
แคทลียา พิรุณเกียรติ ทุกอย่างของชีวิตต้องสมดุล
สาวสวยคนนี้ต้องยอมรับว่าเธอค่อนข้างประสบความสำเร็จในเรื่องงานทีเดียว เพราะด้วยเวลาแค่ 2 ปี ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารเต็มตัวเมื่อวัยเบญจเพส
สาวสวยคนนี้ต้องยอมรับว่าเธอค่อนข้างประสบความสำเร็จในเรื่องงานทีเดียว เพราะด้วยเวลาแค่ 2 ปี ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารเต็มตัวเมื่อวัยเบญจเพส
เรื่อง : วรธาร ทัดแก้ว / ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน
สาวสวยคนนี้ต้องยอมรับว่าเธอค่อนข้างประสบความสำเร็จในเรื่องงานทีเดียว เพราะด้วยเวลาแค่ 2 ปี ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารเต็มตัวเมื่อวัยเบญจเพส ปัจจุบันเธออายุ 27 ปี รั้งตำแหน่ง ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท วันเดอร์เวิร์ล โปรดัคส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายของเล่นไม้แบรนด์ “วันเดอร์เวิร์ล”
ครอบครัวเล็กๆ แต่อบอุ่น
แคทลียา พิรุณเกียรติ หรือ “แคท” เล่าชีวิตวัยเด็กให้ฟังว่า ครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวเล็กๆ มีพ่อ แม่ เธอ และน้องชาย ค่อนข้างอบอุ่นเพราะพ่อแม่ชอบที่จะให้อิสระในการคิดและตัดสินใจแก่ลูกๆ ไม่มีการบังคับกะเกณฑ์ ทั้งสองท่านจะคอยแนะนำและเป็นฝ่ายสนับสนุนมากกว่า เช่น ลูกอยากเรียนอะไรก็อยู่ที่การตัดสินใจของลูก เป็นต้น
แคทจบปริญญาตรีด้านการตลาดจากประเทศออสเตรเลีย ภายหลังที่จบใหม่ๆ มีความรู้สึกอยากท่องเที่ยว จึงไปสมัครทำงานเป็นแอร์โฮสเตสอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะลาออกแล้วเดินทางกลับเมืองไทยไปพร้อมๆ กับเรียนต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลักสูตรเอ็มไอเอ็ม
ก่อนที่ต่อมาได้เริ่มต้นงานที่บริษัท วันเดอร์เวิร์ล โปรดัคส์ ผู้ผลิตและจำหน่ายของเล่นไม้ ในตำแหน่งเล็กๆ ประมาณ 2 ปี จนผู้ใหญ่เห็นแววให้การสนับสนุนจนได้ก้าวขึ้นมารับหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบใหญ่ขึ้น ในตำแหน่ง “ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด” จนถึงปัจจุบัน
แคท เล่าว่า การนั่งในตำแหน่งนี้ทำให้ได้ทำงานที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะงานเครียดๆ อย่างงานขาย งานวิเคราะห์ งานตัวเลข หรือแม้แต่งานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น การเข้าร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเล่นเด็กกับทีมดีไซเนอร์ของบริษัท แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นงานที่ต้องดูแลส่วนใหญ่จะเป็นงานขายและการตลาดที่เชื่อมโยงกับฝ่ายอื่นๆ โดยจะต้องพยายามหาความรู้และข้อมูลต่างๆ เช่น เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท แผนหรือนโยบายของบริษัท เพื่อใช้ในการสื่อสารกับลูกค้าของบริษัทต่อไป
เน้นทำงานเป็นทีม
อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เป็นผู้บริหารฝ่ายขายและการตลาด เธอกล่าวว่า สำหรับฝ่ายขายและการตลาดจะทำงานเป็นทีมเหนียวแน่น มีการพูดคุยกันตลอดในลักษณะนั่งจับกลุ่มคุย ไม่เชิงเรียกประชุม แล้วเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แชร์ไอเดียและแสดงความคิดเห็นกันอย่างอิสระ
“ผู้บริหารของที่นี่หัวสมัยใหม่ ใจกว้าง มักเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนในการแสดงความคิดเสมอ ซึ่งใครมีไอเดียดีๆ ให้แสดงออกมา อย่าเก็บไว้คนเดียว หรือแม้แต่นโยบายหรือแนวทางจากผู้ใหญ่ลงมา ก็สามารถที่จะมีการคุยแล้วขยายผลสู่การกระทำที่ดีขึ้นกว่านั้นได้” แคทลียา กล่าว
เมื่อถามอุปนิสัยส่วนตัว เธอบอกว่า ค่อนข้างร่าเริง ชอบการพูดคุยและพบปะผู้คน แต่เวลาทำงานจริงค่อนข้างซีเรียส จนบางครั้งก็ทำให้คนรอบข้างพลอยเครียดไปด้วย แต่ก็มีวิธีแก้ไข คือใช้หลักความสมดุลของชีวิต ได้แก่ พยายามเอาความร่าเริงเข้ามาช่วยเพื่อไม่ให้บรรยากาศตกในภาวะตึงเครียด ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการทำงาน
“ทั้งนี้ การทำงานในสภาวะที่อารมณ์ตึงเครียดนั้น ผลจะทำให้งานออกมาไม่ดี ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้น ในบางครั้งเราเองในฐานะผู้นำก็ต้องทำตัวรีแลกซ์ เพื่อให้คนรอบข้างที่ทำงานด้วยไม่เครียด ซึ่งจะส่งผลดีต่อการทำงานต่อส่วนรวม” แคท อธิบาย
ดำเนินชีวิตด้วยหลักสมดุล
ส่วนการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขนั้น แคทใช้หลักความสมดุลหรือความบาลานซ์ในทุกๆ เรื่อง ทั้งเรื่องงาน ครอบครัว หรือเรื่องส่วนตัว วิธีคือจะไม่พยายามมุ่งไปด้านใดด้านหนึ่งอย่างสุดโต่ง แต่จะพยายามยึดหลักความสมดุลในทุกอย่างไว้เสมอ
“แคทเองยึดหลักแห่งความสมดุลในชีวิตจริงๆ มากกว่าที่จะประสบความสำเร็จแบบสุดๆ ไปกับด้านใดด้านหนึ่งของชีวิต เพราะว่าท้ายที่สุดแล้วชีวิตอาจไม่มีความสุขเลยก็ได้เพราะว่าเราบาลานซ์ไม่เป็น” ผู้จัดการด้านการขายและการตลาด กล่าวและว่า การดำเนินชีวิตที่ควรจะเป็นคือ ไม่พยายามโฟกัสไปที่ด้านใดด้านหนึ่งของชีวิตให้มากเกินไป เพราะรู้สึกว่าชีวิตของคนเราจะต้องมีส่วนประกอบหลายอย่างจึงจะสมบูรณ์ได้ คงไม่ใช่แต่การทำงานด้านเดียวหรือด้านครอบครัวด้านเดียว หรือแม้แต่การใช้ชีวิตหวือหวา มีไลฟ์สไตล์อย่างเดียว แต่ทุกอย่างต้องผสมผสานกันอย่างลงตัว ก็มั่นใจว่าจะมีความสุขกับการใช้ชีวิต
ส่วนเป้าหมายชีวิตในอนาคต เธอบอกว่า ยังไม่มีการวางเป้าหมายอะไรในอนาคต เพราะเพิ่งเริ่มต้นทำงานได้ไม่นาน อีกทั้งอายุยังน้อย แต่มีความตั้งใจเสมอว่าจะพยายามทำวันนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
5 กิจกรรมโปรดสร้างสมดุลชีวิต
สำหรับแคทเธอเป็นคนที่ชอบเล่นกีฬาออกกำลังกาย แต่พอได้ทำงานที่วันเดอร์เวิร์ลได้รับผิดชอบงานมากขึ้นก็แทบไม่มีเวลา เพราะงานเยอะเป็นเงาตามตัว อย่างไรก็ตาม เวลาว่างเธอก็มีกิจกรรมโปรดที่ทำแล้วมีความสุข สร้างสมดุลให้กับชีวิต ดังนี้
ปลูกต้นไม้
เป็นกิจกรรมโปรดอันแรกที่ทำแล้วมีความสุขมาก ที่จะได้เห็นการเจริญเติบโตของต้นไม้ที่ปลูกในอนาคต ได้รดน้ำใส่ปุ๋ยตัดแต่งต้นใบให้สวยงาม บางครั้งบางทีปลูกแล้วก็มาลุ้นว่าจะรอดไหม ถ้ารอดก็ชื่นใจ มีความสุขกับผลงานของตัวเอง
ฟังเพลงเบาๆ
การนั่งฟังเพลงเบาๆ สบายๆ ไปพร้อมๆ กับการทำงานเล็กๆ น้อยๆ เช่น บางครั้งอยู่ที่บ้าน ก็อ่านอีเมลบ้าง คิดแผนงานบ้าง ไปพร้อมๆ กับการเปิดเพลงฟังเบาๆ ก็จะรู้สึกผ่อนคลายมีความสุข
เดินเล่น
บางครั้งบางทีที่มีเวลาว่างก็จะออกจากบ้านไปเดินเล่นดูอะไรบ้าง ถือว่าเป็นการพักผ่อน เช่น วันเสาร์ อาทิตย์ ก็จะไปเดินเล่นที่แถวจตุจักร เดินดูสิ่งต่างๆ แปลกใหม่ ก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข
จัดดอกไม้
เป็นกิจกรรมโปรดอย่างหนึ่งที่ทำแล้วมีความสุข เวลาไปตลาดก็จะไปซื้อดอกไม้เอามาหลายๆ อย่าง แปลกๆ ใหม่ๆ จัดใส่แจกันสวยๆ เอาไปวางตามบ้าน เช่น บนโต๊ะรับแขก หรือเอาไปไหว้พระ ซึ่งก็จะรู้สึกมีความสุข
นวดสปา
เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายได้มาก เมื่อถึงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็พยายามหาโอกาสไปนวด เพราะวันปกติทำงานจะออกจากออฟฟิศก็ดึกแล้ว โอกาสที่จะไปร้านสปาก็คงไม่มี เพราะร้านส่วนใหญ่ปิดแล้ว







