posttoday
คุยกับณัฐวีร์ คุยกับใจ แล้วไปต่อ

คุยกับณัฐวีร์ คุยกับใจ แล้วไปต่อ

23 กันยายน 2556

คุณเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่บางเวลาอยากหนีไปไกลๆ เพื่ออยู่เงียบๆ คนเดียวบ้างไหม ถ้าใช่ คุณมีเพื่อนคู่คิดคู่คุยแล้วครับ

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

คุณเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่บางเวลาอยากหนีไปไกลๆ เพื่ออยู่เงียบๆ คนเดียวบ้างไหม ถ้าใช่ คุณมีเพื่อนคู่คิดคู่คุยแล้วครับ เธอคือผู้หญิงมากความสามารถ ที่ครึ่งหนึ่งของชีวิต เธอมีชีวิตอยู่เพื่อขีดเขียนและวาดภาพ ใช่แล้วครับ ผมกำลังพูดถึง “นัดณัฐวีร์ ลิมปนิลชาติ” หรือผู้อ่านคุ้นเคยเธอดี ในนามปากกา “มาบุชี่” ที่แปลว่าความสว่างไสว เปล่งประกาย ตอนนี้เธอกำลังมีผลงานเล่มใหม่ที่มีชื่อว่า “คุยกับใจ แล้วไปต่อ”

ผมได้อ่านหนังสือของเธอเล่มนี้แล้ว รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงขอจับเข่าคุยกับเธอ เพื่อค้นหาคำตอบว่า เมื่อเราได้อยู่เงียบๆ คนเดียว เพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย เราหลีกหนีได้จริงหรือเปล่า เราได้อยู่เงียบๆ เพื่อคุยกับใจตัวเองอย่างแท้จริงบ้างไหม

“ต้องยอมรับว่านัดเป็นคนค่อนข้างคิดมาก และเซนซิทีฟกับอะไรง่ายดายมาก เข้าข่ายว่าขี้น้อยใจด้วย เลยทำให้เป็นคนไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ นานเข้าก็เริ่มมองโลกในแง่ร้าย จนชอบใช้ชีวิตแบบสันโดษ ไม่ค่อยเข้าสังคม บวกกับหน้าที่การงานในปัจจุบันที่เลือกทำงานอิสระ ทำให้วันๆ ไม่ค่อยได้เจอใครมากมาย จึงมีเวลาที่ได้อยู่กับตัวเองค่อนข้างมาก ทำให้ฟุ้งซ่านมาก จนต้องเริ่มจัดระเบียบความคิดตัวเองเสียใหม่ และมันก็เลยเป็นไอเดียที่ไหนๆ ก็ต้องคิดทบทวนอะไรหลายๆ อย่างทำนองนี้บ่อยๆ อยู่แล้ว เลยเขียนเป็นหนังสือขึ้นมาซะเลย”

นี่คือที่มาของหนังสือเล่มนี้ และก้าวต่อมา คือการลงมือเขียน ผู้หญิงคนนี้บอกกับผมว่า ทุกกระบวนการทางความคิดของเธอ ใช้หลักธรรมะมาประยุกต์ใช้กับหลักของความเป็นจริง เหมือนอยู่กึ่งกลางระหว่างขาวกับดำ ที่น่าจะเข้าใจและเข้าถึงคนหมู่มากได้ง่ายขึ้น

“ถ้าลองได้อ่านหนังสือเล่มนี้ จะพบว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ใสสะอาด บริสุทธิ์ผุดผ่องจนเหมือนมองโลกในแง่ดีแบบไม่มีพิษมีภัยอะไร ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะโลกใบนี้มันเหมือนเหรียญสองด้านที่มีทั้งดีและร้ายปะปนกันอยู่แล้ว สิ่งที่เราต้องทำคืออยู่กับมันอย่างไรในสถานการณ์ต่างๆ ทำจิตใจและความคิดของตัวเองให้เข้มแข็งเพื่อปกป้องตัวเองโดยไม่ต้องทำร้ายใคร”

ณัฐวีร์ เผยว่า ใช้เวลาเขียนเนื้อหาเกือบสามเดือน ยิ่งลงมือเขียน ยิ่งแก้แล้วแก้อีก เพื่อให้มุมมองความคิดตกผลึกมากที่สุด

“ความยากของการทำงาน คือความท้าทายในการพยายามพัฒนาฝีมือการเขียนหนังสือของตัวเองให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลาค่ะ ในส่วนของเนื้อหาไม่ยากเท่าไหร่ เพราะมันมาจากสิ่งที่เราตั้งใจอยากเขียนอยู่แล้ว แต่ยากตรงที่จะถ่ายทอดออกมาอย่างไรให้คนอื่นเข้าใจ สนใจ และตรงกับวัตถุประสงค์ของตัวเองที่เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อให้คนอ่านอ่านแล้วเกิดความคิดเป็นไปในทางเดียวกัน ที่สำคัญคือนอกจากอยากให้มันเป็นหนังสือที่ดีแล้ว ก็อยากให้มันได้รับการตอบรับจากคนอ่านด้วย”

สำหรับหนังสือเล่มนี้ ณัฐวีร์ ชอบบทสุดท้ายของเล่มที่ชื่อ “ความสุขของการอยู่เงียบๆ คนเดียว” มากที่สุด เพราะมันเป็นบทสุดท้ายที่เขียน และสรุปเรื่องราวทุกอย่างของทั้งเล่ม ขมวดรวมจากแรงบันดาลใจเริ่มแรกที่อยากเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา

“โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายที่เขียนเอาไว้ว่า...ฉันรักช่วงเวลาที่ได้อยู่เงียบๆ คนเดียว เพราะมันช่วยให้ฉันได้หาเจอเหตุผลที่จะทำให้ฉันรักช่วงเวลาที่ฉันต้องอยู่กับคนอื่น...มันเป็นความคิดที่มาพร้อมกับการทำงานหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งได้ตอบคำถามตัวเองที่หาคำตอบไม่ได้ในหลายๆ ปีที่ผ่านมา”

ท้ายสุด ผมถาม ณัฐวีร์ ว่า เราทุกคนจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ได้อย่างมีความสุขได้อย่างไร “เอ็นจอยกับนาทีในปัจจุบันก็พอค่ะ หาสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของตัวเองให้เจอในแต่ละนาทีที่ผ่านไป เราก็มีความสุขแล้ว” ณัฐวีร์ กล่าวปิดท้าย

เก็บตก...ณัฐวีร์

1.หนังสือเล่มล่าสุดที่ซื้อ คือ หนังสือสอนทำโรลเค้ก กับเย็บกระเป๋าหนัง!?!

2.เป็นคนชอบวาดรูปที่ไม่มีสไตล์เป็นของตัวเอง วาดได้หมดตั้งแต่รูปการ์ตูน ลายเส้น ภาพเหมือน สีน้ำ สีน้ำมัน

3.ปัจจุบันอายุ 33 ปีแล้ว นี่คือจุดเปลี่ยนทางด้านอารมณ์และความคิด รู้สึกว่าตัวเอง “เย็น” ขึ้น และเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก

4.ชอบเขียนหนังสือตามร้านกาแฟที่เงียบๆ บรรยากาศดีๆ ต้นไม้เยอะๆ และคนน้อยๆ มากกว่านั่งเขียนหนังสือในห้องนอนของตัวเอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท