
ไมโครซอฟท์ซื้อโนเกีย อะไรจะเปลี่ยน
อีกหนึ่งดีลใหญ่รับปลายปีนี้คือ ไมโครซอฟท์ยักษ์ใหญ่ซอฟต์แวร์เข้าซื้อกิจการโนเกีย ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือที่เคยเป็นอันดับ 1 ของโลก
โดย....นายบรอดแบนด์
อีกหนึ่งดีลใหญ่รับปลายปีนี้คือ ไมโครซอฟท์ยักษ์ใหญ่ซอฟต์แวร์เข้าซื้อกิจการโนเกีย ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือที่เคยเป็นอันดับ 1 ของโลกเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ด้วยมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท ถือว่าเขย่าวงการพอสมควร แต่คำถามคือจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากดีลนี้จบลง ซึ่งคาดว่าน่าจะเสร็จเรียบร้อยประมาณต้นปีหน้า
สิ่งที่คาดว่าน่าจะเปลี่ยนแปลงคือ ซีอีโอของโนเกียน่าจะขยับมานั่งซีอีโอของไมโครซอฟท์ด้วย และไมโครซอฟท์จะได้รับสิทธิบัตรงานนวัตกรรมการผลิตต่างๆ หลายหมื่นฉบับ ได้ธุรกิจการผลิตเครื่องโทรศัพท์มือถือที่สั่งสมมานานกว่า 20 ปี แต่ยังไม่รวมธุรกิจโครงข่ายโทรศัพท์มือถือที่โนเกียจะยังคงดำเนินการเองต่อไป แต่ส่วนตัวผู้เขียนเชื่อว่า ดีลที่ยิ่งใหญ่นี้อาจไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ถ้าไมโครซอฟท์และโนเกียยังมีเงื่อนไขการทำงานที่ไม่เอื้อประโยชน์อยู่
เงื่อนไขดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อนอะไรเลย เช่น การที่โนเกียจำกัดตัวเองให้ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟน 8 ซึ่งเป็นระบบปิดเท่านั้น เรื่องนี้ถือว่าขัดแย้งกับกระแสของผู้บริโภคอย่างยิ่ง เห็นได้จากความสำเร็จของแอนดรอยด์จากกูเกิล ที่เปิดกว้างให้ใครก็สามารถนำไปใช้ได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายและยังเปิดเป็นโอเพ่น สแตนดาร์ด ให้สามารถพัฒนาต่อยอดร่วมกันได้
ปัจจัยนี้ทำให้นักพัฒนาทั่วโลกสนใจเข้ามาสร้างสรรค์แอพพลิเคชัน และพัฒนาตัวระบบแอนดรอยด์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ระบบปิดซึ่งขาดแรงจูงใจอย่างวินโดวส์โฟนและโนเกีย ไม่สามารถดึงดูดเหล่านักพัฒนาได้มากพอ
ขณะที่ระบบปิดแบบไอโอเอสนั้น มีตัวเครื่องไอโฟนและความเป็นแอปเปิลเป็นแม่เหล็กสำคัญ รวมถึงอีโคซิสเต็มส์ที่สมบูรณ์พร้อมกว่าและความเป็นแฟชั่นโฟนของไอโฟน ทำให้ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ใช้จำนวนมาก (แต่ตอนนี้ก็กำลังกินบุญเก่าและต้องต่อสู้กับความเป็นระบบปิดเช่นเดียวกัน)
ถามว่าโนเกียและวินโดวส์โฟน 8 ดีหรือไม่ คำตอบคือ คุณภาพดี แต่ที่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไร ก็น่าจะมาจากการขยับตัวที่ช้าไป แต่โอกาสกลับตัวก็ยังทัน เช่น การเปลี่ยนระบบปฏิบัติการเป็นแบบเปิด การให้ใช้ระบบปฏิบัติการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเพิ่มจำนวนเครื่องโทรศัพท์ที่ใช้วินโดวส์โฟนในตลาด หรือแนวทางอื่นๆ ไม่เช่นนั้นโอกาสไล่ตามซัมซุงที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์คงเป็นไปได้ยาก
หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ไม่แน่ว่าดีลใหญ่ครั้งนี้อาจไม่ได้สร้างโอกาสใดๆ ในตลาด และไม่แน่ว่าในเวลาไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า ไมโครซอฟท์และโนเกียก็อาจถดถอยลงไปจนไม่สามารถตามคู่แข่งได้ทันในธุรกิจโทรศัพท์มือถือ และต้องรอรอบการเริ่มต้นแข่งขันครั้งใหม่







