
เวลาที่เสียไปกับสเตตัส
โดย...โยโมทาโร่
โดย...โยโมทาโร่
สถานการณ์ ฟ้าใสเป็นสาวรุ่นใหม่ที่ชอบอัพสเตตัสเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉลี่ยต่อวันแล้วเธอแทบจะอัพสถานะทุก 1 ชั่วโมง อัพทุกเรื่อง ดูข่าว ดูละคร คิดอย่างไร เชียร์ใคร เกลียดใคร โดนด่ามา หรือด่าเขาไป อัพตลอดทุกเวลา และทุกสถานที่ ไม่ว่าจะกิน นอน อยู่ในห้องน้ำ นั่งรถเมล์ บนโต๊ะทำงาน ในห้องประชุม ทุกที่ที่เธอสามารถเอาสมาร์ทโฟนเข้าไปได้เธออัพหมด
ที่สำคัญไม่ได้อัพเพียงแอพเดียว เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ไลน์ โฟร์สแควร์ วีแชท และแทงโก้ แทงเก๋ เธอเล่นหมด ซึ่งการอัพสเตตัสหลายๆ แอพก็สามารถผูกกันได้ไม่ต้องเสียเวลามาก แต่การอัพสถานะพร้อมๆ กันเกือบ 10 แอพน่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 5 นาทีต่อครั้ง รวมเวลาโหลดแอพกับคิดก่อนพิมพ์อีกนิดหน่อย เท่ากับว่าใน 1 วันเธอน่าจะใช้เวลาทำกิจกรรมประมาณ 12 ชั่วโมง ก็เท่ากับว่าเธอใช้เวลาไปกับการอัพสเตตัสเพียงอย่างเดียวเฉลี่ยที่ 60 นาที นี่ยังไม่นับเวลารอคนมากดไลค์หรือให้หัวใจอีกนะ
ดูแล้วการอัพสเตตัสคงไม่ใช่ปัญหาที่น่ากลัวอะไรในโลกออนไลน์ แต่สิ่งที่ฟ้าใสลืมคิดไปก็คือสเตตัสที่มากเกินไปจะสร้างความรำคาญให้กับเพื่อนๆ ที่เล่นเฟซบุ๊กด้วยกัน พวกเขาจึงเริ่มตั้งคำถามกับฟ้าใสว่า เธอจะอัพไปเพื่ออะไร? เงินก็ไม่ได้ แถมเพื่อนๆ ก็ไม่ได้อยากรู้ด้วยว่าเธอจะไปเข้าห้องน้ำ หรือไปเดินเล่นที่ไหน ฟ้าใสน้ำตาเอ่อ...เธอถามกลับไปว่าเธอผิดอะไร?
ทางออก ที่จริงแล้วฟ้าใสก็ไม่ได้ผิดที่อัพสเตตัส เพราะเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่เธอผิดที่เธอไม่คิดรักษาความเป็นส่วนตัว ซึ่งหมายถึงความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินที่มาคู่กัน ในชีวิตจริงเราไม่รู้หรอกว่าคนรอบข้างจะมีใครคิดร้ายอะไรกับเราบ้าง เราจะทะเลาะกับแฟน กับพ่อกับแม่ คนเหล่านั้นก็อาจจะเอาเราไปพูดในทางเสียหาย ซึ่งบางครั้งเป็นการทะเลาะกันเล็กๆ น้อยๆ แต่พออัพเสตัส คนที่อ่านจะมองบุคคลที่เรามีปัญหาเป็นคนไม่ดีไปด้วย ทั้งที่เขาไม่ได้เป็นแบบนั้น
สำหรับเพื่อนๆ เราก็จะไปบอกให้เขาอันเฟรนด์ในเฟซบุ๊ก หรือทวิตเตอร์ถ้าเขารำคาญหรือไม่ชอบ ก็คงไม่ใช่ เพราะต้องติดต่อเรื่องการทำงานกันอีก
ดังนั้น ฟ้าใสน่าจะลองลดการอัพสเตตัสลงเหลือเฉพาะเรื่องที่จำเป็น หรืออัพเฉพาะเรื่องราวดีๆ ที่อยากให้คนอื่นจดจำ แล้วเอาเวลาที่เหลือไปทำสิ่งที่ดีกว่าตามความถนัดของเธอ เช่น ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ หรือดูหนังฟังเพลงที่ชอบยังน่าจะดีกว่าอัพสเตตัสที่ไม่ใช่เรื่องแก่นสารของชีวิต
Ask the Expert
Q : อยากหากิจกรรมที่ช่วยทำให้เด็กรู้จักควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น
A : ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันพัฒนาเด็ก อินไซต์คิดส์ (www.insightkids.co.th) แนะนำว่า กิจกรรมสร้างสรรค์ที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์เด็กๆ ในช่วง 6 ปีแรกจะพัฒนาบุคลิกลักษณะ นิสัยใจคอ และภาวะทางอารมณ์ที่ติดตัวพวกเขาไปตลอดชีวิตทีเดียว เพราะฉะนั้น การดูแล อบรม เลี้ยงดูเด็กๆ อย่างเหมาะสมในวัยนี้จึงสำคัญอย่างยิ่ง
คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้กิจกรรมสร้างสรรค์ดังต่อไปนี้ในการส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์ของลูกรัก
วาดรูปสื่อความรู้สึก นักจิตวิทยาการปรึกษาใช้เทคนิคนี้กับเด็กเล็กๆ ที่ยังสื่อสารด้วยคำพูดไม่ได้มาก ในการเป็นจุดเริ่มต้นการสนทนา ถามให้พวกเขาอธิบายผลงานชิ้นนั้นให้คุณฟัง ตั้งคำถามนำว่าเกิดอะไรขึ้นในรูปนั้น
สร้างนิทานให้สถานการณ์ในเรื่องราวเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ให้เด็กๆ จินตนาการว่าเรื่องราวดำเนินต่อ หรือจบอย่างไร เพื่อให้พวกเขาเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นในแต่ละหน้าว่าใครทำอะไรกับใคร รู้สึกอย่างไร ผลของการกระทำเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้จะทำให้เด็กๆ รู้จักสถานการณ์ รู้จักควบคุมอารมณ์และหาทางออกที่อย่างถูกต้อง
He Said/She Said
หนุ่มพนักงานบริษัท
“ผมยังไม่มีแฟนเลยครับ (หัวเราะ) แต่อยากมีแฟนสวยๆ น่ารักๆ นิสัยดีๆ ผมเชื่อว่าสักวันผมต้องหาเธอเจอ ถ้าไม่เจอผมก็จะลดคุณสมบัติลงเป็นน่ารักอย่างเดียวก็พอแล้วครับ (หัวเราะ)”
หญิงพนักงานบริษัท
“หายากจังสเปก (หัวเราะ) คือจะชอบผู้ชายหล่อ แมนๆ ล่ำๆ แต่เดี๋ยวนี้หนุ่มๆ ส่วนใหญ่จะมีกล้ามก็กล้ามปูไปเลย ไม่ก็ผอมแห้งแรงน้อย ดิฉันจะชอบแบบไม่เกินพอดี ชอบแบบแมนๆ หุ่นสมส่วนก็พอแล้วค่ะ”
Quote
“ทุกๆ คนมักจะหลงเชื่ออย่างง่ายดายและไร้เหตุผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องที่พวกเขากลัว หรือมีจิตปฏิพัทธ์อยู่เป็นทุนเดิม”
ฌอง เดอ ลา ฟงแตน กวีและนักเล่านิทานชาวฝรั่งเศส







