posttoday
‘เมื่อพ่อและแม่ของแผ่นดินได้กลับบ้าน’ เรื่องเล่าชาวหัวหิน

‘เมื่อพ่อและแม่ของแผ่นดินได้กลับบ้าน’ เรื่องเล่าชาวหัวหิน

26 กันยายน 2556

‘เมื่อพ่อและแม่ของแผ่นดินได้กลับบ้าน’ เรื่องเล่าชาวหัวหิน

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร

นับตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.มาจนถึงวันนี้ เป็นเวลา 57 วันแล้วที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จกลับไปประทับ ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ด้วยพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงและดีขึ้นตามลำดับของทั้งสองพระองค์ นอกจากจะสร้างความสุขให้กับคนไทยทั้งประเทศแล้ว ยังได้นำพาความสุขให้คืนกลับมาสู่ชาว อ.หัวหิน อีกครั้ง

“ในคืนก่อนวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะเสด็จกลับมาประทับที่วังไกลกังวล เดียร์และคุณย่าได้ทราบข่าวจากทางทีวี เดียร์กับคุณย่าต่างนอนไม่หลับ โดยเฉพาะคุณย่า ท่านรีบสั่งการให้ทุกคนเตรียมวัตถุดิบการทำขนมให้พร้อม เพราะทั้งสองพระองค์จะเสด็จกลับมาแล้ว พอวันที่ท่านกลับมา เดียร์ก็ไปรับเสด็จกับคุณย่า เราทั้งคู่น้ำตาคลอเบ้า ตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก มันดีใจมาก ถ่ายภาพท่านมาด้วย แต่ไม่ค่อยชัดค่ะ แต่มีความสุข ไม่กี่วันหลังจากที่ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จกลับ ห้องเครื่องเสวยและข้าราชบริพารก็สั่งออร์เดอร์มาทางร้าน สั่งขนมไปเยอะมาก ความสุขของคุณย่ากับเดียร์ได้กลับมาอีกครั้งแล้ว และเราสองคนรวมทั้งชาว อ.หัวหิน อยากให้เป็นแบบนี้ตลอดไปค่ะ”

‘เมื่อพ่อและแม่ของแผ่นดินได้กลับบ้าน’ เรื่องเล่าชาวหัวหิน

 

หากนี่คือความในใจของหนึ่งในตัวแทนของลูกหลานชาว อ.หัวหิน “เดียร์-อัจนิริยา ศิลปสุนทร” ผู้บริหารร้านข้าวเหนียวมูนแม่นงนุช นี่คงเป็นความในใจที่แสนงดงาม นอกจากนี้เธอยังมีเรื่องเล่าตั้งแต่สมัยที่คุณย่าของเธอ “นงนุช ศิลปสุนทร” ได้รับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในฐานะผู้ทำขนมเทียนและข้าวเหนียวมะม่วงถวายให้ทั้งสองพระองค์

“ครอบครัวเดียร์เป็นครอบครัวขายขนมไทยมากว่า 60 ปีแล้วค่ะ เป็นร้านขนมร้านเล็กๆ ชื่อว่าร้านมีชัย หรือที่คนไทยและนักท่องเที่ยวรู้จักกันอีกชื่อหนึ่งคือ ร้านแม่นงนุช ขนมที่เป็นที่ติดอกติดใจและรู้จักกันดีก็เห็นจะเป็นข้าวเหนียวมะม่วง เรียกได้ว่าเป็นขนมที่ขึ้นชื่อของหัวหินมาอย่างยาวนาน ต้นตำรับมาจากคุณย่าของเดียร์นั่นเอง ตั้งแต่เดียร์จำความได้ เดียร์จะรู้สึกประทับใจและตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้รับออร์เดอร์สั่งขนมหรือข้าวเหนียวมะม่วงจากทางในวัง มันเป็นความภาคภูมิใจของเด็กคนหนึ่งที่รู้สึกตื้นตันใจอยู่ลึกๆ ว่า ท่านไว้วางใจข้าวเหนียวมะม่วงร้านของคุณย่าของเรา ซึ่งเดียร์เห็นสิ่งนี้มาโดยตลอด และคนที่มีความสุขไม่แพ้เดียร์เลยก็คือคุณย่านงนุชของเดียร์นั่นเอง”

อัจนิริยา เผยว่า เท่าที่เธอจำได้ ทุกครั้งที่มีออร์เดอร์จากห้องเครื่องเสวยในวัง สั่งข้าวเหนียวและขนมเทียนเพื่อขึ้นโต๊ะเสวย คุณย่าของเธอจะใช้ความประณีตในการจัดเตรียมข้าวของ อุปกรณ์ และคัดสรรวัตถุดิบสำหรับทำขนมเป็นอย่างมาก

‘เมื่อพ่อและแม่ของแผ่นดินได้กลับบ้าน’ เรื่องเล่าชาวหัวหิน

 

“คุณย่าท่านให้ความสำคัญกับความอร่อยและสวยงามของขนมมากถึงมากที่สุด อย่างขนมเทียน ท่านจะไม่ทำเป็นขนาดปกติทั่วไป แต่ท่านจะทำเป็นขนาดเล็กแบบพอดีคำ ครั้งหนึ่ง ตอนเดียร์เป็นเด็ก เดียร์เคยถามคุณย่าว่า ทำไมเราต้องทำคำเล็กๆ แบบนี้ด้วย เพราะมันทำยากกว่าทำเป็นชิ้นใหญ่ๆ ที่ทำขายอยู่หน้าร้านตั้งเยอะ คุณย่าตอบว่า ก็เพื่อให้พระองค์ท่านเสวยได้อย่างสะดวก ใบตองที่ใช้ห่อก็ต้องดูเขียวนวลตา น่ารับประทาน และต้องเลือกใบตองที่เมื่อนึ่งออกมาแล้วสีสันต้องดูสวยงาม นอกจากนี้คุณย่ายังใช้ผ้าสะอาดเช็ดใบตอง เช็ดแล้วเช็ดอีกจนแน่ใจว่าสะอาดจริงๆ จึงจะนำมาห่อขนม”

หากสิ่งที่คุณย่าของอัจนิริยาได้ปฏิบัติมาโดยตลอด นี่คงเป็นการปฏิบัติที่ค่อยๆ ซึมซับสู่หัวใจของหลานสาวคนนี้ จนทำให้หลานสาวเป็นคนที่สนใจในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ของการทำขนมมาโดยตลอด

“แม้คนทานจะไม่รู้ว่าผู้ทำขนมตั้งใจทำมากแค่ไหน แต่เราจะมีความสุขทุกครั้งที่มีลูกค้าชอบทานขนมของเรา เช่นเดียวกับที่ในหลวงและพระราชินีทรงปฏิบัติมาโดยตลอด นั่นคือทรงเป็นผู้ปิดทองหลังพระ จากพระราชกรณียกิจต่างๆ ของท่าน การเป็นผู้ให้กับคนไทยมาโดยตลอดชั่วอายุของพระองค์ท่าน ทำให้นอกจากเดียร์จะสานต่อธุรกิจขนมไทย ข้าวเหนียวมะม่วงของคุณย่าแล้ว เดียร์ยังอยากสานต่อเจตนารมณ์ของพระองค์ท่านในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่อาจจะไม่ได้มีบทบาทสำคัญอะไรมากมาย แต่อย่างน้อยก็ได้ซึมซับสิ่งดีงามจากพระองค์ รวมถึงคำสอนต่างๆ มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตของเรา และได้ถ่ายทอดให้คนทั่วไปบ้างตามวาระโอกาส”

‘เมื่อพ่อและแม่ของแผ่นดินได้กลับบ้าน’ เรื่องเล่าชาวหัวหิน

 

นอกจากการสานต่อร้านข้าวเหนียวมูนแม่นงนุชจากคุณย่าของเธอและสานต่อความจงรักภักดีที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถแล้ว อัจนิริยายังมีอีกบทบาทหนึ่งที่สำคัญ นั่นคือการเป็นครูสอนโยคะอีกด้วย

“เดียร์มีความมุ่งมั่นอยากสอดแทรกสิ่งดีๆ ให้กับคนที่มาเรียนโยคะกับเดียร์ โดยเฉพาะการรักษาสุขภาพ การดูแลเรื่องอาหารการกิน ซึ่งพระองค์ท่านทรงทำงานด้านนี้มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านเกษตร อย่างเช่น โครงการเกี่ยวกับกสิกรรมไร้สารพิษแบบพอเพียง ซึ่งทำให้ทุกวันนี้เดียร์ได้นำเอาแนวทางจากโครงการพระราชดำริของพระองค์ท่านมาปรับใช้ เพราะอยากให้คนไทยรักสุขภาพ ดูแลตัวเอง และซึมซับสิ่งดีงามจากในหลวงและพระราชินีของเรา อย่างร้านขนมของเรา แม้จะมีส่วนผสมของน้ำตาล กะทิ หรือแป้งเยอะ แต่เราก็มีผักสลัดที่ส่วนหนึ่งของกรรมวิธีก็มาจากไอเดียของพระองค์ท่าน”

การที่อัจนิริยาเป็นครูสอนโยคะ เธอเล่าว่า วิชาโยคะทำให้เธอได้เห็นปัญหาสุขภาพของคนไทยมากขึ้น

“การเป็นผู้ให้ของพระองค์ สอนให้เดียร์อยากทำสิ่งนี้ เพราะมันดูยิ่งใหญ่และมีคุณค่าต่อชีวิตเดียร์ คือหากใครเจ็บป่วย มีปัญหาหลังหรือหัวเข่า ศาสตร์ของโยคะจะสามารถช่วยบำบัดได้ การทำสมาธิ การฝึกลมหายใจ จะมีประโยชน์ต่อการไหลเวียนโลหิต ซึ่งหากใครมีปัญหาตรงนี้ เดียร์จะสอนให้ฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่เขาต้องมีใบรับรองแพทย์มาว่าเขารักษาตรงนี้แล้วยังไม่ดีขึ้น เดียร์ช่วยได้ก็อยากช่วยให้เต็มที่”

‘เมื่อพ่อและแม่ของแผ่นดินได้กลับบ้าน’ เรื่องเล่าชาวหัวหิน

 

นอกจากการเป็นครูสอนโยคะ อัจนิริยากำลังจะทำบ้านพักเล็กๆ ชื่อว่าบ้านมะม่วง เป็นบ้านทรงหัวหินแบบโบราณที่มีอายุกว่า 60 ปี แล้วนำมาปรับปรุงใหม่ ซึ่งจะเปิดให้บริการปลายปีนี้

“สาเหตุที่ทำไม่มีอะไรมากค่ะ แค่ไม่อยากให้ที่ดินมันสูญเปล่า มีคนต่างชาติมาสนใจขอซื้อเยอะเหมือนกัน แต่คุณย่าไม่อยากให้ขาย ท่านบอกว่า สถานที่นี้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ประทับของในหลวงและพระราชินี คนไทยอย่างเราควรช่วยกันดูแล ช่วยสร้างพื้นที่นี้ให้ดูสมกับความเป็นไทย ถึงจะเจริญก็ให้เจริญด้วยพวกเราชาวไทย หากปล่อยขายให้ฝรั่ง เกิดวันดีคืนดี เพลี่ยงพล้ำไปรบกวนท่าน จะไม่ดี”

อัจนิริยา เผยว่า เธอและคุณย่ายังรักสุนัขเหมือนในหลวงท่านมากอีกด้วย “ไม่ไกลจากวังไกลกังวล จะมีศูนย์พิทักษ์สุนัข รับเลี้ยงสุนัขจรจัด ว่างๆ เดียร์จะไปให้ข้าวกับน้องหมา อย่างตอนที่น้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 บ้านที่กรุงเทพฯ ก็โดนน้ำท่วมเหมือนกัน มีสุนัขที่ถูกเจ้าของทิ้งไว้ในหมู่บ้านประมาณ 50 ตัว ก็เช่ารถ 10 ล้อ นำกลับมาเลี้ยงไว้ที่ที่ดินของคุณย่าที่หัวหินด้วยค่ะ คิดว่าถ้าเราปล่อยเขาไว้ เขาต้องตายแน่ๆ เลยนำมาด้วย ตอนนี้ก็อยู่ดี อ้วนพีทุกตัวเลยค่ะ”

‘เมื่อพ่อและแม่ของแผ่นดินได้กลับบ้าน’ เรื่องเล่าชาวหัวหิน

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง