
การรู้แจ้งในความโง่ ธัมมะที่ควรศึกษา!! (ตอน ๒)
การนำไปสู่การสลัดคืนของจิต เพื่อพ้นอำนาจแห่งความโง่ จึงเป็นหลักธรรมปฏิบัติในพระพุทธศาสนาของเรา ด้วยหนทางปฏิบัติที่เรียกว่า อริยมรรค อันมีองค์ธรรมแปดประการ
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
การนำไปสู่การสลัดคืนของจิต เพื่อพ้นอำนาจแห่งความโง่ จึงเป็นหลักธรรมปฏิบัติในพระพุทธศาสนาของเรา ด้วยหนทางปฏิบัติที่เรียกว่า อริยมรรค อันมีองค์ธรรมแปดประการ ยกสัมมาทิฏฐิเป็นประธาน ซึ่งเป็นองค์คุณแห่งปัญญา ซึ่งหากมีในจิตใจของสัตว์ใด รับรองว่า ไม่โง่ แน่นอน และสามารถทำลายอำนาจความโง่ได้สิ้น แบบถอนรากถอนโคนต้นไม้พันธุ์โง่ทิ้งอย่างไม่เหลือเชื้อให้มาผุดมาเกิด ตามมาหลอนหลอกอีกต่อไป... ธรรมปฏิบัติในพระพุทธศาสนาเพื่อดับความโง่นั้น ได้แก่ การเจริญสติปัฏฐาน นั่นเอง หรือที่เรียกว่า การเจริญวิปัสสนาญาณ ก็ย่อมได้
ดังนั้น หากใครกล่าวหาว่าใครโง่ ผู้ถูกกล่าวหาก็อย่าไปโกรธเคืองคับแค้นใจ พึงพิจารณาให้เห็นสภาวธรรมแห่งความโง่ที่ปรากฏอยู่ในจิต ซึ่งความโง่นั้นจะแสดงพฤติจิตออกมาในรูปของความชอบ-ความชัง ที่สำคัญยิ่ง ชอบชังมากเท่าใด ความโง่ก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น... ยิ่งโง่มากเท่าใด ก็ยิ่งแสดงอาการฟุ้งซ่านแห่งจิตที่เต็มไปด้วยชอบชังมากเท่านั้น จนให้เกิดความรู้สึกทะเยอทะยานไปตามความอยากแห่งจิต อันเกิดจากฤทธิ์เดชของความโง่... จึงควรทำจิตให้สงบ มีสติตรวจตรองความคิด... มีปัญญา รู้จัก เข้าใจ เข้าถึงในความจริงที่ปรากฏในเรื่องนั้นๆ จนสามารถละได้ทันจิตโง่ ตัดกระแสแห่งชอบ-ชังได้ ก็จะพบกับความสุข ด้วยเกิดความสงบในแดนจิต ทั้งนี้ เพราะกำจัดความโง่ได้สิ้นไป... เมื่อความโง่สิ้นไป ความมืดก็ย่อมหมดไป ความสว่างก็จะเกิดขึ้นในจิตนั้น จนสามารถรู้แจ้งเห็นจริง เกิดความรู้อันหมดจด ให้จิตสะอาดและสงบ เมื่อหยุดการปรุงแต่งวุ่นวายตามกิเลสที่สร้างความโง่ขึ้นในจิต
ความโง่ จึงเป็นสภาวธรรมปกติคู่โลก เป็นสมบัติของโลกที่มีในทุกสัตว์ หรือมีในสัตว์ทุกข์ จนเกิดโมหะควบคุมจิต ให้เป็นจิตที่มืดมนอับแสงแห่งปัญญา ยากจะรู้เข้าใจในความจริง จึงให้น่าสงสารมากกว่าดูถูกเหยียดหยามซ้ำเติมกัน ว่าเป็น ไอ้โง่... อีโง่... เว้นแต่ว่ากล่าวกัน เพื่อเตือนสติให้เกิดความสำนึก เพื่อคืนกลับมาสู่ผู้มีปัญญา ซึ่งคำว่ากล่าวดังกล่าวจะต้องเป็นไปด้วยเจตนาการว่ากล่าวที่เป็นกุศล ดุจดังพ่อแม่ดุด่าลูก ครูบาอาจารย์อบรมศิษย์ ซึ่งบางครั้งต้องใช้ถ้อยคำหนักๆ คำพูดแรงๆ เพื่อกระทุ้งให้จิตตื่นจากกิเลสนิทรา...
(อ่านต่อฉบับหน้า)







