่อน
จังหวัดเกียงกิยังมีชื่อเสียงเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เพราะเพียงแค่นั่งรถไฟออกไปยังเขตชานเมือง เช่นที่เมือง Gapyeong ก็จะพบเจอกับธรรมชาติที่สวยงามและสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังมากมาย ซึ่งตรงหน้าสถานีรถไฟ Gapyeong มี Tourist Information ตั้งอยู่ สามารถเข้าไปขอคำปรึกษาเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว และที่นี่เป็นจุดสำหรับรอรถบัสรับส่งไปยังหมู่บ้าน Petite France ได้อีกด้วย ให้บริการ 7 เที่ยวต่อวัน ค่าโดยสารตกคนละ 5,000 วอน หรือราวๆ 140 บาท จากนั้นนั่งรถบัสไปอีกประมาณ 25 นาที ก็จะถึงหมู่บ้าน Petite France ซึ่งเราจะไปค้างที่นั่น 1 คืน หากใครไม่ได้แวะค้างคืนแต่ต้องการเข้าชมสถานที่เพียงอย่างเดียว เราแนะนำให้ไปขอเกียงกิคูปองบุ๊ก ซึ่งภายในเล่มจะมีคูปองส่วนลดค่าเข้าชมหมู่บ้าน Petite France สามารถขอรับฟรีได้ที่องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีประจำประเทศไทย อาคารอินเตอร์เชนจ์ชั้น 25 ถนนสุขุมวิท
หมู่บ้าน Petite France โดดเด่นและสวยงามด้วยอาคารสีสันสดใส จำลองมาจากหมู่บ้านฝรั่งเศสในแถบเทือกเขาแอลป์ ภายในจัดแสดงงานศิลปะจากฝรั่งเศส และรวมถึงจัดแสดงประวัติและผลงานของนักเขียนชาวฝรั่งเศสชื่อดัง “อองตวน เดอ แซ็งเตก ซูว์เปรี” ผู้เขียนนวนิยายเรื่องเจ้าชายน้อย นอกจากนั้นที่นี่ยังมีการแสดงหุ่นกระบอกกลางแจ้งน่ารักๆ ในสไตล์ฝรั่งเศสให้ชมอีกด้วย
การเข้าพักที่ Petite France อาจไม่เป็นที่นิยมมากนัก เพราะห้องพักมีจำนวนจำกัด จึงทำให้บริษัททัวร์ต่างๆ ไม่สามารถพาลูกทัวร์มาพักที่นี่ได้ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวอิสระแล้ว สามารถติดต่อจองห้องพักได้ตามที่อยู่ในเว็บไซต์ของ Petite France ซึ่งภายในห้องพักจัดตกแต่งได้อย่างสวยงามในสไตล์ฝรั่งเศส มากไปกว่านั้นบรรยากาศที่นี่ก็สดชื่น เพราะรายล้อมไปด้วยขุนเขาและมีทัศนียภาพสวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามเช้าที่นี่จะถูกปกคลุมด้วยหมอกจากทะเลสาบ Cheonpyeong และทอแสงสีทองจากแสงดวงอาทิตย์
ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยเริ่มรู้สึกจำเจกับรูปแบบการท่องเที่ยวสถานที่เดิมๆ ในเกาหลี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงโซล ซึ่งถูกบรรจุอยู่ในโปรแกรมทัวร์ที่แทบจะเหมือนกันทุกบริษัท จริงๆ แล้วเกาหลีใต้นั้นยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมายที่อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักหรือยังไม่ตอบโจทย์สำหรับบริษัททัวร์ นี่เองคือข้อได้เปรียบของการท่องเที่ยวอิสระ เพราะสามารถเลือกที่จะเดินทางไปยังสถานที่ไหนก็ได้ตามที่ต้องการ และที่สำคัญคือ ผลพวงจากความพยายามในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในเกาหลีใต้ยังเอื้อประโยชน์ให้นักเดินทางอิสระสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย น่าอิจฉาคนเกาหลีจริงๆ ไม่มีรถก็สามารถไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือเที่ยวชานเมืองได้สบายๆ ด้วยระบบขนส่งมวลชน หากใครที่สนใจข้อมูลก็ลองติดต่อได้ที่องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีประจำประเทศไทย เดือน ต.ค.ที่กำลังจะมาถึงนี้ ประเทศเกาหลีใต้เริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ยังพอมีเวลาในการเตรียมตัวสำหรับใครที่อยากเดินทางท่องเที่ยวอิสระในเกาหลีใต้







